The Land of the Lake (Advertorial)

The Land of the Lake (Advertorial)

เทือกเขา แกะ ทุ่งหญ้า สายน้ำ ทะเลสาบ และผู้คนชาวนิวซีแลนด์ แทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน

น้ำใสในทะเลสาบอาจหนาวบาดใจ แต่เจ้าเป็ดขี้เหร่ยังหยอกเอินกับนกน้อยอย่างสบายอกสบายใจ ราวกับได้ไออุ่นของกันและกันเป็นเครื่องกันหนาว

แต่ไหนแต่ไรมา ฉันเฝ้าโหยหาชีวิตที่อยู่ใกล้สายน้ำ

ได้รอนแรมจากเหนือจรดใต้ในแผ่นดินกีวี ทำให้อดอิจฉาชีวิตความเป็นอยู่ของทุกชีวิตในนิวซีแลนด์ไม่ได้

เทือกเขา แกะ ทุ่งหญ้า สายน้ำ ทะเลสาบ และผู้คนชาวนิวซีแลนด์ แทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน

สำหรับนิวซีแลนด์แล้ว ต้องบอกว่า คืบก็ทะเลสาบ...ศอกก็ทะเลสาบ

เห็นชีวิตรื่นรมย์รายรอบทะเลสาบเทาโป (Lake Taupo) ทำให้ไม่อยากกลับภูมิลำเนาเอาดื้อ ๆ หนุ่มสาวนั่งจู๋จี๋บนเก้าอี้ไม้ริมทะเลสาบ คุณตาคุณยายจ๊อกกิ้งจนลืมวัย เด็กน้อยนั่งดูดขวดนมอารมณ์ดีบนรถเข็น วัยรุ่นปั่นจักรยานบนถนนเลียบชายน้ำอย่างเมามัน

เทาโปเป็นทะเลสาบใหญ่ที่สุดในนิวซีแลนด์ก็จริง แต่ตัวเมืองนั้นเล็กน่ารัก จนอยากย้ายสัมมะโนครัวมาอยู่ที่นี่

หลายคนบอกไว้ว่าเทาโปหน้าหนาวสวยงามกินใจ แต่ฉันว่าเทาโปยามถูกแต่งแต้มสีสันแห่งวันใบไม้ร่วงกลับมีเสน่ห์เย้ายวนจับใจ

นั่นคือความต่างของสายตาและมุมมอง อย่างเวลานี้ฉันเลือกที่จะเดินอ้อยอิ่งค่อย ๆทำความรู้จักเทาโปในมุมต่าง ๆ ส่วนมิ่งมิตรบางคนยังเสพติดการกระโดดบันจี้ ติดพันจากเกาะใต้ลามมาถึงเกาะเหนือ บางคนไปซิ่งเจ็ทโบ๊ทที่แม่น้ำไวคาโต

คนอยู่ใกล้ทะเลสาบนี้คงอยู่นิ่งไม่ได้ ถ้าไม่วิ่งก็ปั่นจักรยาน หรือไม่ก็ตกปลา แล่นเรือใบ พายเรือแคนู ไปจนถึงตีกอล์ฟ ขนาดฉันยังนั่งไม่ติดที่ มุมนั้นก็ดีมุมนี้ก็เก๋ เลยเดินพล่านซะทั่วเทาโป

ยิ่งเข้าใกล้ทะเลสาบใหญ่แห่งนี้ ยิ่งชวนให้อารมณ์เบิกบาน ไม่น่าเชื่อว่าทะเลสาบที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อหมื่นปีก่อนแห่งนี้ จะไร้ร่องรอยของอารมณ์เกรี้ยวกราดแห่งธรรมชาติ

แต่สภาพทะเลสาบเทาโปในวันนี้ กลายเป็นเมืองแห่งพรานเบ็ด ที่เหล่านักล่าปลาทั้งหลายพากันแห่แหนมายังที่นี่ ชื่อเสียงของการเป็นแหล่งตกปลายอดฮิตเกิดขึ้นในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่มีการปล่อยปลาเทราท์ฝูงแรกไว้เพื่อเป็นการเพาะพันธุ์ จนปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในแหล่งตกปลาระดับโลก

สำหรับพรานเบ็ดที่ต้องการมาประลองฝีมือ ช่วงเดือนพ.ย.ถึงก.พ. เป็นช่วงที่เหมาะที่สุด ยามนี้แหละทะเลสาบเทาโปหัวบันไดไม่แห้ง แต่ก่อนจะเหวี่ยงเบ็ดนักตกปลาต้องได้รับใบอนุญาตเสียก่อน ซึ่งมีอายุการใช้งานเป็นวัน สัปดาห์ หรือตลอดฤดูกาล สามารถหาซื้อใบอนุญาตได้ทั่วไปในเมือง ตลอดจนร้านค้าจำพวกอุปกรณ์กีฬา ร้านสะดวกซื้อ และตามโรงแรมที่พัก ไปจนถึงศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว

สำหรับฉัน ทะเลสาบเทาโปวันที่ถูกโอบล้อมไว้ด้วยใบไม้เปลี่ยนสี ปลดปล่อย แม่เหล็กแห่งสีสันเกาะเกี่ยวให้ฉันดื่มด่ำอารมณ์สุนทรีย์อยู่ข้างทะเลสาบ ตั้งแต่เจ้าแห่งวันวางตำแหน่งตรงกลางหัวพอดิบพอดี จวบจนสิ้นแสงแห่งวัน

ได้เวลาของเจ้าแห่งราตรีกาล ฉันไม่คุดตัวพึ่งไออุ่นจากผ้าห่มผืนโต แต่กลับออกมาเดินประชดลมหนาวลัดเลาะริมทะเลสาบเพื่อมองเทาโป ยามถูกแสงสลัวอาบไล้ผืนน้ำ

แสงไฟระยิบจากบ้านเรือนของผู้คนรายรอบทะเลสาบ สาดส่องกระทบผิวน้ำ เติมเสน่ห์ให้เทาโปเหมือนมีเครื่องเพชรประดับประดาพองาม ยิ่งเมื่อถูกสีละมุนของแสงดาวดวงเล็กดวงน้อยทาบทาเข้าอีกแรง ทะเลสาบทั้งผืนก็อวลอิ่มไปด้วยความสงบงามยามค่ำคืนที่ไม่อาจซ่อนเร้นสายตาที่เฝ้ามอง

หากทะเลสาบเทาโปเปรียบดั่งลมหายใจแห่งแผ่นดินนิวซีแลนด์ ทะเลสาบโรโตรัว(Lake Rotorua ) ก็น่าจะเป็นลมหายใจของชาวเมารี เพราะที่นี่คือถิ่นของชาวเมารีโดยแท้

โรโตรัววันครึ้มฟ้าครึ้มฝน ไม่อาจฉุดให้อารมณ์ของฉันหม่นเทาตามอากาศ เพราะริมทะเลสาบมีตลาดนัดขนาดย่อม หัวใจอมยิ้มอีกครั้งแล้วรีบเร่งฝีเท้าไปตามเสียงเรียกร้อง

ฉันไม่ได้เสพติดการช้อปปิ้ง เรื่องนี้เพื่อนฝูงรู้ดี แต่ตลาดสดและตลาดนัดต่างหากที่ฉันเสพติด ได้เดินเล่นดูอิริยาบถของผู้คนและข้าวของในตลาด คล้ายได้บริโภควิตามินเอ ตาเป็นประกายเหมือนได้อาหารเสริม

ตลาดนัดริมทะเลสาบไม่ทำให้ผิดหวัง เดินดูดไอศกรีมอย่างอารมณ์ดีไปนั่งทอดหุ่ยบนเก้าอี้ไม้ริมทะเลสาบ แล้วฉากสวย ๆ ก็ปรากฏตรงหน้าโดยไม่ได้ร้องขอ

พ่อ แม่ ลูก สามชีวิตยืนมองโรโตรัวราวกับว่ามันคือทะเลสาบมีชีวิต

บางทีโรโตรัวอาจมีชีวิต มีตำนานของชาวเมารีมากมายเกิดขึ้นที่นี่ ความรัก การพรากจาก ความสุขสมหวังเกิดขึ้นในทะเลสาบแห่งนี้

มีเรื่องเล่าขานจากตำนานรักที่โด่งดังของชาวเมารี ว่าสาวชาวเมารีชื่อว่าฮิเนมัว ได้กระโจนลงในทะเลสาบว่ายน้ำไปยังเกาะโมเกีย เพื่อไปตามหาคนรักของเธอที่มีชื่อว่า ตุตาเนไก โดยว่ายน้ำไปตามเสียงเป่าขลุ่ยของหนุ่มคนรักที่กำลังบรรเลงอยู่

ขลุ่ยที่ว่านี้ปัจจุบันกลายเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งมีค่าประจำชาวเผ่าเต อราวา (Te Arawa) ซึ่งเป็นต้นตระกูลของชาวเมารี ทำมาจากกระดูกท่อนแขนของพระนักบวชในเผ่า และทุกวันนี้ถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์อ็อคแลนด์ (Auckland Museum)

ริมทะเลสาบโรโตรัว บางคนนั่งเหม่อมองอย่างไร้จุดหมาย บางคนนั่งจ้องมองทะเลสาบราวกับว่ากำลังค้นหาอะไรบางอย่าง บางคนคล้ายมองหาปลายฟ้า บางคนจมอยู่กับหนังสือในมือโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองกับทะเลสาบเลยด้วยซ้ำ บางคู่สบตาหวานฉ่ำโดยมีทะเลสาบตรงหน้าเป็นพยานรัก

ฟ้าครึ้มเทากำลังแปรเปลี่ยน เผยให้เห็นสีฟ้าครามที่ซ่อนอยู่หลังทิวเมฆหม่น ผืนน้ำกว้างแห่งเมืองโรโตรัวยังทอดตัวอยู่ตรงหน้า ส่วนฉันกำลังบอกลาลมหายใจของชาวเมารีอย่างอาวรณ์