วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดูสุดยอดพิพิธภัณฑ์แห่ง“วอชิงตัน ดีซี” (Advertorial)

ต้องยอมรับว่า ผังเมืองวอชิงตัน ดีซีก็จัดไว้ดีไม่เบา ตอนประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตันสั่งให้ออกแบบผังเมือง ก็ให้ยึดเอานครปารีสเป็นที่ตั้ง

นักท่องพิพิธภัณฑ์บอกมาว่า 1 ใน 10 พิพิธภัณฑ์ดีที่สุดในโลกอยู่ที่เมืองหลวงของสหรัฐอเมริกา

ถึงแม้ฉันไม่ใช่คอพิพิธภัณฑ์ตัวแม่ แต่ก็หูผึ่งเบาๆ จากนั้นก็ได้แต่หาจังหวะว่าเมื่อไหร่ที่มีโอกาสแวะเวียนอเมริกา วอชิงตัน ดีซีอยู่ในลิสต์แน่ๆ

ไม่ช้าไม่นานวันนั้นก็เดินทางมาถึง จำได้ว่าหลังจากเดินสายเที่ยวพิพิธภัณฑ์ดังๆในมหานครนิวยอร์กเสร็จ ใจก็พุ่งไปหาวอชิงตัน ดีซี

แล้วก็มาตั้งหลักอยู่ที่หน้ารัฐสภา อาคารหินอ่อนสีขาวที่มียอดโดมใหญ่โตโอฬารกลางเมืองหลวงของอเมริกา ที่แต่ละวันจะมีผู้คนไปยืนโพสท่ากันไม่รู้กี่ร้อยกี่พันคน นั่นเป็นเพราะอาคารแห่งนี้สง่างาม ใหญ่โต ภูมิฐาน ตามแพทเทิร์นของรัฐสภาทั่วโลก

ยืนอยู่ตรงนี้ ก็ต้องยอมรับว่า ผังเมืองวอชิงตัน ดีซีก็จัดไว้ดีไม่เบา ตอนประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตันสั่งให้ออกแบบผังเมือง ก็ให้ยึดเอานครสุนทรีย์อย่างปารีสเป็นที่ตั้ง

หลังจากยืนเกร่อยู่แถวยูเนี่ยนสแควร์ครู่เดียว ฉันก็มุ่งหน้าเข้าหาสุดยอดพิพิธภัณฑ์แห่งวอชิงตัน ดีซี ที่นั่นคือสถาบันสมิธโซเนียน (Smithsonian Institution)

สำหรับคอพิพิธภัณฑ์นี่คือสวรรค์ชั้นย่อมของพวกเขา เพราะสมิธโซเนียนประกาศตัวเองว่าใหญ่ที่สุดในโลก

จะไม่ให้ใหญ่ได้ยังไงไหว ก็จุพิพิธภัณฑ์น้อยใหญ่เอาไว้ถึง 19 แห่ง แถมด้วยสวนสัตว์แห่งชาติ และแกลเลอรีอีก ที่เมื่อรวมข้าวของทั้งใหม่ กลาง เก่าเอามากองรวมกันแล้วเขาว่ามีของให้ดูมากกว่า 150 ล้านชิ้น

คะเนดูแล้วนักท่องเที่ยวควรจะมีเวลาให้สมิธโซเนียนอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อเดินเอ้อระเหยชมข้าวของอย่างเพลินใจ

สำหรับคนมีเวลาน้อย และต้องการเฟ้นพิพิธภัณฑ์ที่น่าเข้าที่สุดคงยาก เอาเป็นว่าทำการบ้านไปก่อน จริตและความชอบไม่เหมือนกัน ส่วนฉันขอพุ่งไปหา Natural History Museum พิพิธภัณฑ์ที่วัดจากจำนวนผู้เข้าชมทั้งหมดจัดว่าเป็นหนึ่งในดาวเด่นของสมิธโซเนียน

ภายในอาคารไม่ได้แสดงความเป็นมาเกี่ยวกับมนุษย์เท่านั้น แต่ของโชว์แต่ละชิ้น ทำให้ผู้คนนิ่งทึ่งตะลึงงัน มีทั้งห้องที่มีกระดูกไดโนเสาร์ และเพชรโฮปมหึมาขนาด 45.5 กะรัต ที่เคยเป็นสมบัติของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ของฝรั่งเศส รวมถึงสตาร์ ออฟ เอเชีย แซฟไฟร์ ที่ว่ากันว่าเป็นพลอยสีน้ำเงินใหญ่ที่สุดก้อนหนึ่งของโลก

เยื้องๆกับ Natural History Museum เป็น “Smithsonian Castle” หน้าตาเหมือนปราสาทตามชื่อ แต่ด้านในคือศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ที่มีทั้งข้อมูล โบรชัวร์ ฟรีไวไฟ คาเฟ่ และคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่เอาไว้ปรนเปรอนักท่องพิพิธภัณฑ์

ที่จริงนักท่องเที่ยวทุกคนควรจะมาหาข้อมูลและเริ่มออกตัวกันตรงจุดนี้ เพราะนอกจากทุกสรรพสิ่งที่มีให้แล้ว ยังมีฉายหนังตัวอย่างให้ดูกันด้วย ว่าพิพิธภัณฑ์ไหนมีอะไร จะได้เลือกไปถูก

ออกจากปราสาทสีแดง เดินตรงขึ้นไปอีกนิด เป็นอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่หัวบันไดไม่แห้ง ที่นั่นคือพิพิธภัณฑ์เครื่องบินและยานอวกาศ (National Air and Space Museum)

มองปร๊าดเดียวก็รู้ว่า คนที่มาที่นี่แล้วมีความสุขมากที่สุดคงเป็นเด็ก เพราะรอบตัวมีแต่เครื่องบิน เครื่องร่อน จรวด ยานอวกาศ

คนที่เคยหลงใหลเรื่องราวของพี่น้องตระกูลไรท์ที่สร้างเครื่องบินลำแรกของโลกก็มีให้ดูที่นี่ด้วย ใครอยากโผล่หน้าเข้าไปดูหน้าตาและบรรยากาศในยานอวกาศคงตื่นเต้นพิลึก หรือถ้าอยากเห็นพวกอพอลโลและชุดของพวกนักสำรวจอวกาศก็หาดูได้ที่นี่

อีกแห่งหนึ่งที่สุดยอดไม่แพ้กันคือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติ (National Gallery of Art )

ด้านในมีทั้งงานประติมากรรมและภาพวาดของศิลปินระดับเทพของอเมริกา และยุโรป หลายคนถึงกับบอกว่า นี่คือหอศิลป์ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

อาจจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆสำหรับสุดยอดพิพิธภัณฑ์อย่างสมิธโซเนียน แต่ฉันก็สัมผัสได้ว่า สมแล้วที่ถูกโหวตให้เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ดีที่สุดของโลก คิดดูสิมีให้ดูตั้งแต่ซากไดโนเสาร์จากยุคดึกดำบรรพ์ไปยันยานอวกาศ

ไม่น่าเชื่อว่า นครหลวงของอเมริกา ไม่ได้มีแค่ความทันสมัยและเทคโนโลยี แต่ศิลปะและวัฒนธรรมก็มีประดับประดาจนไม่ทำให้เมืองใหญ่แห่งนี้หยาบกระด้างจนเกินไป

ออกจากแถวนี้ โฉบไปดูทำเนียบขาว(White House)พอเป็นพิธี

อาคารสไตล์จอร์เจียนสีขาวที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเป็นทั้งบ้านและที่ทำงานของประธานาธิบดี เป็นบ้านหลังโตที่ด้านในจุห้องหับเอาไว้ 100 กว่าห้อง

จากนั้นมุ่งหน้าไปหาอนุสาวรีย์เจฟเฟอร์สัน(Jefferson Memorial)ประธานาธิบดีคนที่ 3 ของสหรัฐ ที่เป็นคนร่างคำประกาศอิสรภาพของอเมริกา เขาจึงเป็นบุคคลที่ประวัติศาสตร์อเมริกาต้องบันทึกถึงคุณงามความดีและสร้างอนุสาวรีย์เอาไว้ให้คนรุ่นนี้รำลึก

อาคารนี้ถือว่าโอ่อ่าเกินหน้าอนุสรณ์สถานไหนๆ แค่บันไดทางขึ้นก็ทำจากหินอ่อนแล้ว ไหนยังจะมีเสา ระเบียง และหลังคารูปโดม ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้อาคารสไตล์นีโอคลาสสิค

ไม่ไกลกันเท่าไหร่เป็นอนุสรณ์สถานลินคอล์น(Lincoln Memorial) ที่มองดูแล้วหน้าตาเหมือนโบสถ์ของพวกกรีก

นอกจากนี้ ยังมีอนุสรณ์สถานทหารเกาหลี(Korean War Veterans Memorial)

ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงบุคคลที่ล่วงลับไปแล้ว เดินไปอีกนิดเดียวเป็นอนุสรณ์สถานทหารเวียดนาม(Vietnam War Veterans Memorial) มุมนี้มีรายชื่อทหารและชาวอเมริกันที่เสียชีวิตและสูญหายในสงครามเวียดนามกว่า 58,000 คนจารึกไว้บนหินแกรนิตสีดำ

แต่พูดก็พูดเถอะ ละแวกนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวสายตาเราได้เท่าอนุสาวรีย์วอชิงตัน(Washington Monument)อีกแล้ว นี่คือสิ่งปลูกสร้างที่มีขึ้นเพื่อยกย่องบุคคลผู้เป็นมากกว่าตำนานของอเมริกาอย่างจอร์จ วอชิงตัน

นิวยอร์กอาจจะทำให้เกิดแรงบันดาลใจ ซานฟรานซิสโกทำให้เบิกบาน แต่วอชิงตัน ดีซี นครหลวงแห่งนี้สุนทรีย์ไม่เบาเหมือนกัน