เจ็ดปีไม่เคยลืมในทิเบต

หนังที่มีเรื่องราวหลักเกี่ยวกับการเดินทาง หรือค้นพบดินแดนใหม่ หากไม่ใช่หนังแอคชั่นผจญภัย ที่ดูเอาสนุก ก็มักจะเป็นเรื่องของการเรียนรู้
อะไรบางอย่างเกี่ยวกับชีวิต วัฒนธรรม หรือผู้คนที่จะเปลี่ยนแปลงตัวละครนั้นๆ ไปตลอดกาล
อย่างเช่นตัวละครของไฮน์ริค ที่รับบทโดย แบรด พิตต์ ใน Seven years in Tibet (1977) ซึ่งสร้างขึ้นจากหนังสืออัตชีวประวัติของนักปีนเขาชาวออสเตรีย ไฮน์ริค แฮร์เรอร์ ที่หลบหนีการเป็นเชลยสงครามในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และผลัดหลงเข้าไปในเมืองลาซา ของทิเบต จนได้พบกับองค์ทะไลลามะองค์ที่สิบสี่ในวัยเด็ก และใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นระหว่างปี ค.ศ. 1944 ถึง 1951 จนถึงการรุกรานทิเบตโดยกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน
ตลอดระยะเวลา 7 ปี ที่เขาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองลาซา ในฐานะเพื่อนและครูคนหนึ่งขององค์ทะไลลามะ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของอีกซีกโลกหนึ่งให้กับพระองค์ แต่ในขณะเดียวกัน ไฮน์ริค ก็ได้เรียนรู้จากพระองค์ถึงความสงบ สันติและการสำรวจลึกเข้าไปภายในใจของตนเช่นกัน จากนักปีนเขาที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงและเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน จนยอมทิ้งภรรยาและลูกน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก มาเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง ที่ฝันการพิชิตยอดเขาสูงที่สุดในโลก แต่แม้จะพิชิตยอดเขาสูงมากี่ครั้งกี่หน สิ่งที่เขาไม่เคยพิชิตได้ ก็คือความทุกข์และความเปลี่ยวเหงาที่ซ่อนอยู่
แม้จะต้องพบกับการพลิกผันของชีวิตและใช้เวลายาวนานในการเรียนรู้ แต่มันก็นำมาซึ่งการเติบโตทางจิตวิญญาณและเมื่อเขาชนะใจตัวเองที่จะยอมรับในข้อบกพร่องของตัวเองและเปิดใจที่จะมองเห็นสิ่งต่างๆ ที่มากกว่าตัวตนของเขาเอง ไฮน์ริคจึงค้นพบความสุขและดุลภาพของชีวิตอย่างแท้จริง
ปัจจุบัน แม้ว่าองค์ทะไลลามะ จะไม่ได้ประทับอยู่ที่นี่แล้ว แต่เมืองลาซา ก็ยังคงเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์และศูนย์รวมจิตใจของศาสนิกชนที่นับถือพุทธศาสนานิกายทิเบต รวมทั้ง เป็นหมุดหมายสำคัญที่นักเดินทางทั่วโลกต่างมุ่งหน้าไปเพื่อสัมผัสกับความสวยงามของธรรมชาติและความยิ่งใหญ่ตระการตาของเมืองหลวงที่ได้ชื่อว่าอยู่สูงที่สุดในโลกแห่งนี้ (เมืองลาซา อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3, 650 เมตร)
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ลาซา เป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรมและศาสนาของทิเบต โดยมีพระราชวังโปตาลาที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองลาซา เป็นสัญลักษณ์ของเมืองและวัฒนธรรมอันรุ่งโรจน์ของทิเบต ทั้งยังเป็นพระตำหนักที่อยู่สูงที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก พระราชวังแห่งนี้ ทิเบต ซึ่งเป็นทั้งป้อมปราการ และ สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์สร้างขึ้นตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 7 ในรัชสมัยของกษัตริย์ ซงจ้าน กัมโป ผู้รวมรวมทิเบตให้เป็นหนึ่งเดียว
ตัวพระราชวังเคยถูกทำลาย และได้รับการบูรณะใหม่หลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงศตวรรษที่ 17 ซึ่งทะไลลามะ องค์ที่ 5 ได้มีพระบัญชาให้สร้างปราสาทนี้ในลักษณะของวังซ้อนวัง พระราชวังวงนอกเรียกว่า วังขาว สร้างเสร็จเมื่อ ค.ศ. 1649 พระราชวังชั้นในเรียกว่า วังแดง ได้ชื่อตามผนังที่ทาสีแดง ซึ่งสร้างที่หลังวังขาวเกือบ 50 ปี พระราชวังโปตาลามีระเบียงที่มีภาพเขียนสีเรียงซับซ้อน มีทั้งบันไดไม้บันไดหิน มีห้องสวดมนต์ที่ตกแต่งสวยงาม มีรูปเคารพเกือบสองแสนองค์
ปัจจุบันพระราชวังโปตาลากลายเป็นพิพิธภัณฑ์และสถานสักการะ ภายในวังขาว มีสำนักงาน โรงเรียนศาสนา ส่วนวังแดงเป็นส่วนที่ยังใช้ประกอบพิธีกรรมอยู่ ซึ่งต่อมาองค์การยูเนสโก ได้ประกาศขึ้นทะเบียนพระราชวังโปตาลา เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1994
City: Lhasa
Country: Tibet Autonomous Region, People's Republic of China
Population: 559,423 (2010)
Movie: Seven Years in Tibet (1997)
Director: Jean-Jacques Annaud
Casts: Brad Pitt, David Thewlis, B.D. Wong, Mako, Danny Denzongpa, Victor Wong







