สุวรรณา หลั่งน้ำสังข์ "ต้องมากกว่าอาหารปลอดภัย"

สุวรรณา หลั่งน้ำสังข์
"ต้องมากกว่าอาหารปลอดภัย"

นี่คือ ธุรกิจอาหารสุขภาพที่่คำนึงถึงผู้ผลิตและผู้บริโภค รวมถึงชุมชน

ถ้าจะบอกว่า อาหารกำหนดชีวิต ก็คงไม่ใช่คำกล่าวที่เกินเลย แต่คนส่วนใหญ่ก็เลือกอร่อยมากกว่าคุณภาพ จึงเป็นที่มาที่ไปของการพูดคุยกับผู้บริหารที่อยู่ในแวดวงการขายอาหารสุขภาพ และคนส่วนใหญ่รู้จักดีกับแบรนด์ เลมอนฟาร์ม

14 ปีกับการนั่งบริหารร้านค้าอาหารเพื่อสุขภาพ สุวรรณา หลั่งน้ำสังข์ กรรมการบริษัทสังคมสุขภาพ จำกัด ดูแลเลมอนฟาร์ม 10 สาขา เธอบอกว่า การขายอาหารสุขภาพ ต้องมากกว่าอาหารปลอดภัย นั่นก็คือ อาหารออแกนิค ซึ่งไม่มีสารเคมี ยาฆ่าแมลง หรือฮอร์โมนใดๆ แต่เป็นอาหารที่มาจากการเกษตรธรรมชาติ หรือ เกษตรอินทรีย์

"เรื่องสุขภาพไม่ใช่แค่การกินอาหารสุขภาพหนึ่งมื้อหรือหนึ่งอย่าง แต่เป็นเรื่องเปลี่ยนให้เราอยู่กับมันอย่างถูกต้อง ถ้าผู้บริโภคกินถูกต้อง มันก็จะบังคับการผลิตให้ดีด้วย...."

และการค้าขายสินค้าแบรนด์นี้ โยงไปถึงสุขภาพและชีวิตที่ดีของผู้บริโภคและชุมชน รวมถึงการดำรงอยู่อย่างมั่นคงของคนที่เดินบนเส้นทางเกษตรอินทรีย์

การเป็นผู้บริหารเพื่อผลักดันอาหารแนวสุขภาพให้ผู้บริโภค เป็นเรื่องยากไหม
ที่มาของอาหารที่ดีต่อผู้บริโภค คือ ปลอดภัยและตอนนี้พยายามให้เป็นเกษตรอินทรีย์ แต่ถามว่า ยากไหม...ก็ยาก เป็นการพัฒนาอาหารที่สะอาดจากเคมี เพราะคนสมัยนี้ป่วยเยอะ ป่วยจากการกินอาหารก็เยอะ ทั้ง มะเร็ง หลอดเลือดตีบ เสียชีวิตอันดับต้นๆ ยิ่งเราทำเรื่องสุขภาพ ยิ่งเห็นว่าอาหารสำคัญมากในการเปลี่ยนชีวิต แต่เกษตรกรอินทรีย์ไม่ค่อยมีตลาด เพราะตลาดไม่เปิดให้พวกเขาผลิตอาหารที่ดีเท่าที่พวกเขาอยากทำ ระบบตลาดบังคับให้คนผลิตอาหาร ต้องทำเรื่องสารเคมี ถ้าทำอาหารที่ดีแล้วขายได้ ใครๆ ก็อยากทำ สมัยแรกๆ เรามีผักอินทรีย์แค่ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้ 80 เปอร์เซ็นต์ ถ้าวันไหนไม่มีผักอินทรีย์ในตู้ ก็คือไม่มี เราไม่เอาผักที่ไหนมาเติมเพื่อขาย สมัยแรกๆ เราถูกเกษตรกรหลอก เอาผักตลาดไทมาแทน แต่โชคดีลูกค้าช่วยบอก ดังนั้นสิ่งที่ทำตอนนี้คือ หาเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์จริงๆ

แรกๆ เป็นอาหารปลอดภัย ปัจจุบันปรับเปลี่ยนมาเป็นออแกนิคมากขึ้น ?
ตอนนี้มากกว่าปลอดสาร เป็นเกษตรอินทรีย์ เพราะไม่ใช้ยาหรือฮอร์โมน เป็นอาหารที่เลียนแบบธรรมชาติมากที่สุด เพราะคนป่วยที่เราเจอมีสองอย่าง คือได้รับสารพิษจากการปลูก การเก็บ การแปรรูป และทานอาหารสารพิษที่เกินพอดี ถ้าขจัดทั้งสองเรื่อง ก็ป่วยน้อยลง แต่ปัญหาคือ เราไม่เลือกเฟ้นวัตถุดิบที่ดีในการปรุงอาหาร หรือวิธีกินที่ดี
เราทำเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ ตั้งแต่คนยังไม่สนใจ ถ้าจะทำเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ ต้องข้ามเรื่องความอร่อย...อร่อยแบบธรรมชาติกับอร่อยแบบใส่สารปรุงรสเยอะๆ คนละอร่อย เพราะคนไทยชอบเรื่องหวาน มัน เค็ม จึงไม่ค่อยเข้าใจรสที่แท้แบบธรรมชาติ จนเขาป่วยถึงจะหันมากินอาหารเพื่อสุขภาพ

เมื่อก่อนเราเคยขายน้ำอัดลม ก็เลิกขาย เพราะน้ำอัดลมมีแต่น้ำตาลและกรด กินแล้วกระดูกผุ เพราะไปดึงแคสเซียมออกจากร่างกาย ดังนั้นการกินอาหารไม่ใช่แค่สุขภาพ ไม่อย่างนั้นเดียวก็ไปกินมะรุม น้ำมันรำข้าว แห่ตามกันไป เราไม่สามารถทำอย่างเดียวได้ เพราะสุขภาพเป็นเรื่ององค์รวม ถ้าเราทานอาหารที่ถูกต้อง ต้องทำหลายอย่าง เพื่อทำให้รากฐานชีวิตดี ยกตัวอย่าง ถ้าจะปลูกพืชโดยไม่ใช้สารเคมี เราต้องบำรุงดิน ถ้าดินแข็งแรง ต้นไม้ก็จะแข็งแรง ตัวเราก็เหมือนกัน ถ้าเราแข็งแรงมีภูมิต้านทาน ไม่ต้องกินยาเยอะ ถ้าผู้บริโภคกินถูกต้อง มันก็จะบังคับการผลิตให้ดีด้วย

โดยส่วนตัวมีวิถีการบริโภคอย่างไร
สนใจแมคโครไบโอติกส์ คนจะรู้สึกว่าอาหารแนวนี้เป็นอาหารคนป่วย แต่เป็นวิถีการอาหารที่สมบูรณ์แบบ ทั้งเรื่องวัตถุดิบและวิธีการปรุงให้ถูกต้อง ซึ่งมีหลายกรณีที่เราเกี่ยวข้อง เรามีร้านอาหารแมคโครไบโอติกส์ ที่สาขาชิดลม ซึ่งฝรั่งชอบมาก

สนใจทั้งเรื่อง ชีวิต ธรรมะ และธรรมชาติ ?
ตอนเรียนมหาวิทยาลัย เราสนใจเรื่องชีวิต ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกค่ายและปฏิบัติธรรม รู้สึกว่าเกิดมาทั้งที คนเราต้องหาความหมายของชีวิต ซึ่งเรื่องเหล่านี้อาจเป็นยีนที่ฝังมาระดับหนึ่ง เริ่มตั้งแต่พาคนไปสวนโมกข์ แนวทางนี้จึงอยู่ในตัวเราตลอด ปกติก็สนใจปฏิบัติธรรมบ้าง ไม่ปฎิบัติบ้าง แต่ก็รู้สึกดีที่ทำให้คนได้มีสถานที่ในการปฏิบัติ ทั้งแนวหลวงปู่ติช นัท ฮันห์ ,แนววัดป่าสุคะโต และกฤษณะมูรติ เราเปิดเวทีให้ใช้ อย่างเดือนหน้าก็จะพาไปปลูกป่าปฏิบัติธรรมวัดป่าสุคะโต ทำมา 9 ปีแล้ว ซึ่งหลักการปฎิบัติธรรม ก็เพื่อให้เรามีจิตที่ดี จิตที่ถูกต้อง

เป็นต้นทุนชีวิต ?
เป็นความชอบดีกว่าคะ ไม่ได้บอกว่าดีหรือไม่ดี เรามองชีวิตแบบนี้ การทำธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพคนหมู่มากเป็นเรื่องยาก เพราะต้นทุนแพงกว่า และสินค้าก็เฉพาะกลุ่มเล็กๆ ปริมาณน้อย ค่าขนส่งก็กินหมด ปัจจุบันเราคัดขนาดว่า สินค้าต้องไม่ใส่สารกันบูด ตามมิติสุขภาพที่เราเข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆ และผู้บริโภคก็อยากได้สิ่งเดียวกับเรา ร่างกายของเรามียีนที่พัฒนาไปพร้อมมิติของโรค โดยเฉพาะการกินพืชผัก กี่หมื่นล้านปีแล้วที่ร่างกายเราไม่เปลี่ยนเลย พอมาเจอสารเคมีที่แปลกปลอม ร่างกายไม่รู้จัก ก็จัดการไม่ได้ จึงเป็นสาเหตุของโรคร้าย

คนป่วยเพราะอาหารเป็นพิษมากขึ้นเรื่อยๆ ?
บางคนเป็นภูมิแพ้ตัวเอง กินสเตียรอยเยอะ บางคนกินยาเดือนละสองสามหมื่นบาท ทำให้มีผลกระทบต่อหัวใจ พอไม่มีทางเลือก ก็เปลี่ยนมาเน้นเรื่องอาหาร จากกินยาเป็นสิบๆ ปี สามารถเลิกกินยาได้ อาหารเปลี่ยนชีวิตคนได้ ถ้าเราไม่ดูแลร่างกายให้สะอาด กินอาหารขยะ แน่นอนว่าป่วย เมื่อป่วย จิตก็ป่วย ข้อสำคัญต้องจัดร่างกายให้ดี เลือดคนเราค่า PH ประมาณ 7.4 (มีความเป็นด่างอ่อนๆอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเพิ่มความด่างให้แก่เลือดอีก ) เมื่อกินอาหารหวานมาก มันมาก ค่า PH จะต่ำกว่า 7 ร่างกายก็จะป่วย ซึ่งการกินอาหารเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ เพราะกินอะไรเข้าไป เราก็เป็นแบบนั้น เมื่อเลือดเราเปลี่ยนเป็นกรดๆ มาก เซลล์มะเร็งก็เกิดขึ้น

เลมอนฟาร์มเชื่อมโยงกับชุมชนตลอด ?
วิธีการทำงานของเราก็คือลงไปคุยกับชาวบ้าน ดูว่า ที่นั่นมีอะไรที่ทำได้ แต่เราไม่ตั้งโจทย์ว่า เราอยากได้นั่นนี่ เราดูศักยภาพในพื้นที่ ซึ่งเราก็ไปเจอชาวบ้านตลอด และบางครั้งชาวบ้านก็มาหา มาปรึกษาผลผลิตออกมาเยอะ ถ้าเราจะให้วงจรนี้ไปรอดเราก็ต้องทำตลาดเพิ่ม อย่างคนทำน้ำตาลอ้อยอินทรีย์ก็รวมกลุ่มกันมาหาเรา เพื่อให้ช่วยเรื่องตลาด หรือเกษตรอินทรีย์ จังหวัดจันทบุรี ปลูกเงาะ ลองกอง ทุเรียน ขายไม่หมด ต้องรีบขาย ไม่อย่างนั้นราคาตก จึงต้องขายเงาะอินทรีย์เท่ากับราคาเงาะใช้สารเคมี ทั้งๆ ที่ต้นทุนมากกว่า เราก็ทำในเรื่องแปรรูป หรือในฤดูกาลผลไม้ออก เราก็ร่วมกับหน่วยงานอื่น ช่วยเรื่องตลาดนำไปจำหน่ายตามงาน ทำแบบนี้ก็ขายได้ภายในสองอาทิตย์ 23 ตัน ในเรื่องพืชผักผลไม้อินทรีย์ เราต้องช่วยให้ตลาดไปได้ เพื่อให้เกษตรกรทำต่อได้ หลายคนคิดว่า การเกษตรแบบนี้น่าจะต้นทุนถูก แต่การไม่ใส่ปุ๋ย ทำให้พวกเขาต้องทำงานในพื้นที่มากขึ้น ใช้แรงงานเยอะในการบำรุงดิน

มีหลายคนบอกว่า สินค้าเลมอนฟาร์มราคาแพง ?
ระดับราคาตามคุณค่า ถ้าเราดื่มกาแฟแก้วละร้อยได้ ถ้าอาหารมีผลต่อครอบครัวหรือร่างกายเรา เราจะให้ราคาหรือค่าแบบไหน ทั้่งๆ ที่อาหารอินทรีย์ทำยากกว่า แม้ช่วงที่ผ่านมา คนจะซื้อสินค้าอินทรีย์น้อยลง เพราะคนไม่ให้ค่า ถ้าถามว่าราคาสินค้าเราแพง เราก็ยังค้านอยู่ เพราะสินค้ามีหลายเกรด เราเกรดซุปเปอ ร์A และสินค้าก็ไม่ได้แพงขนาดนั้น ถ้าเทียบกับอาหารที่เรากินหรูๆ ทั่วไป หรือกรณีเรื่องข้าวปนเปื้อนตอนนี้เป็นกรณีศึกษาที่แรงในสังคมไทย เพราะข้าวเป็นสิ่งสุดท้ายที่คนกลัวเรื่องเคมี แต่ตอนนี้คนตื่นตระหนกมากขึ้น ซึ่งก็พบว่ามีสารรมควันตกค้าง และสารเคมีในการปลูกก็อีกชุด

จะทำอย่างไรให้คนไทยได้กินอาหารออแกนิคมากขึ้นและถูกลง
ต้องทำความเข้าใจด้วยว่า ถ้ามีคนกินอาหารพวกนี้มากขึ้น สิ่งนั้นก็จะถูกลง เป็นความตั้งใจของเรา

การค้าขายโดยเน้นเรื่องสุขภาพเป็นหลัก เลมอนฟาร์มแข่งกับใคร
แม้จะต้องมีเป้าของยอดขาย แต่เราแข่งกับตัวเอง และแข่งกับการทำอย่างไรให้เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค

มีความกดดันไหม
เกษตรกรไทยใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงนานกว่า 30-40 ปี เราก็ต้องค้นหาผู้คนที่ทำเกษตรอินทรีย์และสร้างผลผลิตขึ้นมา บางอย่างก็ยังทำไม่ได้ อย่างส้มในเมืองไทย ไม่มีส้มอินทรีย์ ใส่สารเคมีเยอะ เกษตรกรบางรายพยายามทำ แต่ไปไม่รอดเพราะโรคที่มากับการปลูกส้มเยอะ ต้องค่อยๆ สร้าง ผักในร้านเรา ก็ยังไม่ได้อินทรีย์ทุกอย่าง

แม้กระทั่งพนักงานก็ต้องเปลี่ยนความคิด เพราะเวลาจะพูดเรี่องอินทรีย์กับสุขภาพ ก็ต้องพาคนไปดู พาไปสัมผัสให้รู้ว่า การจะผลิตอาหารอินทรีย์ได้ลำบากแค่ไหน ซึ่งแค่ให้ความรู้จากการอ่านไม่เพียงพอ เราก็พาไปปลูกผัก ทำปุ๋ย ซึ่งเราไม่ได้มองเกษตรอินทรีย์แบบการค้า แต่เรามองว่าสิ่งสำคัญต่อสุขภาพ

ถ้าสุขภาพแย่ลง ต้องเปลี่ยนแปลงส่วนไหนก่อน
คนเราถ้าจะเปลี่ยนแปลงสุขภาพ ต้องทำกับข้าวเอง แต่คนไทยอยู่ในขั้นทำกับข้าวไม่เป็น เพราะองค์ความรู้นี้ไม่พอแล้ว ทำให้ต้องซื้อกิน เพราะส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่คอนโด หรือคนต่างจังหวัดก็ไม่ให้ความสำคัญการทำอาหาร และชอบกินรสพุ่มพวง ถ้าซื้ออาหารกิน พวกเขาก็จะดูแลลูกๆ ไม่ได้ เพราะกินอะไรไม่รู้ เดี๋ยวนี้มีเด็กที่อยู่ในท้องแม่เป็นมะเร็งแล้ว ถ้าเราไม่ดูแลอาหาร เราดูแลครอบครัวไม่ได้หรอก ถ้าโครงสร้างของคนไม่แข็งแรง ทั้งใจและกาย เราสู้คนอื่นไม่ได้

เพราะคนเรากินอาหารจนทำร้ายตัวเอง เด็กสมัยนี้เป็นหนุ่มสาวเร็ว เด็กผู้หญิงเป็นแม่วัยใสติดอันดับต้นๆ ของเอเชีย หรือบางกรณีอายุ 18 มีลูกสามคน ซึ่งระบบสังคมไม่มีพื้นที่ดูแลพวกเขา และหลายกรณีมาจากระบบอาหาร เรื่องเหล่านี้โทษเด็กไม่ได้ อย่างการเลี้ยงไก่ในระบบอุตสาหกรรม หรืออาหารขยะทำให้ฮอร์โมนเปลี่ยน อาหารกับอารมณ์สัมพันธ์กัน พอระบบข้างในผิดปกติ อารมณ์จะแปรปรวน ซึ่งตอนนี้ในอเมริกาเริ่มไม่ให้ขายอาหารหวานๆในโรงเรียน เพราะเด็กก้าวร้าว อาหารหวานทำให้เลือดเปลี่ยน มีค่าPH ต่ำ

แล้วจะเปลี่ยนแปลงส่วนไหนก่อน
มีครูที่โรงเรียนมาแตร์ฯ บอกว่า อาม่าเราไม่กินอาหารอินทรีย์ไม่เป็นไร แต่เด็กๆ ต้องกิน เขาสร้างกันตรงนี้แล้ว หรือลูกค้าที่รักสัตว์เลี้ยงมาก ซื้อข้าวโพดอินทรีย์ให้กระต่ายกิน ใบข้าวสาลีอินทรีย์ให้นกกิน คนเมืองอยากเป็นเกษตรกรอินทรีย์มากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องผลักดันต่อ