วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

“เจ้าชายน้อย” ฟีเวอร์

นับเป็นข่าวดีในรอบปีของชาวอังกฤษ หลังพระประสูติกาลของรัชทายาทองค์ล่าสุดแห่งราชวงศ์ก็มีการคาดการณ์ว่า กระแสเจ้าชายน้อยฟีเวอร์

น่าจะมีส่วนช่วยกระตุ้นและเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้มุ่งหน้ามาอังกฤษมากขึ้น

เว็บไซต์ Visit Britain ซึ่งเป็นเว็บไซต์การท่องเที่ยวของสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่กำลังโปรโมทการท่องเที่ยวของประเทศโดยอาศัยพระประสูติกาลของเจ้าชายจอร์จแห่งเคมบริดจ์ หรือพระนามเต็มว่า จอร์จ อเล็กซานเดอร์ หลุยส์ พระโอรสพระองค์แรกในเจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ กับแคเธอรีนหรือเคท ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวแนวครอบครัว

โปสเตอร์ที่เป็นพระฉายาลักษณ์ของดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ซึ่งทรงยิ้มแย้มแจ่มใสในขณะที่ทรงอุ้มเจ้าชายตัวน้อยพร้อมด้วยข้อความว่า "ยินดีต้อนรับสู่เกาะบริเตนใหญ่" ถูกนำมาใช้ในโปรโมทการท่องเที่ยวในประเทศเป้าหมาย 21 ประเทศ รวมถึงบางส่วนของยุโรป สหรัฐอเมริกา แคนาดา บราซิล ออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่นและรัสเซีย

เรื่องราวเกี่ยวกับราชวงศ์อังกฤษยังคงเป็นจุดดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก อังกฤษมีรายได้จากแหล่งท่องเที่ยวทางมรดกและวัฒนธรรมในแต่ละปีราว 4,600 ล้านปอนด์ หรือ 220,000 กว่าล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นรายได้ที่เกิดจากแหล่งท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับราชวงศ์

งานพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคทใน ค.ศ. 2011 ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอีก 800,000 คน จากปีก่อนหน้า และในปี ค.ศ. 2012 ซึ่งเป็นปีที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ก็ช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวได้ร้อยละ 1 โดยมีนักท่องเที่ยวแห่กันมาเยือนสหราชอาณาจักรมากกว่า 31 ล้านคน ถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008 ซึ่งเป็นช่วงเศรษฐกิจเริ่มถดถอย นักท่องเที่ยวจำนวนดังกล่าวมีการใช้จ่ายราว 18,640 ล้านปอนด์ หรือเกือบ 9 แสนล้านบาท เฉลี่ยคนละ 29,000 บาท และมีอัตราเฉลี่ยของการเข้าพัก 7.4 คืนต่อคน

"หลังจากพระประสูติกาลของเจ้าชายน้อยแห่งเคมบริดจ์ พวกเรากำลังไฮไลท์ให้อังกฤษกลายเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของครอบครัว ด้วยการจัดกิจกรรมต่างๆ มากมายให้ทำไม่ว่าจะอยู่ในเจเนอเรชั่นใดก็ตาม" โฆษกคนหนึ่งของเว็บไซต์ Visit Britain กล่าว

เขากล่าวว่า ร้านขายเสื้อผ้าเด็กทารกและร้านขายของเล่นเด็กยังคงเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ต้องการร่วมเฉลิมฉลองพระประสูติกาลครั้งนี้ด้วย รวมถึงของที่ระลึก เช่น พวงกุญแจ ผ้าขนหนู ซึ่งเว็บไซต์ Visit Britain ได้จัดทำสินค้าและของที่ระลึกออกมาขายเป็นคอลเลกชั่นของเจ้าชายน้อยด้วย

นอกจากนี้พิพิธภัณฑ์ลอนดอนยังมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับการประสูติของสมาชิกราชวงศ์ในอดีตโดยนำเสื้อผ้าและของใช้ในวัยเด็กของสมาชิกราชวงศ์มาจัดแสดงด้วย

"ราชวงศ์อังกฤษเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อการท่องเที่ยวของอังกฤษมาช้านาน แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะมีคุณค่ามากเท่ากับครั้งนี้เลย ผู้คนทั่วโลกต่างพากันตื่นเต้นที่จะได้ยลพระโฉมของเจ้าชายน้อย" เลดี้ คอบแฮม ประธานคณะกรรมการการท่องเที่ยวของอังกฤษ กล่าว

แหล่งท่องเที่ยวทั่วเกาะบริเตนใหญ่ ซึ่งรวมถึงสถานที่ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับราชวงศ์รวมทั้ง แอนเมอร์ ฮอลล์ บ้านพักผ่อนในชนบทของครอบครัวดยุคแห่งเคมบริดจ์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากซานดริงแฮม เอสเตทของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในนอร์ฟอล์ค ก็มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ต่างชาติให้ความสนใจ รวมถึงอีตัน โรงเรียนของเจ้าชายวิลเลียมและมหาวิทยาลัยเซนต์ แอนดรูวส์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ได้พบกันก็มีแนวโน้มที่จะได้รับอานิงส์ไปด้วย

พระราชวังเคนซิงตัน ซึ่งจะเป็นสถานที่ประทับถาวรของรัชทายาทพระองค์น้อยและพระบิดา-พระมารดาก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะกลายเป็นจุดขายใหม่ของการท่องเที่ยวของอังกฤษ

มีผู้เข้าชมเว็บไซต์ TripAdvisor เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 385 สำหรับการหาข้อมูลเกี่ยวกับพระราชวังเคนซิงตัน โดยจำนวนนี้เป็นการเข้าชมจากสหรัฐอเมริกาและยุโรป ในขณะที่พระราชวังบังกิ้งแฮมของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 มีจำนวนคนเข้าชมเพิ่มขึ้นร้อยละ 50

แหล่งท่องเที่ยวทางมรดกและวัฒนธรรมของเกาะบริเตนใหญ่หนึ่งแห่งในทุกๆ แปดแห่งที่มีนักท่องเที่ยวเข้าชมล้วนแต่มีความเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งนั้น

หอคอยแห่งลอนดอน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสัมพันธ์กับราชวงศ์ยอดนิยมอันดับหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยมีนักท่องเที่ยวราว 2.4 ล้านคนต่อปี ตามมาด้วยพิพิธภัณฑ์ทางทะเลแห่งชาติและ Royal Observatory ในเมืองกรีนิช ซึ่งเป็นที่ที่มีการลากเส้นแบ่งเขตเวลาโลกเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมเป็นอันดับสองโดยมีผู้เข้า 2.3 ล้านคนต่อปี

มหาวิหารเซนต์พอล ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานอภิเษกสมรสของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และเจ้าหญิงไดอาน่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับสี่โดยมีคนเข้าชม 1.8 ล้านต่อปี

Visit Britain มีการทำผลสำรวจความคิดเห็นคนจำนวน 25,000 คนและพบว่าสถานที่ที่เกี่ยวพันกับราชวงศ์ ปราสาทและคฤหาสน์ของชนชั้นขุนนางเป็นสามกิจกรรมหลักที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติบอกว่าอยากไปเยี่ยมชมมากที่สุด

........................................
ที่มา เว็บไซต์เดลี่ เทเลกราฟ และเดลี่ เมล