วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สงขลา-โตนงาช้าง...หินที่นี่เป็นสิว

ผมตั้งใจไปน้ำตกโตนงาช้าง ที่อยู่ในความดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง ในเขต อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในช่วงที่เป็นหน้าฝนเพื่อให้ปลอดคน

เพราะถ้าเป็นช่วงหน้าแล้งที่นี่ก็ไม่ใช่ย่อยเหมือนกัน เสียงนักท่องเที่ยว วี้ดว้ายลั่นน้ำตกไปหมด คนเยอะไม่ต่างที่อื่นๆ ที่คนไทยนิยมเที่ยวกัน โดยเฉพาะช่วงเทศกาล

แบกเป้นั่งรถสองแถวจากหาดใหญ่ไปอีก 28 กม. ก็ไปถึงได้ไม่ยาก และก็สมใจเพราะทั้งบริเวณไม่มีคนเลย เงียบสนิท ยิ่งฝนปรอยๆ ทั้งวันก่อนหน้านี้ ผมว่าคนคิดที่จะมาเที่ยวก็คงไม่คิด มัวแต่โอ้เอ้แวะโน่นนี่นั่นกว่าจะไปถึงก็เย็นย่ำ ร้านค้าอะไรปิดกันเงียบ ทั้งสำนักงานเขตฯเงียบกริบ กว่าจะหาเจ้าหน้าที่เจอเพื่อขออนุญาตกางเต็นท์หลบฝนในโรงรถ ก็เดินหาซะนาน แต่ไม่ผิดหวังจริงๆ ครับได้อาศัยร่มเงาอาคารหลบฝน ทั้งสำนักงานเขตฯ มีผมกางเต็นท์อยู่คนเดียว ล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่และป่าทึบ เสียงน้ำในลำห้วยที่ตกไหลเป็นน้ำตกใกล้ๆ เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้ทั้งบริเวณไม่เงียบจนเกินไป แต่ผมกลับชอบ ชอบที่ได้พักหู ชอบที่ได้อยู่ในวงล้อมของป่าและอยู่เงียบๆ โปร่งๆ เบาๆ ฝนพรำๆ ทำให้อากาศเย็นสบายทั้งคืน

อันที่จริงสำนักงานเขตฯเขาก็มีบ้านพัก แต่ผมไปคนเดียวเสียดายเงินค่าบ้านพัก กางเต้นท์นอนก็ไม่ได้ลำบากอะไร ปกติถ้าไม่ใช่ฤดูฝน เขามีลานกางเต้นท์กลางแจ้ง แต่ผมไปแล้วฝนตกก็เลยมาอาศัยโรงจอดรถอย่างที่บอก หัวค่ำนกกลางคืนร้องเสียงวังเวง ในช่วงลูกไม้สุกในหน้าแล้ง คนดูนกบางส่วนก็นิยมมาที่นี่เพราะป่าใหญ่ นกใต้สวยไม่แพ้ที่อื่น แต่คนมากหน่อยเท่านั้นเอง

เดินดูน้ำตกแต่เช้า โชคดีที่ฝนหยุดแต่ก็ไม่มีแดด น้ำตกโตนงาช้างนั้นมี 7 ชั้น แต่ชั้นที่คนนิยมไปเล่นน้ำคือชั้น 1 ส่วนชั้น 3 ที่สวยที่สุดนั้น หน้าน้ำแบบนี้น้ำออกสีขุ่นๆ นิดๆ เวลาที่ฝนตกพรำไม่ควรเล่นน้ำ รอบๆ บริเวณสำนักงานร่มรื่น สะอาดสะอ้านดี ตามทางเดินไปน้ำตกชั้นต่างๆ จะมีเจ้าหน้าที่เดินเก็บขยะ แต่ก็มีที่ซุกไว้ตามซอกหินบ้างง่ามไม้ระหว่างทางบ้าง ผมว่านักท่องเที่ยวเรามีวินัย ไม่ทิ้งขยะ ไม่เอาอาหารเข้าไปในน้ำตกดีกว่าให้เจ้าหน้าที่ตามเก็บขยะตั้งเยอะ

การมาเที่ยวน้ำตกที่ไม่มีคนพลุกพล่านมันดีตรงที่ให้ความรู้สึกว่าเป็นธรรมชาติจริงๆ เหมือนเราอยู่คนเดียวทั้งน้ำตก หน้าผาน้ำตกโตนงาช้างในชั้นที่ 3 นั้นใหญ่โตสวยงาม สายน้ำที่ไหลแยกเป็น 2 ทาง ขาวดั่งงาช้าง นี่อาจเป็นที่มาของชื่อน้ำตก ช่วงที่ไปดอกไม้ป่ากำลังออกดอกสวยช่วยตกแต่งบรรยากาศพอให้มีสีสันบ้าง

หินน้ำตกที่นี่เป็นหินแกรนิต คุณสมบัติก็คือลื่นมาก ต้องระวัง แต่น้ำตกจะใสและพื้นเป็นทราย ที่น่าสนใจคือหินน้ำตกที่นี่จะมีจุดดำๆ ปนอยู่ในตัวเนื้อหินทั้งก้อน ทั่วบริเวณ ดูเผินๆ เหมือนหินมันเป็นสิว ยิ่งก้อนไหนแช่น้ำ ยิ่งเห็นสิวชัดเจน ผมสอบถาม ดร.สมบุญ โฆษิตานนท์ ผอ.สำนักธรณีสิ่งแวดล้อมและธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี ท่านกรุณาอธิบายว่าเป็นลักษณะของหินแปลกปลอม คือตอนที่หินแกรนิตจะแข็งตัว หินที่อยู่ข้างเคียงก็หล่นปนลงไปด้วย เราจึงเห็นจะเป็นเนื้อเดียวก็ไม่ใช่เลยออกมาด่างๆ กลายเป็นสิวซะอย่างนั้น ซึ่งไม่ค่อยเห็นที่ไหนบ่อยนัก อันที่จริง เรื่องหิน เรื่องดิน ต้นไม้ใบหญ้านี่ เที่ยวไปศึกษาไปก็สนุกไปอีกแบบ ทำให้เราได้ความรู้ด้วย

เช้าๆ นอกจากสำราญกับน้ำตกที่ปลอดคนแล้ว เสียงนกป่า เห็นกิ้งก่าบิน โผจากต้นนั้นไปต้นนี้ ดูเพลินดี เสน่ห์ของป่าเขาก็คือต้องเงียบ ต้องสงบ มีแต่เสียงธรรมชาติ เราจึงจะเห็นบรรยากาศของป่าจริงๆ ว่ามีเสน่ห์อย่างไร

ก่อนหน้านี้ผมไปสงขลาในช่วงที่พิพิธภัณฑ์สงขลาที่อยู่ในตัวเมืองเขาปิดซ่อม เลยไม่ได้เข้าไปดู ไปคราวนี้พอมีเวลาอยู่บ้าง เมื่อออกจากน้ำตกโตนงาช้างเลยแวะเข้าไปในเมืองสงขลาสักหน่อย เผื่อดูนั่นดูนี่ ที่วัดกลางหรือวัดมัชฌิมาวาสก็ยังคงปิดล๊อคประตูโบสถ์ ไม่ยอมให้ใครเข้าไปดูเช่นเดิม ก็ไม่รู้ว่าจะหวงไม่ให้คนดูทำไม ไปทีไร ล๊อคประตูแน่นทุกที ส่วนตึกเก่า อาคารพานิชย์เก่าๆ นั้น สำหรับสงขลา มันคือเสน่ห์อยู่แล้วลองเดินเล่น ถ่ายรูป ให้บรรยากาศย้อนยุคดีเหมือนกัน แต่ระวังรถหน่อยเพราะถนนในเมืองสงขลาดูเหมือนไม่มีฟุตบาท ขืนมัวถ่ายรูปเพลินรถอาจเฉี่ยวเอาได้

อันที่จริงสงขลานั้นเป็นเมืองใหญ่และมีความสำคัญมาแต่ครั้งอดีต ไม่ว่าจะในเรื่องของการเป็นเมืองท่า เมืองค้าขาย หรือการเป็นเมืองที่ควบคุมการปกครองทางใต้ในช่วงเวลาหนึ่ง ประวัติเมืองสงขลานั้นน่าศึกษามาก แต่ถูกนำมาบอกเล่าไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสงขลาทั้งหมด ที่นี่สะดุดตาตั้งแต่สถาปัตยกรรมของอาคารที่เป็นแบบจีนอายุกว่า 100 ปี ซึ่งเดิมเป็นบ้านส่วนตัวขอพระยาสุนทรานุรักษ์ (เนตร ณ สงขลา) ผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา ตั้งแต่ช่วงปี 2421 โน่น แล้วก็เป็นที่พักข้าหลวง เป็นศาลาว่าการมณฑล เป็นศาลากลางจังหวัด จนกระทั่งมาเป็นพิพิธภัณฑ์ดังกล่าว

อย่างที่ผมบอกว่าแค่รูปลักษณ์อาคารภายนอกก็สะดุดตาแล้ว ยิ่งได้เข้าไปดูข้างใน ท่านผู้อ่านจะเห็นเลยว่าบ้านคหบดีจีนหรือบ้านเจ้าสัวนั้นเป็นอย่างไร บ้านสองชั้น พอเขาปรับปรุงเสร็จ ทั้งชั้นบน ชั้นล่าง ที่เคยเป็นห้องต่างๆ ถูกจัดแสดงเรื่องราวของเมืองสงขลาตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบัน ถ้ายิ่งได้เดินชมเงียบๆ อ่านเนื้อหา คำอธิบาย ลมธรรมชาติพัดโกรก มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นกำแพงเมืองสงขลาตระหง่าน ผมว่าจะเคลิบเคลิ้มในบรรยากาศเอาง่ายๆ แค่นั่งชมภายในอาคารก็อิ่มเอมใจแล้ว บ้านเรามีพิพิธภัณฑ์ที่เคยเป็นวังเก่า เป็นตำหนัก เป็นบ้านเจ้าเมืองมาก็หลายแห่ง ผมว่าที่นี่น่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่สวยและจัดแสดงข้าวของได้พอเหมาะพอควร ไม่รกจนเกินไป อีกทั้งตู้จัดแสดงก็ดูเอาใจใส่ดี ไม่โทรมเหมือนพิพิธภัณฑ์พระนครในกรุงเทพฯ

ไปเห็นพิพิธภัณฑ์สงขลาแล้วอยากให้กระทรวงวัฒนธรรมปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศบ้าง บ้านเรามีอะไรดีตั้งมากมาย แต่ไม่รู้จักเอามาโชว์ให้ดูดี แล้วก็มาบ่นว่าคนไทยไม่ค่อยอยากดูพิพิธภัณฑ์ ลองทำอย่างที่สงขลาผมว่าคนจะเข้าพิพิธภัณฑ์อีกเยอะ