วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฮัลโลวีน 2013 Trick or tweet!

การดำรงอยู่ของเทศกาล 'ฮัลโลวีน' ที่มากกว่าการจัดปาร์ตี้ เปิดบ้าน เตรียมทำหน้าสยองคอยผีตัวน้อยในชุดสารพัดแฟนซีที่จะยกแก๊งมา 'หลอก' เอาขนม

จากจุดเริ่มต้นของประเพณี "แต่งผี" เพื่อ "ไล่ผี" ตามความเชื่อของชาวเคลต์ (Celt) ชนพื้นเมืองเผ่าหนึ่งในไอร์แลนด์ ที่เชื่อว่าในวันสุดท้ายของเดือนตุลาคมเป็นวันที่มิติคนตาย และคนเป็นจะถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน โดยวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตจะเที่ยวหาร่างเพื่อสิงสู่ เดือดร้อนถึงคนเป็น ต้องหาทุกวิถีทางที่จะไม่ให้วิญญาณมาสิงสู่ร่างตน ชาวเคลต์จึงปิดไฟทุกดวงในบ้านให้อากาศหนาวเย็น และไม่เป็นที่พึงปรารถนาของบรรดาผีร้าย นอกจากนี้ยังพยายามแต่งกายให้แปลกประหลาด ปลอมตัวเป็นผีร้าย และส่งเสียงดังอึกทึก เพื่อให้ผีตัวจริงตกใจหนีไป

ถึงจะมีต้นกำเนิดอยู่ในแถบไอร์แลนด์ แต่เทศกาลฮัลโลวีนก็ได้กลายเป็นขนบของโลกทั้งใบที่ใครๆ ก็ต้องรู้จัก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาที่ดูจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งฮัลโลวีนโลกไปแล้ว เห็นได้จากความตื่นตัวและเม็ดเงินมหาศาลที่หมุนเวียนอยู่ในธุรกิจผีๆ ที่ว่ากันว่า ชาวอเมริกันใช้เงินเกินกว่า 6 - 8 พันล้านดอลลาร์ต่อปีสำหรับเทศกาลนี้ ถ้านับแค่ยอดขายลูกกวาดก็ปาเข้าไปที่กว่า 2 พันล้านดอลลาร์

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ฮัลโลวีนกลายเป็นเทศกาลที่มีเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาลรองจากคริสต์มาสซึ่งครองอันดับหนึ่งตลอดกาลได้นั้น ก็เพราะมันคือเทศกาลที่พร้อมปรับตัวร่วมไปกับทุกยุคทุกสมัยอย่างไม่เคยเหน็ดเหนื่อยนั่นเอง

  • ผี 3.0

ถ้าจะว่าให้ตรงตัวที่สุดของความเป็นอมตะของผีๆ ทั้งหลายนั้น ก็เนื่องจากว่า พวกมันตายไปแล้ว ฉะนั้น ท่ามกลางการมาและไปของหลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่าง แต่ที่ไม่เคยไปไหนเลย นั่นก็คือเรื่องผีๆ ที่ยังคงอยู่คู่มนุษยชาติ

เหมือนอย่างที่เทคโนโลยี 3.0 ได้เปลี่ยนชีวิตของผู้คนบนโลก แม้กระทั่งคนทำหนังผีมาตลอด อย่าง นีล อีเดลสไตน์ (Neal Edelstein) โปรดิวเซอร์หนังที่เคยฝากผลงานไว้ มีทั้ง Mulholland Drive, The Ring และ The Ring Two ที่รู้สึกขึ้นมาทันทีที่แท็บเล็ตวางลงบนมือเขาในครั้งแรก ว่าสิ่งที่อยู่ในมือนี่แหละที่จะเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมหนังในอนาคต

จากความรู้สึกนั้น นีล ก็มองหานายทุนที่จะมองเห็นเหมือนกันกับเขา จนในที่สุดก็เกิดโปรเจ็คท์ "แอพพลิเคชั่น หนัง" กับ Haunting Melissa หนังผีเรื่องล่าสุดของเขา ที่ไม่มีฉายในโรง หาดูไม่ได้ทางโทรทัศน์ แต่ดาวน์โหลดได้ฟรีเฉพาะในเหล่าสาวก "สตีฟ จ๊อบส์" เท่านั้น

เรื่องราวของเด็กสาวที่รู้สึกว่า แม่ที่ตายไปแล้วกลับมาหลอกหลอนเธอจากนั้นก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยนั้น มีทั้งหมด 11 ตอนและจะทยอยออกฉายโดยไม่มีการแจ้งกำหนดการล่วงหน้า ปล่อยให้แฟนๆ คอยลุ้นกันเอาเอง และจะมีตอนต่อไปได้ ในเงื่อนไขว่า ต้องดูตอนก่อนหน้าให้จบแล้วเท่านั้น โดยการดาวน์โหลดครั้งแรกไม่คิดค่าใช้จ่าย ส่วนใครต้องการจะดูต่อตอนที่สอง ก็จะต้องแชร์หนังเรื่องนี้ผ่านทางเฟซบุ๊คแล้วจะได้ดูฟรี แต่สำหรับตอนต่อๆ ไปนั้นจะต้องมีค่าใช้จ่ายตอนละ 0.99 ดอลลาร์สำหรับแบบมาตรฐาน ส่วนแบบไฮเดฟคิดราคาตอนละ 1.99 ดอลลาร์

  • สาร(ลับ)จาก 'บ้านผี'

เมื่อคนคิดถึงเรื่องผีๆ แน่นอนว่า บ้านผีสิงย่อมติดอยู่ในอันดับแรกๆ ท่ามกลางธุรกิจบ้านผีสิงที่กระจายตัวอยู่ราว 3,500 - 5,000 แห่งทั่วอเมริกา แต่ถ้านับเฉพาะในช่วงของฮัลโลวีนนั้น ยังมีบ้านผีเฉพาะกิจที่เรียกตัวเองว่า 'hell house' ที่จำลองฉากและสถานการณ์ที่เกี่ยวกับ 'บาป' ทั้งหลาย และเชิญชวนให้คนเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ ซึ่งหยิบเอาความโด่งดังของเทศกาลฮัลโลวีนมาใช้ให้เกิดประโยชน์

อย่างเช่น "Scaremare" บ้านผีสิงอันโด่งดังของมหาวิทยาลัยลิเบอร์ตี้ที่เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 1972 และมีคนมาเยี่ยมเยือนแล้วกว่า 3 แสนคน ที่ได้กลายเป็นการจุดพลุแห่งการตลาดโฉมใหม่ของศาสนาคริสต์ที่แพร่ระบาดไปในหลายๆ โบสถ์ทั่วอเมริกา เพราะสามารถสื่อสารหลักใหญ่ใจความของศาสนาคริสต์เกี่ยวกับ เรื่องราวหลังความตาย และคำพิพากษาของพระเจ้าได้อย่างเข้าถึงง่าย แทนที่จะขู่ด้วยภูต ผี ปีศาจ และซาตานในตำนานอย่างที่เคยๆ ทำมาก่อน

40 นาทีของการท่องไปในแดนสยอง ที่มีบรรดาอาสาสมัครที่เป็นนักศึกษาของลิเบอร์ตี้กว่า 300 คนร่วมกันจัดทำขึ้น ข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของ Scaremare ระบุว่า มีคนราว 26,000 คนที่ตัดสินใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพระคริสต์ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จที่เห็นได้ชัดเจนของการตลาดเชิงศาสนาลักษณะนี้ก็คือ การแปลงความบันเทิงให้เป็นแม่เหล็กนำไปสู่สิ่งที่ต้องการจะพูดนั่นเอง

ทั้งนี้ ข้อมูลบอกว่า Scaremare มีคนเข้ามาเที่ยวกว่าพันคนในคืนวันพฤหัสบดี ส่วนคืนวันศุกร์ เสาร์ อยู่ที่ราวๆ 2-4 พันคน และเคยทำสถิติมีคนเข้ามาเที่ยวมากถึง 4,500 คนในคืนเดียว เมื่อปี 2007

  • ช่องทาง ทำ 'เงิน'

เอ็ด เทเรบัส (Ed Terebus) เด็กชาวอเมริกันอายุ 18 ยังลุกขึ้นมาทำบ้านผีสิงร่วมกับพี่ชาย ขายบัตรใบละ 1.5 ดอลลาร์ (ราคาเมื่อ 30 กว่าปีก่อน) จนเป็นธุรกิจใหญ่โต ขยายเพิ่มอีกหลายแห่ง โดยหนึ่งในนั้น คือที่มิชิแกน ซึ่งเคยครองตำแหน่งสถานที่ผีๆ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ระหว่างปี 2005-2009

ไม่ใช่แค่คนที่เป็นเจ้าของบ้านโบราณที่อาจเคยมีตำนานมาบ้างประปราย หรือรู้จักสถานที่ไหนที่มีลือกันว่า "มีของ" เพียงเท่านั้น ที่จะสามารถกระโดดเข้ามาทำบ้านผีสิง หรือสวนผีสิง หรืออะไรผีสิงก็ตามแต่ได้ เพราะทราบหรือไม่ว่า เดี๋ยวนี้ มีบริษัทที่ปรึกษาด้านการสร้างบ้านผีสิงให้เป็นธุรกิจได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว

"ฮอนเทรอเพอร์เนอร์" (“Hauntrepreneurs) ของ ลีโอนาร์ด พิคเคล (Leonard Pickel) ถือเป็นหนึ่งในคอนซัลท์ที่ค่อนข้างมีชื่อในแวดวงนี้พอตัว ทั้งจากการเป็นลูกพี่อยู่มานาน โดยตั้งขึ้นเมื่อปี 1987 แล้วนั้น ในบรรดาพอร์ทโฟลิโอของบริษัทดีไซน์ความหลอนนี้ ก็ยังมีเป็นกระตั้ก นับร้อยโครงการ ทั้งที่ เมดิสัน สแควร์ การ์เด้น, ยูนิเวอร์ซัล สตูดิโอ ฟลอริดา, ซิกส์แฟล็ก เซนต์หลุยส์ / เกรท อเมริกา / แอสโตร เวิล์ด และ สครีม เทอร์เรอร์ พาร์ค เป็นต้น

ใครสนใจอยากจะติดต่อให้ เทเรบัส มาสร้างบ้านผีให้ เขาบอกมาว่า คิดดีไซน์พร้อมให้คำแนะนำ เริ่มตั้งแต่ 20-30 ดอลลาร์ต่อตารางฟุต

หรืออย่างล่าสุด สายการบิน เจ็ทบลู ที่ใช้ฮัลโลวีนเป็นเครื่องมือการตลาด สำหรับใครที่ทวีตข้อความและใส่แฮชแท็ก #TrickorTweet ลงไป ก็มีสิทธิลุ้นรับส่วนลดสำหรับตั๋วเครื่องบินเฉพาะการเดินทางในวันที่ 31 ตุลาคมวันเดียว โดยมีส่วนลดให้ตั้งแต่แค่เหรียญเดียวไปจนถึงบินฟรี ก็ขึ้นอยู่ว่าจะโชคดีมากหรือน้อย

...นอกจากจะเป็นเทศกาลรื่นเริงที่ใครๆ ต่างรอคอยแล้วนั้น ฮัลโลวีน ยังกลายเป็นขุมทองสำหรับการกอบโกยที่พร้อมจะเปิดให้คนหัวใสเข้าเกาะกระแสผีๆ ในรูปแบบที่หลากหลายได้ เพราะสมัยนี้ อะไรๆ ก็เป็นเงินเป็นทองได้ทั้งนั้น ถ้ามองถูกช่อง ทำถูกทาง ใครจะไปรู้.