เที่ยวแพงๆ ไปทำไมกัน

เที่ยวแพงๆ ไปทำไมกัน

สำหรับปี 2556 การสำรวจของ The Economist Intelligence Unit รายงานว่า เมืองที่แพงที่สุดในโลกสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยคือ โตเกียว

ตามมาด้วย โอซาก้า, ซิดนีย์, ออสโล, เมลเบิร์น และสิงคโปร์ โตเกียวนั้นติดอันดับ1 อยู่เป็นประจำ โดยในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา นครหลวงของญี่ปุ่นแห่งนี้เป็นอันดับ 1 อยู่ถึง 14 ปี เมืองต่างๆ เหล่านี้เป็นเมืองในฝันของหลายคน แต่พวกเขาอาจต้องเก็บความฝันเก็บกระเป๋าไว้ก่อน เพราะความที่แพงติดอันดับโลกอย่างนั้น

แต่เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซท์บีบีซี แนะนำว่า ยังมีเมืองอื่นๆ ที่อยู่ในโซนเดียวกับเมืองแพงๆ เหล่านั้นที่กำลังรอคอยนักเดินทางอยู่ พวกเขาสามารถไปเที่ยวได้อย่างสนุกสนานและคุ้มค่าแบบสบายๆ กระเป๋า เมื่อนครโตเกียวแพงนักก็แนะนำให้ไป "โซล" แทนเพราะเพียงข้ามทะเลญี่ปุ่นมาก็จะเป็นเมืองหลวงของเกาหลีใต้แล้ว เมืองนี้เป็นเมืองแห่งแสงสีและความไฮเทคไม่แพ้โตเกียว เว็บไซท์นัมเบียว ซึ่งสำรวจค่าครองชีพในประเทศต่างๆ รายงานว่า รายจ่ายโดยรวมของผู้บริโภคที่โซลถูกกว่าโตเกียวประมาณ 35 เปอร์เซ็นต์

โซล เป็นศูนย์รวมของเทคโนโลยีและวิศวกรรมที่เป็นตัวอย่างที่ดี มีแบรนด์ดังๆ มากมาย เช่น ซัมซุง แอลจี และฮุนได เมืองนี้ยังคงความแตกต่างไว้อย่างลงตัว เพราะนอกจากจะมีตึกสูงเสียดฟ้ามากมายแต่ก็ยังมีวัด วัง และโรงน้ำชา ที่เก่าแก่และสวยงาม ในด้านสถาปัตยกรรม ขอแนะนำให้นักเดินทางไปเยี่ยมชม Unesco City of Design ซึ่งออกแบบโดย ซาฮา ฮาดิดและแดเนี่ยล ลิเบสไคน์

โซลมีระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพเหมือนโตเกียว ถ้านักเดินทางรักสวนสาธารณะอูเอโนะแห่งโตเกียว กรุงโซลก็มีพื้นที่สีเขียวริมแม่น้ำที่สวยงามไม่แพ้กัน ส่วนเรื่องแสงสีและสถานบันเทิงยามค่ำคืนมีหลากหลาย เช่น คาราโอเกะ บาร์ ที่เล่นตั้งแต่ดนตรีเค-ป๊อปและดนตรีอื่นๆ ไนท์คลับ ร้านอาหารข้างถนน และภัตตาคารก็มีให้เลือกมากมาย ส่วนใครชอบการชอปปิง ที่นี่ก็ไม่แพ้ที่ไหนๆ ในโลก มีสินค้าให้เลือกมากมายทั้งในห้างใหญ่ๆ ไปจนถึงย่านชอปปิงเช่นที่แถบเมียงดง

ส่วนใครคิดอยากไปเที่ยวนครเมลเบิร์น แต่เงินในกระเป๋ายังไม่พอก็ขอแนะนำให้ไป "เบอร์ลิน" นครหลวงของเยอรมันแทน เบอร์ลิน เป็นเมืองแห่งศิลปะและไลฟ์สไตล์ที่คล้ายๆ กับเมลเบิร์น แต่ถูกกว่า เว็บไซท์นัมเบียว รายงานว่า ค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เบอร์ลิน ต่ำกว่าเมลเบิร์นประมาณ 45 เปอร์เซ็นต์ ถึงแม้ว่าหลายย่านของเบอร์ลินจะมีขึ้นค่าที่พักอาศัย แต่ค่าเช่าในย่านนั้นก็ยังถูกกว่าเมลเบิร์นประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์

เบอร์ลินเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมเช่นเดียวกันเมลเบิร์น นอกจากนี้ยังเป็นสวรรค์สำหรับศิลปิน นักดนตรีและนักเขียน เป็นที่กำเนิดของการคิดค้นนวัตกรรมมากมาย มีพิพิธภัณฑ์หลายหลากประเภท ชีวิตกลางคืนก็น่าสนใจ สถานบันเทิงต่างๆ ก็เปิดยันเช้าและมีหลายประเภท ส่วนใครชอบดนตรีคลาสสิคก็มีให้เลือกมากมาย เบอร์ลินมีชื่อเสียงเรื่องงานแฟร์และงานเทศกาลต่างๆ อาหารก็เป็นที่รู้กันว่ามีให้เลือกหลายประเภท ทั้งอาหารออร์แกนิค อาหารพื้นเมือง โดยเฉพาะอาหารตุรกี

การใช้จักรยานที่เบอร์ลินก็เป็นที่นิยมเหมือนที่เมลเบิร์น เพราะมีเลนสำหรับจักรยานที่เยี่ยมยอด ซึ่งเป็นวิธีที่สนุกสนานและประหยัดในการเดินทางในเมือง

บีบีซีรายงานต่อว่า ถ้านักท่องเที่ยวไม่อยากไปสิงคโปร์เพราะค่าใช้จ่ายแพง ก็ให้มาเที่ยว "กรุงเทพฯ" ของเราแทน ถึงแม้ กรุงเทพฯ จะสะอาดหรือากาศดีไม่เท่าสิงคโปร์ แต่ถ้านักท่องเที่ยวมองหาการชอปปิงที่สนุกสนาน อาหารอร่อยและเสน่ห์ของเมืองหลวง กรุงเทพฯ จะไม่ทำให้ผิดหวัง ค่าครองชีพที่กรุงเทพฯ ถูกว่าที่สิงคโปร์ประมาณ 55 เปอร์เซ็นต์

อาหารที่สิงคโปร์เจอคู่แข่งที่สูสีที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะอาหารรถเข็นริมถนนที่รสชาติมีหลากหลาย ตั้งแต่กลมกล่อมไปจนถึงเผ็ดร้อน ราคาก็ถูกแสนถูก โดยเริ่มต้นที่ 50 บาท ถ้าใครชอบที่จะกินอาหารหรูๆ ราคาแพงกว่านี้ กรุงเทพฯ ก็มีบริการ ว่ากันว่า อาหารระดับกลางในกรุงเทพฯ ราคาถูกกว่าที่สิงคโปร์ประมาณครึ่งหนึ่ง ส่วนค่าใช้จ่ายในการกินก็ถูกกว่า 75 เปอร์เซ็นต์

ส่วนผู้นิยมการเที่ยวกลางคืน กรุงเทพฯ มีสถานบันเทิงบริการทุกประเภท ร้านอาหารหรือภัตตาคารก็มากมาย บางแห่งอยู่บนดาดฟ้าที่สามารถมองเห็นวิวได้ทั่วเมือง คนไทยมีอัธยาศัยดีและมีอารมณ์ขันก็มีส่วนช่วยให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าเที่ยว ส่วนเรื่องการชอปปิง กรุงเทพฯ มีให้เลือกและมีหลายราคากว่าสิงคโปร์ที่มีเฉพาะถนนออร์ชาร์ต