เยียวยาหัวใจใน "ป่าฝน"

เยียวยาหัวใจใน "ป่าฝน"

"ธรรมชาติ" คือยาบำรุงขนานเอก ที่จะช่วยเยียวยาหัวใจให้ทุกคนลุกขึ้นมาต่อสู้กับโลกใบใหญ่ใบนี้ได้อีกครั้ง

เพราะฉะนั้น...ไม่ว่าจะเป็นสายหมอกจางๆ ฟองฝนที่กำลังหล่นพรำบนพื้น หรือดอกไม้ใบไม้ที่มองเห็นในทุกๆ ครั้งเมื่อยามตื่น จึงเป็นความแช่มชื่นสบายใจที่หาได้จาก "ธรรมชาติ" ซึ่งอยู่รอบๆ ตัวเรา

ทว่า บ่อยครั้งเหมือนกันที่ความเร่งรีบของเมืองกรุงทำลายความงดงามของธรรมชาติรอบข้าง หลายคนจึงพาตัวเองออกเดินทางไปหาอากาศบริสุทธิ์ เพื่อสร้างสมดุลแห่งความสุขให้กับตัวเอง แน่นอนว่า มีสถานที่มากมายให้ค้นหา แต่ว่าจะมีสักกี่แห่งกัน ที่ทำให้นักเดินทางรู้สึกอบอุ่น สบายใจ เหมือนได้ใช้ชีวิตอยู่ในท่ามกลางธรรมชาติ

Rain Forest Resort อาจไม่ได้เป็นที่พักสุดยอดในแง่ของความหรูหรา แต่ว่าที่นี่มีทุกสิ่งที่ทุกคนตามหา ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ดอกไม้ สายหมอก ลำธาร หรือแม้กระทั่งก้อนหินรูปทรงงดงาม แปลกตา ก็รวมกันอยู่ใน "ป่าฝน" แห่งนี้

"ผมมาพักรักษาตัวอยู่ข้างๆ แล้วก็เดินผ่านทุกวัน เห็นต้นไม้เยอะ แล้วพอเจอคนก็เข้าไปถาม เขาบอกว่าเจ้าของกำลังประกาศขาย ซึ่งเจ้าของจริงอยู่กรุงเทพฯ ผมก็โทรศัพท์ไปคุย เพราะถูกใจในสภาพพื้นที่มาก มันเหมือนเราเข้ามาแล้วเราชอบแบบนี้ เราชอบน้ำตก เราชอบต้นไม้ใหญ่ เราชอบพื้นที่ที่มีหินเยอะๆ ซึ่งมันหาไม่ได้ง่ายๆ ผมก็เลยตัดสินใจซื้อ แต่ตอนนั้นยังไม่คิดว่าจะทำรีสอร์ท แค่คิดว่าจะใช้ชีวิตในบั้นปลายที่หมอบอกว่าทำงานไม่ได้ ให้มันมีความสุขที่สุด" ณัฐวัฒน์ วัฒนาประสิทธิ์ เจ้าของอาณาจักรแห่งความสุขใน "ป่าฝน" เริ่มต้นเล่า

ณัฐวัฒน์ เคยป่วยหนักกระทั่งหมอเอ่ยปากว่าไม่สามารถทำอะไรได้อีก แต่เพราะตระหนักในคุณค่าของการ "มีชีวิต" เขาจึงค่อยๆ เปลี่ยนวิกฤตที่โหดร้ายให้กลายเป็นโอกาสได้อย่างที่ใครๆ คาดไม่ถึง แน่นอนว่า รีสอร์ทสบายๆ ใต้เงาไม้ใหญ่ของธรรมชาติ คือจุดเริ่มต้นของความรักทั้งหมดของเขา

"อย่างแรกคือเรื่องของชื่อ ตอนแรกจะตั้งชื่อไทย แต่ถ้าทำไปทำมาฝรั่งติดขึ้นมา ชื่อไทยจะจำยาก ก็เลยตั้งชื่อฝรั่งที่คนไทยจำไม่ยาก ผมต้องการคำว่า ป่า ชุ่มชื้น เขียว หรือแม่น้ำ สุดท้ายก็มาลงที่คำว่า Rain Forest จบ แล้วประเทศไทยก็ไม่มีใครใช้ด้วย"

สำหรับคอนเซ็ปต์ของ Rain Forest ณัฐวัฒน์ว่า จะต้องคงสภาพพื้นที่เดิมไว้ให้ได้มากที่สุด ต้นไม้ ก้อนหิน ดิน น้ำ จะไม่มีการทำลายหรือแยกส่วนออกจากกัน เพราะฉะนั้นบ้านพักทุกหลัง หรือสิ่งปลูกสร้างทุกชนิด จะถูกสร้างโดยคำนึงถึงจิตสำนึกของการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเป็นมิตรนั่นเอง

"ทำยังไงให้เขาอยู่ได้ ทำยังไงให้เขามามีส่วนร่วมกับเราโดยที่เขาไม่ได้แตกต่างออกไป น้อยคนที่จะทำแบบนี้ ส่วนใหญ่จะตัดๆ แล้วก็ไปล้อมมาใหม่ เพราะว่าฉันไม่ชอบต้นนี้ต้นนั้น แต่เราไม่สนใจ เรารู้สึกว่าต้นไม้ทุกต้นมีความหมายหมด เราต่างหากที่เข้ามา แล้วเราจะทำยังไงไม่ให้เบียดเบียนเขา แต่มันก็เป็นธรรมชาตินะ เดี๋ยวก็มีต้นนั้นล้มบ้าง อะไรบ้าง บางทีอาจจะเห็นแต่ตอ คือไม่ได้ตัดนะ เขาล้มเอง เป็นธรรมชาติ เหมือนคน คนเราก็มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย เพราะฉะนั้นจุดขายของที่นี่คือความเป็นป่า ความสมบูรณ์ และความที่เราไม่ได้ดัดแปลงมัน"

ภายในพื้นที่ 4 ไร่ ใต้ชายคาเขียวๆ ของต้นไม้ Rain Forest มีบ้านพักให้บริการทั้งหมด 17 หลัง ใน 7 รูปแบบ คือ Superior Forest View, Superior River View, Superior Jungle Cottage, Superior Family Cottage, River Front Suite, Tropical Suite และ Rain Forest Suite นอกจากนี้ยังมีห้องอาหารที่ปรุงอาหารเพื่อสุขภาพรสชาติจัดจ้าน โดยเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. ด้วย

"เมื่อประมาณ 4-5 ปี เพิ่ง renovate ใหม่ ก็เปลี่ยนแอร์ ทีวี ตกแต่งใหม่หมด คือเมื่อก่อนเป็นหินเป็นไม้หมด หลังๆ มันหมดยุคแล้ว เราก็เลยต้องเปลี่ยน แต่ภายนอกเราก็พยายามคงเดิม จะไปเน้นสีข้างในมากกว่า ให้ดูสบายตา ไม่น่ากลัว ข้างนอกเน้นความกลมกลืน ไม่ให้บ้านเด่นเท่าไร"

แม้คอนเซ็ปต์หลักไม่ได้อยากเบียดเบียนธรรมชาติ แต่ณัฐวัฒน์ก็ตระหนักดีว่า การดำเนินธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารแบบนี้ ย่อมมีส่วนที่ทำให้คุณภาพของสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป เขาจึงมุ่งหาแนวทางในการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทั้งคนและธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้อย่างไม่มีใครต้องเสียเปรียบ และนั่นก็ทำให้เกิด Rain Forest Farm ฟาร์มผักพอเพียง และเป็นศูนย์การเรียนรู้ให้กับชุมชน ทั้งเรื่องปศุสัตว์ การใช้พลังงานทดแทน การคัดแยกขยะ การทำเกษตรอินทรีย์ การปลูกป่าแบบผสมผสาน การทำน้ำมันไบโอดีเซล รวมถึงการลดต้นทุนด้วยการผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เช่น สบู่ แชมพู น้ำยาซักล้าง เพื่อใช้ในรีสอร์ท ซึ่งนอกจากจะช่วยเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจอย่างพอเพียงแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างรายได้ พร้อมทั้งปลูกจิตสำนึกให้กับชุมชุนและนักท่องเที่ยวอีกด้วย

"ผมไม่ได้แคร์เรื่องความสำเร็จ ผมแค่อยากมีความสุขกับสิ่งที่เรามี และก็ใช้ชีวิต และ "พอ" โดยที่ไม่ต้องตะเกียกตะกาย" ณัฐวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

อย่างที่บอกว่า "ธรรมชาติ" คือยาบำรุงขนานเอก ถ้าคุณมีความฝันเล็กๆ ว่าอยากเพิ่มความชุ่มชื่นให้หัวใจ ลองมองไปรอบๆ กาย แล้วจะพบว่า แค่เพียงใบไม้ที่พลิ้วไหวก็ทำให้คุณมีความสุขได้อย่างไม่น่าเชื่อ

................
ที่ตั้ง : ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
ราคา : 2,200-6,800 บาท(ช่วง long weekend) วันอาทิตย์-พฤหัสบดี ลด 30 เปอร์เซ็นต์ วันศุกร์-เสาร์ ลด 20 เปอร์เซ็นต์
จุดเด่น : ใกล้ชิดธรรมชาติ สะอาด ปลอดภัย อาหารอร่อยและเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ
ติดต่อ : โทรศัพท์ 0 5529 3085 หรือ www.rainforestthailand.com