คม บาด เจ็บ สะเทือนอารมณ์ สะท้อนความรู้สึกนึกคิดของประชาชน ณ วินาทีนี้ได้อย่างเจ็บปวด กวนใจ
กำแพงศิลปะ การต่อสู้ของนักศึกษา ประชาชน บนถนนราชดำเนิน ตั้งแต่ 14 ตุลา 16 จนถึงวันนี้
วันที่เราต่อสู้กับใคร ?
“จากภาพเขียนยาว 100 เมตร กลายเป็น 120 เมตร ศิลปิน 100 คน พากันมาถึง 200 ไม่มีใครมาคนเดียว ทุกคนต่างชวนเพื่อนพ้องมาช่วยกัน”
อำมฤต ชูสุวรรณ คณบดี คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวถึงที่มาของ กำแพงศิลปะ สตรีทอาร์ตกลางม็อบราชดำเนินที่เกิดจากการชักชวนกันผ่านทางเฟซบุ๊ค
เพื่อมาร่วมกันบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์การต่อสู้ทางการเมืองของคนไทย บนภาพเขียนความยาว 100 เมตร กับศิลปิน 100 คน บนถนนราชดำเนิน 20 พฤศจิกายน 2556 เวลา 10.00 - 18.00 น.
“คุยกับเพื่อนๆในกลุ่มศิลปินว่าเราต้องทำอะไรสักอย่าง ที่ผ่านมาทำแป๊บเดียวเสร็จ คนมาร่วมยังน้อยและมีพื้นที่น้อยเกินไป คราวนี้ขอแก้ตัวให้ใหญ่กว่าเดิม เชิญศิลปินมาร่วมให้มากขึ้น ครั้งนี้ไม่ได้ทำในนามของศิลปากร เพราะที่ผ่านมารู้สึกว่ายังไม่สุด คิดว่าเราต้องเชิญเพื่อนๆต่างสถาบันมาร่วมกันแสดงผลงานทางศิลปะ”
กำแพงยาว 120 เมตร จัดแสดงผลงานทั้ง 2 ฝั่ง โดยมีการแบ่งเรื่องราวออกเป็น 6 ตอน ไล่เรียงเหตุการณ์ตั้งแต่--14 ตุลาคม 2516
-6 ตุลาคม 2519
-พฤษภาทมิฬ 17 พฤษภาคม 2535
-ม็อบพันธมิตร
-การชุมนุมของคนเสื้อแดง
-เหตุการณ์ปัจจุบัน ปัญหาคือ ?
“ครั้งนี้เป็นการต่อสู้ทางการเมืองที่มีสุนทรียะ ผมขอกับทุกคนว่าการสร้างงานครั้งนี้จะไม่มีหยาบคาย แต่เป็นประเด็นที่ดูได้ คิดได้ มีความ 'งาม' มีสุนทรียะ ในขณะเดียวกันก็มีครีเอทีฟ” อาจารย์อำมฤต เปิดใจ
วสันต์ สิทธิเขตต์ ศิลปินที่ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ทางการเมืองภาคประชาชนมาหลายยุคหลายสมัย บอกกับเราถึงการร่วมสร้างสรรค์กำแพงศิลปะในคราวนี้ว่า
“รู้สึกตื้นตัน ที่ได้เห็นศิลปินรุ่นน้อง รุ่นใหญ่ อาจารย์ จากทุกสถาบันทางศิลปะมาร่วมกันทำงานเป็นร้อยชีวิต เป็นการสื่อสารให้โลกได้รู้ว่าศิลปินมองความเป็นไปของบ้านเมืองอย่างไร
อีกประเด็นคือ ศิลปินได้ร่วมมือกับประชาชนออกมาเพื่อต้องการการเปลี่ยนแปลง เพื่อบอกกับรัฐบาลว่าเราทนไม่ไหวแล้ว ผมเห็นคนที่ไม่เคยออกมาร่วมกิจกรรมทางการเมือง ครั้งนี้ก็ออกมาร่วมกันมากมาย
เหตุการณ์นี้ทำให้คน ‘ตื่น’ศิลปินใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการสะท้อนความรู้สึกนึกคิดให้ประชาชนเห็น ครั้งนี้ศิลปินแต่ละคนล้วนทำการบ้านล่วงหน้ากันมาเป็นอย่างดี”
การชุมนุมของเสื้อแดง เป็นหัวข้อที่ กันตพัฒน์ วิรุฬขวัฒน์ สุรพร เลิศวงศ์ไพฑูรย์ ชลิต นาคพะวัน สมศักดิ์ แสนสุขเจริญผล อุทัย วงศ์ไพศาล ธนนท์ ทองศรี ณัฐวัฒน์ ช้างชัย และ ถนอม บุญจันทึก กลุ่มศิลปิน อาจารย์ และ คนทำงานในวงการโฆษณา ได้รับมอบหมาย
ภาพชายชุดดำถืออาวุธ ครอบครัวที่ถูกหนอนสีแดงชอนไชไปทั่วร่าง โดยมีฉากหลังเป็นรูปบุคคลยกมือสนับสนุน เกิดจากแนวความคิดของฉลองที่ว่า
“รัฐบาลชุดนี้กับคนเสื้อแดง เป็นเหมือนหนอนที่กัดกร่อนคนไทยให้เน่าเปื่อย ผู้นำทำลายชาติ ทำลายระบบความคิดของคน จะเห็นว่ามีหนอนเข้าชอนไชทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ ลูก
นอกจากนี้รัฐบาลนี้ เสื้อแดง ยังเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับชายชุดดำ ซึ่งเป็นวาทกรรมเกิดจากแนวความคิดของพรรคเพื่อไทย อีกทั้งยังมี 310 เสียงที่คอยยกมือให้อีก ดังนั้นเราจึงควรไล่ 310 เสียงออกไปด้วย” พวกเขาสะท้อนความเห็น
ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี เป็นศิลปินอีกคนหนึ่งที่สะท้อนภาพชายชุดดำ ด้วยการวาดภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนถนนราชดำเนินในระหว่างที่มีการชุมนุมของคนเสื้อแดง ชายชุดดำแทรกตัวอยู่ปะปน และการเสียชีวิตของทหาร
“หัวข้อคือ คนชุดดำ ผมเลยสะท้อนความเลวเลยออกมาเป็นสัตว์ที่คนไทยเกลียดใช้ตัวเงินตัวทอง มากอดประชาธิปไตยที่เขาใช้ในการอ้าง ครั้งนี้ผมเขียนตรงๆเลยว่าง่ายๆไม่มีนามธรรม เห็นเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นในบ้านเมืองเรา”
ศักดิ์วุฒิ กล่าวถึงการออกมาของศิลปินในครั้งนี้ว่า “ศิลปินทนไม่ไหว ออกมาแล้วมันเหนื่อยนะ ลำบาก ไม่สบายเหมือนนั่งดูทีวีอยู่ที่บ้าน ถ้าประเทศฉิบหาย ศิลปินเป็นอาชีพแรกที่อยู่ไม่ได้ เพราะคนเสพศิลปะต้องเป็นคนมีสตางค์ คนหิวคนลำบากไม่มีใครอุดหนุนศิลปิน
ศิลปินทำได้ดีที่สุดคือการเขียนรูป”
จากมหาสารคาม มุ่งหน้าสู่ราชดำเนินทันทีที่ทราบข่าว ประสิทธิ์ วิชายะและ อดุลย์ บุญฉ่ำ มาพร้อมนักศึกษารวม 5 คน มาถึงก็ไม่พูดจาลงมือเขียนรูปกันโดยแบ่งหน้าที่กันอย่างแข็งขัน ด้านซ้ายเป็นการจับปูเข้าไปอยู่ในกรงหนีบเงิน ต่อด้วยพานรัฐธรรมนูญพลิกกลับ สื่อถึงประชาธิปไตยที่กลับด้านด้วยแรงผลักดันของเงิน
โดยมี อุทัย นพศิริ วาดหน้าคนเห็นแก่เงิน มีเงินบนหัวหรือจะมองว่าเป็นรัฐธรรมนูญก็ได้วางอยู่เหนือหัวมาเติมเต็มทางด้านขวา
นอกจากศิลปิน อาจารย์ คนทำงานโฆษณาแล้ว นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ภาควิชาประยุกต์ศิลป์คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากรยังมาร่วมแสดงออกโดยใช้ ‘เส้น’
เป็นตัวสื่อสาร ให้อารมณ์ของเส้น บ่งบอกความรู้สึก งานครั้งนี้นักศึกษาเป็นคนนำ ส่วนอาจารย์เป็นผู้คอยให้คำปรึกษา ไพรวัลย์ ดาเกลี้ยง และ ธีรวัฒน์ งามเชื้อชิต กล่าว
ส่วนนักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มาพร้อมอาจารย์ ปราการ จันทรวิชิตและ ทิพเนตร์ แย้มมณีชัย เลือกใช้ถ่านมาวาดแทนสี ด้วยเหตุผลคือ ไม่ต้องรอให้สีแห้ง แถมยังมีความแตกต่างตรงสร้างอารมณ์หดหู่ได้อย่างมีพลัง ประกอบกับการจัดองค์ประกอบให้ภาพทหารมีขนาดใหญ่ สะท้อนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬได้อย่างสะเทือนอารมณ์
ตั้งแต่ 14 ตุลา 16 จนถึงวันนี้ วันที่เราต่อสู้กับใคร ?
มีคำตอบให้เราค้นหาใน กำแพงศิลปะ : การต่อสู้อย่างมีสุนทรียะ ของศิลปินในนามของประชาชนคนไทยที่มี เพียง “พู่กัน”เป็นอาวุธ
หมายเหตุ : ผลงานจัดแสดงในเต็นท์บนถนนราชดำเนิน ฝั่งตรงข้ามอาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์





