วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

มณีสุดา ศิลาอ่อน สอนลูกท่องโลก

หลายคนมองว่าการเดินทางท่องเที่ยว คือการพักผ่อน เป็นการให้รางวัลกับชีวิต หลังจากที่เราตรากตรำทำงานหนักมาตลอดทั้งปี

ทว่าสำหรับ มณีสุดา ศิลาอ่อน คุณแม่ลูกสาม เธอหาโอกาสพาลูกเดินทางท่องเที่ยว เพื่อเรียนรู้ชีวิตของคนหลากหลาย เป็นการสอนลูกให้อยู่ในสังคมร่วมกับคนที่แตกต่าง ใช้ชีวิตแบบพรุ่งนี้ไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้วก็ไม่ต้องห่วงอะไร

ตัวเธอเองตั้งแต่ยังเล็กคุณพ่อคุณแม่ชวนออกเดินทางท่องเที่ยวไปเรียนรู้โลกกว้าง จนการเดินทางนั้นอยู่ในสายเลือดมาจนถึงทุกวันนี้ จึงอยากหยิบยื่นสิ่งดีๆ ที่เคยได้รับมาแบ่งปันให้กับลูกๆ ได้มีชีวิตวัยเด็กที่แสนสุขแบบที่ตนเองได้รับ

-ปัจจุบันคุณเอ็มต้องรับผิดชอบงานอะไรบ้างคะ

ตอนนี้เอ็มมีตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัทเอสแอนด์พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ดูแลกิจกรรมลูกค้า ทำงานด้านประชาสัมพันธ์ เรียกได้ว่าทำทั้งงานออฟฟิศและมีหน้าที่ดูแลลูกๆ ทั้ง 3 คน ซึ่งลูกคนโตอายุ 12 ขวบ (ด.ญ.ณิสดา ศิลาอ่อน) คนกลาง 10 ขวบ (ด.ช.ณธร ศิลาอ่อน) คนเล็ก 8 ขวบ (ด.ญ.ณดาธร ศิลาอ่อน) ตอนนี้ลูกๆ อยู่ในวัยกำลังเติบโต อยู่ในช่วงที่เราต้องดูแลเขาอย่างใกล้ชิด เพราะอย่างคนโตนี่ก็เริ่มจะเป็นวัยรุ่นแล้ว ดังนั้นวันว่างเสาร์อาทิตย์เราก็จะพาเขาไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมที่สามารถทำร่วมกับคนในครอบครัวได

-ทราบมาว่าคุณเอ็มและคุณแอมพาครอบครัวออกเดินทางท่องเที่ยวบ่อยมาก?

ค่ะ ทั้งเอ็มและพี่แอมสามี (กำธร ศิลาอ่อน ตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ บมจ.หลักทรัพย์บัวหลวง) ชอบมากก็คือพาลูกออกไปท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่วนใหญ่เสาร์อาทิตย์ก็จะไปเขาใหญ่ ไปหัวหิน การที่พาลูกไปท่องเที่ยวเหมือนเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ให้กับลูกด้วย ให้เขาได้เจอกับวิถีชีวิตที่หลากหลาย บางทีก็พาไปเที่ยวในกรุงเทพฯ พาไปมูลนิธิบ้าง

-มูลนิธิอะไรคะ

มูลนิธิเด็กด้อยโอกาส มูลนิธิคนพิการต่างๆ เพื่อให้ลูกได้เห็นว่าในสังคมมีคนหลากหลาย เราต้องรู้จักเสียสละและรู้จักแบ่งปัน คือสังคมยุคหลังๆ เป็นอะไรที่รวดเร็ว ฉาบฉวย และก็วัตถุนิยมเยอะมาก เพราะฉะนั้นทุกวันนี้เราสามารถได้อยู่ใกล้ชิดกับเขา ก็จะถือโอกาสอบรม ปลูกฝังเขาให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ตอนนี้เอ็มก็จะพาลูกๆ ไปปฏิบัติธรรมด้วย

-ปฎิบัติธรรมที่ไหน

พอดีที่บริษัทเราจะมีสถานที่ให้สำหรับพนักงานที่ต้องการความสงบได้ไปอบรมจิตใจ นั่งสมาธิ เราก็จะมีบ้านไรวา อยู่ที่อำเภอศรีราชา ก็เลยถือโอกาสพาลูกๆ ไป ตอนหลังๆ บ้านไรวาเปิดรับคนนอกที่ต้องการไปใช้สถานที่เข้าคอร์สนั่งสมาธิด้วยนะคะ เอ็มก็จะไปกันทั้งครอบครัวเลย พ่อแม่เดินจงกลม นั่งสมาธิ เด็กๆ ก็จะไปฝึกของเขา เดินจงกลมบ้าง วาดรูปบ้าง เพราะเด็กๆ เขาจะไม่ต้องการฝึกหนักเหมือนกับผู้ใหญ่ สมาธิเขายังไม่เท่ากับผู้ใหญ่ เวลาเราไปไหนก็จะไปกันทั้งครอบครัวเลย เพราะลูกของเอ็มไม่ต้องเรียนพิเศษเหมือนกับเด็กคนอื่น

-เวลาไปเที่ยวส่วนใหญ่มักจะไปที่ไหน

ที่ไปบ่อยก็คือเขาใหญ่ เผอิญมีบ้านอยู่ที่นั่น เพราะบ้านในกรุงเทพฯเรามีพื้นที่ไม่กว้างนัก พอไปบ้านที่เขาใหญ่ได้เห็นลูกๆ วิ่งเล่น เหมือนชีวิตเราในวัยเด็ก เพราะชีวิตคนในเมืองจะอยู่คอนโด มีพื้นที่จำกัด ภาพที่ได้เห็นลูกวิ่งเล่นในสนามเตะบอล ลูกๆ เอ็มขี่จักรยานเป็นที่โน่นนะ เราเห็นลูกๆ มีความสุขเราก็มีความสุขไปด้วย บางทีแค่ไปนั่งระเบียงมองลูกๆ วิ่งเล่นก็มีความสุขแล้ว รอบที่แล้วไปเขาใหญ่พาลูกไปเที่ยวน้ำตก ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ พอช่วงปีใหม่ก็จะพาลูกๆ ไปเที่ยวเชียงใหม่ เพราะว่าคุณแม่สามีมีบ้านอยู่ที่นั่น อยู่ที่ตำบลป่าแดด ไม่ไกลจากสนามบินมาก หลังบ้านอยู่ติดกับแม่น้ำ เด็กๆ ก็จะมีกิจกรรมเพนท์ร่มบ้าง วิ่งเล่น ลอยโคม ฯลฯ ลูกคนโตนี่ไปมาเกือบ 10 ปีแล้ว ยังถามลูกเลยว่าเบื่อไหม? เขาไม่เบื่อเลยนะ ตั้งตารอคอยเมื่อไหร่จะถึงปลายปี จะได้ไปบ้านที่เชียงใหม่กัน เหมือนได้ไปรวมญาติด้วยค่ะ

-นอกจากท่องเที่ยวในเมืองไทยแล้วมีเที่ยวต่างประเทศบ้างไหมคะ

มีค่ะ ช่วงปิดเทอมใหญ่ ก็จะพาลูกไปต่างประเทศ อย่างล่าสุดพาลูกไปออสเตรเลียมา พาเขาไปดูสัตว์หลายๆ ชนิด ไปเที่ยวอควอเรียม ไปดูจิงโจ้ หมีโคล่า เหมือนไปเดินป่าเลย รอบนี้ ไป 10 วัน ไปหลายๆ เมืองเลย ไปฟิลิปไอแลนด์ด้วย ซึ่งอยู่ใกล้ๆ เมลเบิร์น ไปรอดูเพนกวินพาเหรด แต่ต้องไปรอดูที่ริมหาดนะคะ รอนานมาก นกเพนกวินก็จะขึ้นมาจากน้ำทะเลเป็นหลายๆ ร้อยตัวเลย เด็กๆ จะตื่นเต้นมาก อากาศหนาวมาก ฝนก็ตกด้วย ถ้าใจไม่รักจริงคงอดทนรอไม่ได้แน่ๆ พอได้เห็นพาเพนกวิน เด็กๆ ก็มีความสุข เรียกว่าสนุก คุ้มค่า ที่รอคอย

พอไปซิดนีย์ก็มีความเป็นเมืองนิดหนึ่ง เมลเบิร์นก็จะเป็นเมืองสะอาดสะอ้านน่าอยู่ พาลูกไปดูเหมืองทองโบราณด้วยนะ เราต้องนั่งรถไฟลงไปในเหมือง มืดก็มืด เด็กๆ ตื่นเต้น กลัวนิดหน่อย ลงไปดูชีวิตของคนในเหมืองว่าเขาอยู่ในนั้นทั้งเดือนอยู่ยังไง ทำงานยังไง ไปดูท่อส่งอาหาร ก็เป็นประสบการณ์ให้กับลูก แล้วได้ทดลองร่อนทองเหมือนคนโบราณด้วยนะ ลูกคนเล็กของเอ็มเขาร่อนได้ทองมาจริงๆ เขาให้ใส่โหลมาเป็นของที่ระลึกด้วย

-มีประเทศอื่นที่ประทับใจอีกไหม

ช่วงสงกรานต์พาเด็กๆ ไปเที่ยวอเมริกา ไปกันสองอาทิตย์ ขับรถเองไปตามถนนที่มีวิวสวยๆ แค่นั่งรถก็แฮปปี้แล้ว คราวนั้นเที่ยวหลายเมืองมาก เริ่มจากซานดิเอโก้ ไปแอลเอ ไล่ไปจนถึงซานฟรานซิสโก ลูกๆ แฮปปี้มาก ไม่อยากกลับบ้านเลย (หัวเราะ) ส่วนเจ้าลูกชายคนกลางบอกว่าอยากเรียนที่นี่ก็คงจะสนุกไงคะ ได้ไปดิสนีย์แลนด์ ไปยูนิเวอร์แซล เด็กๆ คงชอบ แต่ตอนนั่งรถนานๆ เขาก็เบื่อเหมือนกัน ถือว่าเป็นโอกาสที่เราได้อยู่ใกล้ชิดกับลูกๆ

-การเดินทางครั้งต่อไปคิดเอาไว้หรือยังคะว่าจะไปไหน

ก็มีคิดไว้บ้างเหมือนกันค่ะ ปีหน้าว่าจะพาลูกไปนิวซีแลนด์ เพราะว่าที่นั่นมีธรรมชาติสวยงาม ถ้าไม่ไปออสเตรเลียอีกครั้ง ก็คงจะเป็นนิวซีแลนด์แหละคะ อยากพาลูกไปเล่นสกีด้วย เพราะว่าลูกๆ ยังไม่เคยเห็นหิมะเลย เมื่อต้นปีนี้ทีแรกวางแผนจะไปเที่ยวฮอกไกโด แต่ปรากฏว่ามีเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นซะก่อนก็เลยยกเลิกทริปคะ

-สิ่งที่ได้จากการเดินทางนั้นแสนคุ้มเลยใช่ไหมคะ

อย่างที่บอกค่ะ ทุกที่ที่เราพาลูกไปทั้งกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด ต่างประเทศเหมือนเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้ลูกได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้รับทราบวัฒนธรรมของคนในทวีปต่างๆ ยุโรปตึกรามบ้านช่องก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง สุโขทัย อยุธยาก็ตั้งใจจะพาลูกไป เพราะตอนที่เขาเรียนประวัติศาสตร์ ยังบอกว่าอยากไปดูพระแท่นมนังคศิลาอาสน์ ที่พ่อขุนรามคำแหงนั่งว่าความ อยากเห็นหลักศิลาจารึก อยากเห็นตรงที่ชาวบ้านมาสั่นกระดิ่งร้องทุกข์ เอ็มว่าทุกอย่างมันเพิ่มพูนประสบการณ์ชีวิตให้เขาได้ เพราะตอนเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่เอ็มขับรถพาเที่ยวตั้งแต่เหนือจรดใต้ ไล่ลงมาไหว้พระธาตุ 8-9 ที่ วันนี้เรายังมีแรงอยากพาลูกไปให้เขาเห็นว่าคนไทยจริงๆ มีหลายภูมิภาค และบรรพบุรษท่านเก่งมากที่สามารถรักษาดินแดนไว้ให้ลูกหลานไทยได้ขนาดนี้

ที่ทำทั้งหมดนี้ ส่วนหนึ่งก็คืออยากให้ลูกมีความสุขกับชีวิตวัยเด็กเหมือนกับที่เราเคยมี