ดุสิต จรูญพงษ์ศักดิ์ วิเคราะห์แนวเพลงครอสโอเวอร์ จากค่ายเพลงคลาสสิกที่มุ่งเรียกความสนใจจากคนหมู่มาก
การเปลี่ยนแปลงต่างๆ เป็นเรื่องปกติธรรมดา ต้องเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งล้วนส่งผลต่อผู้คนในแวดวงต่างๆ ไม่มากก็น้อย แต่สำหรับวงการดนตรีแล้ว ผู้เขียนคิดว่า คงไม่มียุคใดสมัยใดที่การเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี จะส่งผลกระทบอย่างรวดเร็ว แปรเปลี่ยนพลิกผันไปมากมาย ชนิดที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน
การเปลี่ยนแปลงส่งผลกระทบต่อวงการดนตรี ธุรกิจดนตรี การฟังเพลง รายได้ของค่ายเพลง ศิลปิน ผู้สร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้องกับดนตรี ร้านค้าปลีก รูปแบบของสื่อผลิตซ้ำทางดนตรี จากผลอันเนื่องจาก การดาวน์โหลด ของฟรี การแบ่งปันกันฟัง ฯลฯ
การแนะนำและวิจารณ์ดนตรีในสื่อสิ่งพิมพ์ที่จับต้องได้ ก็ได้รับผลเช่นเดียวกัน อาทิ เมื่อเขียนแนะนำและวิจารณ์สื่อผลิตซ้ำทางดนตรี รูปแบบเดิม ๆ ที่จับต้องได้ คนทั่วไปจะไปซื้อหามาฟังและชมได้อย่างไร? เพราะร้านค้าปลีกสื่อผลิตซ้ำทางดนตรีล้มหายตายจากไปเกือบหมดแล้ว ค่ายเพลงอินเตอร์ในบ้านเรา ส่วนใหญ่ก็เลิกขายแผ่นซีดีดนตรีคลาสสิกไปเช่นเดียวกัน หรือถ้าจะมีอยู่ก็มีจำนวนน้อยมาก
ค่ายเพลงคลาสสิกใหญ่ๆ หลายค่าย ล้วนปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงนี้มานานพอสมควรเช่นเดียวกัน แม้ส่วนหนึ่งยังต้องสร้างสรรค์ผลงานเพลงคลาสสิกลักษณะเก่าๆ ผ่านแผ่นซีดี ดีวีดี และบลูเรย์ เพื่อคงรักษาลูกค้ากลุ่มเป้าหมายสูงวัย ที่ยังนิยมฟังเพลงคลาสสิกดั้งเดิมไว้ นับวันผู้ฟังกลุ่มนี้ก็มีแต่จะลงน้อย หดหายไปเรื่อยๆ
ความหวังทางธุรกิจของค่ายเพลงคลาสสิก มุ่งไปที่ลูกค้า ผู้ฟังกลุ่มใหม่ เจเนอเรชั่นใหม่ เกิดและเติบโตมาพร้อมกับสภาพแวดล้อมที่ต่างกับคนรุ่นก่อนอย่างสิ้นเชิง
สินค้าทางดนตรี โดยเฉพาะแนวดนตรีที่ผลิตออกมาเพื่อกลุ่มเป้าหมายใหม่ ควรสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ ค่ายเพลงคลาสสิกที่ปรับตัวไปก่อนหน้านี้หลายสิบปีแล้ว น่าจะเป็น ค่ายโซนี มิวสิค ยุคที่ ปีเตอร์ เกลบ์ เป็นหัวเรื่องใหญ่ มีนโยบายสร้างสื่อผลิตซ้ำทางดนตรีแนว “ครอสโอเวอร์” ออกมามากมาย โดยไม่แคร์เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคอเพลงคลาสสิก แฟนพันธ์แท้ ส่วนใหญ่แนวคิดนี้ประสบผลสำเร็จด้านยอดขาย ทำรายได้ให้ค่ายเพลงได้มากมาย
ค่ายเพลงคลาสสิกใหญ่ค่ายอื่น เช่น ดอยซ์ แกรมโมโฟน หรือ เด็คก้า เคยผลิตงานลักษณะ “ข้ามสายพันธ์” ทางดนตรี หรือ ครอส โอเวอร์ มาแล้ว เช่นกัน แต่ไม่เป็นล่ำเป็นสันเหมือนค่ายเพลงอื่น ด้วยเกรงว่า “โพซิชั่นนิ่ง” ของแบรนด์ที่แข็งแกร่งอาจเบี่ยงเบนจากเดิมไป
0 0 0 0 0
อัลบั้ม ครอสโอเวอร์ จากค่ายเพลงที่หลายคนเรียกขานว่า “เยลโล เลเบิล” หรือ ดอยซ์แกรมโมโฟน ผู้เขียนมีโอกาสฟังเมื่อปีที่แล้ว 2 อัลบั้ม คิดว่าอาจซื้อหามาฟังได้ไม่ง่ายนักในบ้านเรา ได้แก่ อัลบั้ม Tori Amos: Gold Dust ผลงานการประพันธ์ดนตรีและขับร้องโดยนักร้องหญิง โทริ อะมอส แฟนเพลงป๊อปรู้จักเธอเป็นอย่างดี
อะมอส เรียนดนตรีคลาสสิก ด้านการแต่งเพลง จากสถาบันดนตรีชื่อดัง พีบอดี้ เมืองบัลติมอร์ สหรัฐอเมริกา แต่เธอลาออก (?) จากสถาบันแห่งนี้กลางคัน มุ่งสู่วงการดนตรีป๊อป ชื่อเสียงโด่งดัง จนค่ายเพลงดอยซ์แกรมโมโฟนติดต่อให้เธอแต่งเพลงและบันทึกเสียงบทเพลงที่มีทำนองเพลงหลักจากดนตรีคลาสสิก กลายมาเป็น อัลบั้มของเธอในสังกัดใหม่ ชุด Night of Hunters ออกเผยแพร่ปี ค.ศ. 2011
เมื่อปีที่แล้ว ปี 2012 เธอออกอัลบั้ม โกลด์ ดัสต์ เพลงร้องคนเดียว คลอด้วยเสียงวง The Metropoile Orkest อำนวยเพลงโดย จูลส บัคลีย์ อัลบั้มครอสโอเวอร์ ลักษณะนักร้องซีกดนตรีป๊อป มาร้องเพลงคลอด้วยเสียงวงออร์เคสตรา
ความรู้สึกแรกเมื่อสัมผัสผลงานอัลบั้มนี้ ผู้เขียนคิดว่าเธอไม่ได้ใส่สีสันดนตรีคลาสสิกเข้าไปในบทเพลงเธอมากเท่าไรนัก เป็นเพลงร้องที่เธอร้องคนเดียวไป “เรื่อยๆ” ทำนองเพลงจดจำยาก มีเสียงเปียโน หรือไม่ก็เสียงวงออร์เคสตราสอดแทรกเข้ามาเป็นครั้งคราว
การออร์เคสเตชั่นออกมาในลักษณะ “พื้น” ๆ ไม่น่าสนใจเท่าที่คาดหวังไว้ สีสันดนตรีออกมาคล้ายเพลงซาวด์แทร็ก ประกอบภาพยนตร์ เจือสีสันดนตรีป๊อปในสัดส่วนที่สูง
เป็นอัลบั้มที่ไม่น่าติดตรา ยี่ห้อดอยซ์แกรมโมโฟน หรืออาจเป็นเพราะอัลบั้มแรกของเธอ ผลตอบรับออกมาน่าพึงพอใจ จึงมีอัลบั้มแนวครอสโอเวอร์ชุดที่สองตามมาอีก
เป็นอัลบั้มศิลปินป๊อปหันมาทำงานดนตรีกับค่ายเพลงคลาสสิก อาจต้องฟังหลายๆ เที่ยว หรือไม่ก็ต้องเป็นแฟนเพลงของ โทริ อะมอส จึงจะชื่นชอบอัลบั้มแนวครอสโอเวอร์นี้ หรือไม่เธอก็ต้องกลับไปเรียนวิชาการประพันธ์ดนตรีคลาสสิกให้จริงจังมากกว่านี้ เพื่อให้การข้ามสายพันธ์ทางดนตรีน่าสนใจ (สำหรับผู้เขียน) มากกว่านี้
ผิดกับศิลปินป๊อปคนอื่นๆ บางคน ครอสโอเวอร์มาทางดนตรีคลาสสิก สามารถสร้างสรรค์ดนตรีได้หลากหลาย มากสีสัน อาทิ เซอร์พอล แมคคาร์นีย์, สตริง และ เมทัลลิก้า
อัลบั้มครอสโอเวอร์อีกชุด จากดอยซ์แกรมโมโฟน ออกเผยแพร่เมื่อปีที่แล้ว ผู้เขียนได้สัมผัสรับฟังมา เป็นการนำบทเพลงคลาสสิก ข้ามสายพันธ์มาบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีอื่น ได้แก่ แมนโดลิน ใน อัลบั้ม Avi Avital: Bach อัลบั้มเปิดตัวอัลบั้มแรกของนักแมนโดลินหนุ่มนาม อะวิ อะวิทัล บรรเลงผลงานเพลงของโยฮันน์ เซบาสเตียน บาค
อะวิทัล หนุ่มน้อยนักแมนโดลิน ชาวอิสราเอล เรียนดนตรีจากสถาบันดนตรีในประเทศอิสราเอลและประเทศอิตาลี เป็นนักดนตรีสายคลาสสิก นำเพลงคลาสสิกของบาค เดิมบรรเลงเดี่ยวด้วยฮาร์ซิคอร์ด 2 เพลง, เดี่ยวไวโอลิน 1 เพลง และเดี่ยวฟลู้ต 1 เพลง มาเรียบเรียงใหม่บรรเลงด้วยแมนโดลิน คลอด้วยเสียงวงออร์เคสตรา
คนฟังรุ่นใหม่ ก็ควรจะต้องฟังเพลงคลาสสิกในสีสันใหม่ๆ ผ่านเสียงเครื่องดนตรีแปลกหู จากฝีมือการเล่นของนักดนตรีหนุ่ม น่าจะเป็นการครอสโอเวอร์ ที่เหมาะกับคนฟังเจเนอเรชั่นนี้
ความสดใหม่ของเสียงแมนโดลิน ในแง่ที่ไม่ค่อยได้ฟังเมื่อบรรเลงเพลงคลาสสิก กลับไม่สามารถแหวกให้พ้นข้อจำกัดของเครื่องดนตรี ยามเล่นประชันกับวงออร์เคสตรา แม้เป็นวงออร์เคสตรายุคบาโรกที่ไม่ใหญ่นัก เครื่องดนตรีเล็กๆ ชิ้นนี้ ก็ไม่อาจทานสู้เสียงวงดนตรีทั้งวง
ทำให้สีสันความหลากหลายของแมนโดลิน และ ไดนามิกส์ เสียงดัง-เบา ของเครื่องดนตรีไม่สามารถสำแดงออกมาให้สามารถรับฟังได้อย่างเด่นชัดนัก
แต่ถ้าต้องการฟังดนตรีเบาๆ สบายๆ ดนตรีลื่นไหลไปเรื่อยๆ อัลบั้มนี้สนองความต้องการได้ดี เพราะการบันทึกเสียงอยู่ในเกณฑ์ดี ความสมดุลของเสียงระหว่างแมนโดลินและวงออร์เคสตราเหมาะสม
หรือถ้าอยากรู้จัก อะวิทัล และเสียงแมนโดลิน ใกล้ชิดกว่านี้ ลองไปหาชมและฟังผ่าน ยูทูบ และ เว็บ
0 0 0 0 0
อัลบั้มครอสโอเวอร์ ผลผลิตจากค่ายเพลงคลาสสิกใหญ่อีกค่ายคือเด็คก้า ออกเผยแพร่ปีนี้เอง ผู้เขียนคิดว่าน่าจะหามาฟังได้ไม่ยาก เพราะ 2 อัลบั้มนี้ ค่ายเพลงต้นสังกัดในบ้านเรา กรุณาส่งมาให้ผู้เขียนฟังเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี้เอง (ฮา)
อัลบั้ม Martynas ผลงานดนตรีแนวครอสโอเวอร์ บรรเลง แอคคอร์เดียน โดย มาร์ตินาส เลวิกคิส (Martynas Levickis) นักดนตรีชาวลิธัวเนีย
อัลบั้มสังกัดเด็คก้าชุดนี้ อาจจะเป็นการ “ปล่อยของ” ของมาร์ตินาส ซึ่งเรียนดนตรีคลาสสิก จบปริญญาตรีจาก รอยัล อะคาเดมี ออฟ มิวสิค กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
แหกกฎของนักดนตรีคลาสสิก ด้วยการไปแข่งขันจนชนะปี ค.ศ. 2010 รายการ ลิธัวเนีย กอต ทาเลนท์ โชว์ ขณะที่ยังเรียนดนตรีคลาสสิกอยู่ในสถาบันดนตรีชื่อดัง
เขาเป็นคนหนุ่มเจเนอเรชั่นใหม่ ประยุกต์ศาสตร์ทางดนตรีที่เรียนมากับเครื่องดนตรีที่ไม่ได้เป็นเครื่องดนตรีหลักในการบรรเลงเพลงคลาสสิก นำเสนอดนตรีคลาสสิกและอื่นๆ เพื่อคนฟังรุ่นใหม่ ไม่ใช่ดนตรีคลาสสิกดั้งเดิม ที่เก่าเก็บ บรรเลงแบบเดิม ตรงตามสกอร์เพลงที่นักแต่งเพลงที่ตายไปแล้ว ได้สร้างสรรค์ไว้
เพลงส่วนใหญ่ในอัลบั้มนี้จะเป็นการนำเพลงคลาสสิกมาเรียบเรียงใหม่ บรรเลงเดี่ยวด้วย แอคคอร์เดียน (ชนิดที่มีคีย์บอร์ดคล้ายเปียโน) ประชันกับเสียงวงออร์เคสตราและวงลักษณะอื่นๆ, เพลงป๊อปดัง Telephone ของ เลดี้ กาก้า และเพลง Hot N Cool ของ เคตี้ เพอร์รี และเพลงประกอบภาพยนตร์แต่งโดย เอนนิโอ มอร์ริโคน
เป็นอัลบั้มครอสโอเวอร์ที่ถูกใจผู้เขียนมากที่สุด เพราะการบรรเลงแอคคอร์เดียน สามารถสร้างโทนเสียงดนตรีได้มากความรู้สึก ฝีมือการเล่นผ่านการฝึกฝนมาดี การบันทึกเสียงคมชัดเจน การเรียบเรียงดนตรีน่าฟัง และบทเพลงหลากหลาย
อัลบั้มครอสโอเวอร์อีกชุดจากค่ายเด็คก้า ชื่อ Lindsey Stirling หน้าปกเหมือนนักเรียนหญิงนั่งคู่อยู่กับไวโอลิน ผู้เขียนคิดว่าเป็นครอสโอเวอร์ เพราะบรรเลงด้วยไวโอลิน และ บันทึกกับค่ายเพลงคลาสสิก อัลบั้มเปิดตัวชองนักดนตรีสาว ชื่อเดียวกับชื่ออัลบั้ม
ดนตรีออกแนว “อิเล็กทรอนิกส์ แดนซ์ มิวสิค” สไตล์ที่เรียกว่า Dupstep ทำนองเพลงจากไวโอลินผู้เขียนสัมผัสกลิ่นอายดนตรีคันทรีย์อยู่ประปราย ท่ามกลางแบ็คกราวด์จากเสียงเบสและกลองเล่นจังหวะสม่ำเสมอ เกือบตลอดทั้งเพลง ลักษณะคล้ายๆ กับดนตรีแนว
ดิสโก้ในทศวรรษ 70 ซึ่งกลายเป็นจุดอ่อนประการหนึ่งของดนตรีสุ้มเสียงลักษณะนี้
ลินด์ซีย์ สเตอร์ลิง โด่งดังมาจากยูทูบ โดยเฉพาะความสามารถในการออกแบบ “ท่าเต้น” ประกอบการเล่นไวโอลินแนวนี้ของเธอ ถ้าอยากรู้จักตัวตนที่ครบถ้วนของสเตอร์ลิงนอกเหนือจากเพียงการฟังจากแผ่นซีดีชุดนี้ ลองดู ลีลา ท่าทางประกอบการเล่นไวโอลินของเธอในยูทูบ โดยเฉพาะเพลง Shadows
อาจเข้าใจได้ว่า การสร้างสรรค์ทางดนตรีและอื่นๆ ของตัวนักดนตรีเอง หรือของโปรดิวเซอร์ค่ายเพลง สามารถ “โดนใจ” คอเพลงยุคนี้ได้อย่างไร.





