นับวันโซเชียลมีเดียก็ยิ่งจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนมากขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
โรงแรมหลายแห่งมีการใช้โซเชียลมีเดียเข้ามาเป็นจุดขายและดึงดูดลูกค้ามากขึ้น ล่าสุดมีการเปิดตัวโรงแรม “ทวิตเตอร์” แห่งแรกของโลกบนเกาะมายอร์กา ประเทศสเปน
เพียงล็อกอินเข้าอินเตอร์เน็ตผ่านไวไฟของโรงแรม Sol Wave House แขกที่เข้าพักก็สามารถใช้แอคเคานท์ทวิตเตอร์ของตัวเองและติดแท็กของโรงแรมคือ #SocialWave ในการเช็กอินและติดต่อหรือสอบถามข้อมูลต่างๆ กับพนักงานโรงแรมได้
แอคเคานท์ทวิตเตอร์ของโรงแรมที่ชื่อ @SolWaveHouse ยังสามารถช่วยให้แขกที่เข้าพักทราบว่ามีใครเช็กอินเข้าพักที่โรงแรมบ้าง และสามารถทวีตข้อความส่งถึงแขกคนอื่นๆ รวมถึงส่งและแชร์รูปภาพได้
แขกของโรงแรมสามารถพักผ่อนอยู่ที่ห้องโดยไม่จำเป็นต้องยกหูโทรศัพท์เมื่อต้องการให้พนักงานมาเติมมินิบาร์ เพียงแค่ติดแท็ก #FillMyFridge เท่านั้น และยังสามารถใช้ทวิตเตอร์สั่งรูมเซอร์วิสมาเสิร์ฟบนห้องได้ด้วย นอกจากนี้บาร์ของโรงแรมยังรับออเดอร์เครื่องดื่มทางทวิตเตอร์เช่นกัน แขกยังสามารถสั่งจองเตียงสไตล์บาหลีริมสระน้ำผ่านทวิตเตอร์ เพียงแค่ติดแท็กเบอร์เตียง เช่น #BaliBed1 หรือ # Balibed6
ห้องพักของโรงแรมตกแต่งด้วยธีมของทวิตเตอร์โดยใช้สีฟ้าและขาวซึ่งเป็นโทนสีของทวิตเตอร์ ธีมของทวิตเตอร์จะมีให้เห็นอยู่ทั่วไปตั้งแต่ในงานปาร์ตี้และเครื่องดื่มพิเศษ อาทิ บลู โมจิโต้
โรงแรมมีห้องพักทั้งหมด 184 ห้อง รวมถึงห้องสวีทหรือ #TwitterSuites จำนวน 2 ห้อง ซึ่งสามารถเข้าพักได้ถึง 4 คน แขกที่เข้าพักในห้องสวีทนี้จะได้รับข้อเสนอพิเศษเป็นเครื่องดื่มฟรี 1 ดริ้งค์ต่อคนที่ปาร์ตี้ริมสระน้ำของโรงแรมหรือ # TwitterParty ทุกคืนวันศุกร์
"นี่ถือเป็นก้าวใหม่ของโรงแรมในการเข้าถึงลูกค้าที่เล่นโซเชียลมีเดียที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น" กอนซาโล่ เอชวาร์เรีย ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม กล่าว
โรงแรม Sol Wave House เปิดตัวบนหาดมากาลุฟเมื่อปีที่แล้ว แต่เพิ่งมีการเพิ่มธีมทวิตเตอร์เข้าไปในโรงแรมเมื่อเดือนที่แล้วเพื่อทำให้มันกลายเป็นชุมชนเสมือนจริง
“ชุมชนแห่งนี้มีแต่ความสนุก แขกที่เข้าพักต่างมีปฏิสัมพันธ์กัน ถือเป็นการช่วยขยายพฤติกรรมปกติของนักท่องเที่ยวที่ชอบทำในวันหยุด นั่นคือการโพสต์ข้อความและภาพถ่ายการเดินทางผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุค ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม” มาร์โก แฟนตัน ผู้อำนวยการฝ่ายโซเชียลมีเดียของโรงแรม กล่าว
เว็บไซต์ของโรงแรมระบุว่า ทางโรงแรมต้องการเชื่อมต่อความสัมพันธ์ระหว่างโรงแรมและแขกผู้เข้าพักทุกคนผ่านชุมชนโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นที่ที่พวกเขาสามารถพบปะพูดคุยกัน สนุกด้วยกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน จีบกัน ทวีตถึงกัน และอื่นๆ อีกมากมาย
"เราผสมผสานโลกแห่งความจริงและโลกเสมือนจริงเข้าด้วยกันเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ทั้งหมด มันเป็นอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อน” เว็บไซต์ของโรงแรมระบุ
ทางโรงแรมหวังว่าชุมชนใหม่ #SocialWave จะช่วยให้ผู้มาเยือน "พบปะผู้คน พบเจอเพื่อนใหม่และสนุกสุดๆ"
"ลูกค้าหลักของเราคือคนหนุ่มสาวและคนในโลกสังคมออนไลน์ที่มักจะมองหาและแบ่งปันประสบการณ์ใหม่ๆ กับชุมชนเสมือนจริงที่กำลังเติบโตขึ้น" ข้อความในทวิตเตอร์ของพนักงานโรงแรมคนหนึ่งระบุ
โรงแรมทวิตเตอร์แห่งนี้ไม่ใช่โรงแรมแห่งแรกที่มีการผสมผสานการท่องเที่ยวเข้ากับเทคโนโลยีในยุคสมัยที่อุปกรณ์สื่อสารอย่างไอแพดและโทรศัพท์มือถือกลายเป็นสิ่งจำเป็นในห้องพักและการเข้าเช็กอินในโรงแรมไปแล้ว
ในปี ค.ศ. 2008 โรงแรม Pod ในนครนิวยอร์กถูกขนานนามว่า เป็นโรงแรม Facebook เพราะมีการสร้างเครือข่ายชุมชนออนไลน์ของตัวเองผ่านบล็อกของโรงแรม
เมื่อแขกเข้าเช็กอินที่โรงแรม Pod ลูกค้าสามารถเลือกที่จะเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนออนไลน์โดยการลงทะเบียนและใส่ข้อมูลของพวกเขา จากนั้นก็สามารถมีส่วนร่วมในฟอรั่มต่างๆ ที่เปิดขึ้นมาเพื่อลูกค้าโดยเฉพาะ เช่น Drink with Me, Eat with Me, Shop with Me, Go Out with Me
เมื่อปีที่แล้ว โรงแรม Ushuaia Ibiza Beach บนเกาะอิบิซ่าในสเปนให้ลูกค้าใส่สายรัดข้อมือที่ใช้ RFID หรือ เทคโนโลยีในการระบุสิ่งต่าง ๆ โดยอาศัยคลื่นความถี่วิทยุ เพียงแค่รูดข้อมือของพวกเขาไปที่จุดเซ็นเซอร์ที่วางไว้ตามที่ต่างๆ ในโรงแรม เช่น สระน้ำ บาร์ ห้องอาหาร แขกก็สามารถอัพโหลดรูปภาพ อัพเดทสถานะและเช็กอินในเฟซบุคได้
ต้นเดือนที่ผ่านมา โรงแรม 1888 ในนครซิดนีย์ ออสเตรเลีย ประกาศแจกห้องพักฟรี 1 คืน ให้กับแขกที่เข้ามาพักและถ่ายรูปตัวเองกับโรงแรมแล้วอัพลงอินสตาแกรมและมีคนฟอล์โลว์มากกว่าหนึ่งหมื่นคน
การเติบโตของแนวคิดเรื่องชุมชนเสมือนจริงในโรงแรมช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของแขกที่เข้าพัก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวโซโลหรือคนที่เดินทางคนเดียวที่กำลังมองหาเพื่อนร่วมทางหรือเพื่อนในโลกยุคดิจิทัลที่สื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นส่วนสำคัญในการสื่อสารของพวกเขา นอกจากนี้มันยังมอบความสะดวกสบายให้แขกที่เข้าพักเมื่อต้องการร้องขอสิ่งอำนวยความสะดวก มีโอกาสที่จะได้รับการตอบสนองเร็วขึ้นและมีความถูกต้องของข้อมูลที่ต้องการด้วย
แต่แนวคิดนี้อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว และมันอาจกลายเป็นปัญหาได้หากระบบเกิดล่มฉับพลัน แขกอาจรู้สึกเซ็งเพราะทนไม่ได้ที่ต้องถูกตัดขาดจากโลกออนไลน์แม้แต่นาทีเดียว
...........................
ที่มา เว็บไซต์ www.travelerstoday.com และ http://sourceable.net





