วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สะพายเป้ท่องโลก ม.ล. ฉัตรามณี เกษมศรี

การเดินทางบางครั้งจุดหมายของมันไม่ได้อยู่ ณ สถานที่ที่เรามุ่งไป หากแต่อยู่ระหว่างการเดินทาง เช่น นั่งเครื่องบิน ต่อรถไฟ เดินไปขึ้นตุ๊กๆ ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้คือรสชาติของการเดินทางที่แท้จริง ที่ ม.ล. ฉัตรามณี เกษมศรี (แก้ว) หลงเสน่ห์ของมัน ปัจจุบันเธอมีตำแหน่ง Executive Director บริษัทแบรนด์เด็ด ดิ เอเจนซี่ ทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ มีเวลาว่างเว้นจากการงานเมื่อไหร่ เธอขอมีความสุขในการสะพายเป้ ท่องเที่ยวทั่วโลก

โดยเริ่มจากประเทศที่อยากไปที่สุดก่อน ทุกวันนี้เอารูปท่องเที่ยวเก่าๆ กลับมาดูรูปครั้งใด ก็มีความสุขทุกครั้งไป เธอเดินทางมาแล้วทั้ง เนปาล, อินเดีย กัลกัตตา ดาร์จีลลิง นิวเดลี ราชาสถาน แคชเมียร์ สิกขิม, เวียดนาม, พม่า, จอร์แดน, โมรอคโค, แทนซาเนีย

ความจริง ม.ล.แก้ว เรียนอยู่ที่อเมริกาตั้งแต่มัธยมปลาย จนเข้ามหาวิทยาลัย อยู่ที่รัฐโอไฮโอ จากนั้นเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเรียนด้าน Visual Communications Graphic Design ที่ Art Academy of Cincinati เธอชอบงานศิลปะมาก เวลาปิดเทอมขับรถไปหาพี่สาว(ม.ล.ปิยะธิดา เกษมศรี) ที่นิวยอร์ค หรือไปเที่ยวรัฐอื่นๆ เช่นชิคาร์โก, ฟลอลิดา, แคลิฟอร์เนีย

-ที่เลือกไปเรียนสหรัฐอเมริกา เพราะชอบที่นั่น?

เป็นคนที่ชอบภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน เพราะว่าตั้งแต่ตอนเด็กๆ คุณพ่อ (ม.ร.ว.อัครพงษ์ เกษมศรี) ให้ดูหนังที่มีเซตติ้งเป็นเมืองนอก ใฝ่ฝันที่จะได้ไปอยู่เมืองนอกมาตั้งแต่เด็กๆ ในที่สุดก็ได้ไปเรียนแลกเปลี่ยนตอน ม.5 ที่อเมริกา ได้อยู่กับ Host Family น่ารัก ก็เลยทำให้เรารู้สึกประทับใจ ชอบวัฒนธรรมแบบอเมริกันดั้งเดิม มีบ้านน้อยน่ารัก ระเบียบวินัยของผู้คน แก้วอยู่ที่เมืองซินซิแนติ รัฐโอไฮโอ มี 4 ฤดู ตั้งแต่หน้าร้อนถึงฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้ออกบานสะพรั่งสวย หน้าหนาวหิมะตก ได้ครบทุกรส ส่วนซานฟรานซิสโกก็ชอบ ที่นั่นมีร้านอาหารเก๋ๆเยอะ บ้านก็ตกแต่งสีสันสวยงามมีสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ส่วนนิวยอร์คเป็นเมืองใหญ่ที่ไม่ Friendly แต่ว่าสถาปัตยกรรมของเมืองเขาสวยดี แก้วเรียนที่อเมริกาหกปีครึ่ง ก็เที่ยวระดับหนึ่งเลยละ ทั้งทิศเหนือใต้ออกตก แต่เขามีตั้ง 55 รัฐ ยังเที่ยวไม่ครบ ยังมีที่อยากไปแต่ยังไม่ได้ไป เช่น รัฐนิวออลีนอยู่ทางใต้ หลุยเซียนา ก่อนถึงฟลอลิดาก็อยากไป เป็นอเมริกันเฟรนช์โคโลเนียล เป็นรัฐที่คอนเซอร์เวทีฟ บางถิ่นยังใช้ภาษาฝรั่งเศสอยู่บ้าง

-ความจริงแล้วแรงบันดาลใจในการเที่ยวมาจากอะไร?
แรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวเริ่มตอนที่เรียนอยู่อเมริกานั่นแหละคะ ตอนนั้นยังเด็กอยู่ได้ไปเที่ยว Disney Epcot Center ซึ่งเขาจะจำลองเมืองต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้ง Morocco ทำให้เป็นประเทศที่ใฝ่ฝันว่าอยากไปดูของจริงสักครั้งหนึ่งในชีวิต ประกอบกับหลังจากที่กลับมาจากอเมริกาแล้ว ได้อ่านหนังสือที่เขาพูดถึงการเดินทาง 3 เล่มที่เป็นแรงบันดาลใจ เช่น “สวรรค์ชั้นประหยัด” โดย วิทวัส โปษยานนท์ ที่พูดถึงแง่คิดมุมมองการใช้ชีวิตสัมผัสผู้คนในประเทศต่างๆ ด้วยภาษาที่สละสลวยมาก “จะไปให้ไกลถึงไหนกัน” โดย สุดแดน วิสุทธิลักษณ์ พูดถึงการมองโลกตลอดจนวัฒนธรรมที่แตกต่างเชิงมานุษยวิทยา และ “ข้างหลังโปสการ์ด” โดยหลานเสรีไทย ซึ่งเป็นแบ็คแพคเกอร์สาวตัวแม่ระดับตำนาน

-แบ็คแพคไปเที่ยวมากี่ประเทศแล้วคะ

แบ็คแพคไปเที่ยวมา 7 ประเทศ แต่ว่า 13 ครั้ง อินเดียไปมา 5 ครั้ง ชอบอินเดียเพราะว่าเคยเรียนประวัติศาสตร์อินเดีย รู้เรื่องราวประวัติศาสตร์และศิลปะของเขา มีรูปปั้นพระศิวะที่เราอยากไปเห็นที่กัลกาตาร์ ตอนแรกที่ไปอินเดียก็กลัวสิ่งที่คนอื่นเขากลัวนะ พอไปจริงๆ เราก็ทนได้ เห็นคนยืนฉี่อยู่ข้างทางเป็นเรื่องธรรมดามาก นั่งรถไฟตอนเช้าๆ เห็นก้นสลอนบางคนหันหน้ามาด้วยนะ แต่มันเป็นวิถีชีวิตของเขา เราไปบ้านเขาเห็นวัฒนธรรมแบบนี้ก็ต้องยอมรับ ไม่ควรเปรียบเทียบกับวัฒนธรรมที่เรามา

-สิ่งที่คิดว่าได้รับจากการท่องเที่ยวคืออะไร

แก้วว่าความสำคัญของการท่องเที่ยวไม่ได้อยู่ที่จุดหมายปลายทาง เพราะจุดหมายปลายทางเป็นแค่ขอบเขต เช่น budget ที่เราตั้งความคาดหวังที่จะไปถึง แต่ความสำคัญอยู่ที่การเดินทาง สิ่งที่เราประสบพบเจอระหว่างทางที่ทำให้เราได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับคนอื่นๆ โดยเฉพาะคนที่แตกต่างจากเรามาก แน่นอนว่าจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ วัฒนธรรมใหม่ๆ เห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไม่ว่าจะเป็นชีวิตความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่นั้น เช่น ตอนที่แก้วไปอินเดีย เมืองไจซาลเมอร์ (แคว้นราชาสถาน) มีโอกาสขี่อูฐไปในทะเลทราย ค้างคืน นอนบนแคร่ไม่มีเต็นท์ รอบกองไฟ ดูเวิ้งว้างมาก เราไปกันผู้หญิงแค่ 3 คน และคนที่พาไปเป็นคนจูงอูฐกับเด็กเตรียมของล้วนเป็นผู้ชายทั้งหมด ตอนแรกก็กลัวเพราะมีแต่เราผู้หญิงกลางทะเลทราย สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่มี แต่ในที่สุดเราก็แบ่งปลาสลิดของเพื่อนที่พกมาด้วยให้พวกเขาชิม จากนั้นก็เริ่มกล้าที่จะคุยด้วยจึงได้รู้ว่าเค้าก็ไม่มีอะไรน่ากลัว จนตอนหลัง ได้นั่งคุยถามถึงชีวิตคนท้องถิ่นได้ความรู้มาอีกเยอะคะ

-สิ่งที่ต้องเตรียมตัว ในการท่องเที่ยวแบ็คแพคมีอะไรบ้าง

แก้วไม่พกอะไร เช่น น้ำปลา น้ำพริก แก้วไปแล้วก็อยากจะไปลิ้มรสอาหารที่นั่น แต่พกยาแก้ท้องเสีย ไปอินเดียไม่เคยอาหารเป็นพิษนะคะแต่เราต้องเลือกกินของร้อนๆ เช่นซาโมซ่าทอดร้อนๆ ควันโขมง ชาร้อนๆ เตรียมยาประจำตัว, ยาสามัญ แก้ปวดแก้ไข้ แก้ท้องเสีย แก้แพ้ เตรียมไฟฉายเผื่อฉุกเฉิน เผื่อเราไปอยู่เกสต์เฮาส์ถูกๆ เวลาไฟดับจะได้ไม่สติแตก รองเท้าผ้าใบใส่ไป เตรียมรองเท้าแตะคู่หนึ่ง เสื้อผ้าไม่เอาไปเยอะซักบ้างใส่วนบ้าง(หัวเราะ) เราต้องเผื่อที่ไว้ซื้อของพื้นเมืองกลับมาทุกครั้ง

-มีอะไรต้องเตรียมอีกไหม

นอกจากยาแล้วก็ต้องเช็คสภาพอากาศ เพื่อการนำเสื้อผ้าที่เหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับธรรมเนียมการแต่งกายของพื้นที่ที่จะไป เช่น เรื่องการแต่งกายมิดชิดสำหรับประเทศที่เคร่งครัดด้านวัฒนธรรมหรือไม่แต่งตัวล่อแหลม เช็ควันและเวลาเปิด-ปิดของสถานที่ที่เตรียมจะไป เช่น พิพิธภัณฑ์ อ้อ...เราต้องเช็คสถานการณ์บ้านเมือง ณ ช่วงเวลาและเมืองที่จะไปด้วยนะคะ และก็มีสำเนาพาสปอร์ต, e-ticket เบอร์ติดต่อ ที่อยู่สถานทูตไทยของประเทศนั้นๆ เราก็ต้องหาข้อมูลไปด้วยนะคะ
ช่วงนี้มีแผนจะเดินทางไปที่ไหนอีกคะ

ประเทศต่อไปที่คาดว่าจะไปคือ ศรีลังกา เป็นอีกประเทศที่คุณวิทวัส โปษยานนท์ เขียนถึงใน“สวรรค์ชั้นประหยัด” ในสมัยหนึ่งกวีชาติต่างๆ ได้พรรณนาถึงมนต์เสน่ห์โรแมนติกของเกาะลังกา หมู่บ้านเล็กๆ ริมทะเลกลางดงมะพร้าว คนผิวดำแบบชาวสิงหล ระบำรำฟ้อนพื้นเมือง อาหารแกงกะทิแบบศรีลังกา ตลอดจนใฝ่ฝันที่จะได้ไปเห็นภาพเขียนสีเฟรสโกที่เมืองสิกิริยา เนื่องจากเคยเรียนจากวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์ เห็นรูปแบบฟอร์มการวาดผู้หญิงที่ชดช้อยสวยงามมาก หรือเมือง Galle ที่มีสถาปัตยกรรมแบบฮอลันดาค่ะ