ราตรีสวัสดิ์ ไซง่อน

ราตรีสวัสดิ์ ไซง่อน

แม้จะเปลี่ยนชื่อเป็น “โฮจิมินห์ ซิตี” (HCMC) มาตั้งแต่ปี 1976 เพื่อเป็นเกียรติแก่ โฮจิมินห์ อดีตผู้นำการรวมชาติ

แต่ถึงทุกวันนี้ คน “ไซง่อน” แท้ๆ โดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่ ก็ยังพึงใจเรียกตัวเองเป็น “ชาวไซง่อน” หรือ Saigonese อยู่ดี

ชื่อเมืองโฮจิมินห์นั้น เป็นผลพวงจากการปกครองในระบอบใหม่ หลังจากรัฐบาลคอมมิวนิสต์เวียดนามประสบความสำเร็จในสงคราม สามารถรวมเวียดนามเหนือและใต้เข้าด้วยกันเป็นผลสำเร็จ ภายใต้ชื่อประเทศ Socialist Republic of Vietnam เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมของปี 1975

ผ่านมาเกือบ 40 ปี ทุกวันนี้สนามบินนานาชาติ Tan Son Nhat ก็ยังใช้รหัสย่อว่า SGN ซึ่งมาจากรากของคำว่า ไซง่อน นั่นเอง แต่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ราวปี 2020 เมื่อสนามบินแห่งใหม่ Long Thanh พร้อมเปิดให้บริการ ด้วยศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 100 ล้านคนต่อปี ทางไอเอต้าจะเปลี่ยนรหัสย่อของสนามบินใหม่หรือไม่ นั่นยังเป็นเรื่องน่าติดตาม

ด้วยภาพลักษณ์ใหม่ๆ อันเกิดจากแนวทางพัฒนาประเทศผ่านนโยบายเศรษฐกิจ “โด๋ย เม้ย” ที่เปิดพื้นที่ให้แก่ตลาดเสรีมาตั้งแต่ปี 1986 “โฮจิมินห์ ซิตี้” กำลังเติบโตไปพร้อมกับความเจริญมั่งคั่งทางวัตถุ ถนนสายใหญ่ อาคารสำนักงานสูงเสียดฟ้า การก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนแบบราง และการขยายตัวของชุมชนเมืองออกไปในปริมณฑลรอบนอก

ในจำนวนนี้มีคอนโดมิเนียมจำนวนมหาศาล แม้หลายๆ โครงการอยู่ในสภาพชะงักงันไปบ้าง เหตุเพราะวิกฤตการณ์เงินเฟ้อเมื่อ 2 ปีก่อนหน้านี้ แต่ดูท่าว่าอีกไม่นานก็พร้อมจะขยับเคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ผู้เฒ่าคนหนึ่งในเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเวียดนาม บอกกับผมว่า เดิมทีนั้น ไซ่ง่อนออกแบบมาสำหรับคนเพียงไม่กี่ล้านคน (ยุคอาณานิคม มีคนอาศัยอยู่แค่แสนกว่าๆ โดยราว 10 เปอร์เซนต์ เป็นคนฝรั่งเศส ! ) แต่ในความเป็น “โฮจิมินห์ซิตี” นั้น ทุกวันนี้มีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล หลายๆ คนอพยพมาจากส่วนต่างๆ ของประเทศ เพราะที่นี่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ มีแหล่งงานและโอกาสของชีวิตรอคอยอยู่ หากนับรวมประชากรแฝงแล้ว ตัวเลขอาจจะพุ่งถึง 13-14 ล้านคนเลยทีเดียว

ท่ามกลางกระแสของความเปลี่ยนแปลงอันเชี่ยวกราก แต่ผังเมืองเดิมของไซง่อน (ถอดแบบมาราวกับนครปารีส) รวมทั้งอาคารและสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ซึ่งถูกออกแบบมาอย่างดีนับตั้งแต่ยุคอาณานิคมฝรั่งเศสช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ยังเป็นหลักฐานบ่งชี้ถึงเสน่ห์เฉพาะตัวของไซง่อนตราบจนถึงวันนี้

ด้วยสภาพของต้นไม้ขนาดใหญ่ ที่มีการดูแลรักษาให้เขียวสดตลอดเวลา ไม่มีการตัดแต่งจนกิ่งก้านโกร๋นเตียนเหลือแต่ตอ เหมือนที่หลายๆ เขตในกรุงเทพมหานครของเรานิยมทำกัน ผนวกกับนโยบายอนุรักษ์อาคารเก่าแก่หลายแห่งเอาไว้ โดยเฉพาะในเขต 1 ทำให้ผู้มาเยือนโฮจิมินห์ซิตีในวันนี้ ยังสัมผัสได้ถึงวิญญาณของความเป็นไซง่อนเมื่อครั้งอดีตอย่างแจ่มชัด

ไซง่อน เป็นชื่อที่ใช้เรียกขานเมืองนี้ ตั้งแต่ยุคฝรั่งเศส เรื่อยมาจนถึงการถอยทัพของสหรัฐอเมริกา หลังจากพ่ายแพ้อย่างหมดรูปต่อขบวนการปลดแอกของเวียดนามเหนือและแนวร่วมเวียดกง แน่นอนทีเดียวว่า มีหลักฐานมากมายที่สะท้อนถึงร่องรอยอันโหดร้ายทารุณของสงคราม ซึ่งไม่อาจลบเลือนไปด้วยกาลเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากภาพถ่ายของ Horst Faas ช่างภาพชาวเยอรมันที่ได้บันทึกไว้ ซึ่งเป็นบทเรียนที่มนุษยชาติไม่พึงมองข้าม

ขณะที่บทเพลง Goodnight Saigon ที่ บิลลี โจเอล แต่งไว้ เพื่ออุทิศให้แก่เพื่อนๆ ชาวอเมริกันที่เสียชีวิตลงในยุคสงครามเวียดนาม เป็นเสมือนบทส่งท้ายสำหรับ ไซง่อน ซึ่งในวันนี้อาจจะดูแปลกแยกกับสภาพความเป็นไปไม่น้อย เมื่อในความคิดคำนึงของหนุ่มสาวเวียดนามยุคใหม่นั้น การขับเคลื่อนไปเบื้องหน้าด้วยมหิทธานุภาพของทุนเสรีดูจะเร้าใจยิ่งกว่า

และชื่อของ “โฮจิมินห์ซิตี” ก็พร้อมจะส่งเสริมอุดมคติแบบใหม่นี้มากกว่า “ไซง่อน” เป็นไหนๆ .


Song : Goodnight Saigon
Artist : Billie Joel
Place : Saigon / Ho Chi Minh City
Country : Vietnam
Population : About 10 million
Time Zone : GMT + 7