วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมื่อ เจมส์ เลอไวน์ คืนเวที

วาทยกรอาวุโสคอนดักท์วงออร์เคสตราบนวีลแชร์

กลายเป็นหนึ่งในเรื่องไม่กี่เรื่อง ที่สร้างความเกรียวกราวให้แก่วงการดนตรีคลาสสิกในปีนี้ เมื่อวาทยกรระดับโลก เจมส์ เลอไวน์ (James Levine) วัย 70 ปี หวนคืนสู่เวทีคอนเสิร์ตและไม้บาตองอีกครั้ง หลังจากเงียบหายไปนาน 2 ปี ด้วยปัญหาสุขภาพที่คุกคามชีวิตของเขาอย่างหนักหน่วง


ไม่มีใครเชื่อว่า เจมส์ จะกลับมาอยู่เบื้องหน้าและควบคุมวงออร์เคสตราได้อีกต่อไป แต่ในที่สุด เขาก็ลบข้อสงสัยนี้ เมื่อตัดสินใจขึ้นเวที “คาร์เนกี ฮอลล์” ในมหานครนิวยอร์ก พร้อมกับอุปกรณ์ส่วนเพิ่ม นั่นคือ วีลแชร์ไฟฟ้า เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา


เจมส์ เลอไวน์ มาพร้อมกับวง เดอะ เม็ท ออร์เคสตรา วงดนตรีแห่ง “เดอะ เมโทรโปลิแตน โอเปร่า” ที่เขาทำงานอย่างต่อเนื่องและผูกพันมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1971


นอกเหนือจากงานเป็น “มิวสิค ไดเร็คเตอร์” ให้แก่วงดนตรีอย่าง บอสตัน ซิมโฟนี ออร์เคสตรา และ มิวนิค ฟิลฮาร์มอนิก ออร์เคสตรา รวมถึงการไปกำกับวงดนตรีระดับโลกอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน ตลอดจนงานบันทึกเสียงมากมาย ถือได้ว่า เจมส์ ได้สร้างตำนานตลอด 4 ทศวรรษของเขา กับวง เดอะ เม็ท ออร์เคสตรา ด้วยผลงานการแสดงโอเปร่า กว่า 2,5000 รอบการแสดง ซึ่งเป็นสถิติที่ยิ่งใหญ่และไม่ธรรมดา


เจมส์ นับเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับนักร้องทั้งหลาย พอๆ กับการเรียนรู้แนวทางปรับจูนวงออร์เคสตราอย่างใกล้ชิดและยาวนานที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ดนตรีเลยทีเดียว


ในการควบคุมวง “เดอะ เม็ท” บนเวทีคาร์เนกี ฮอลล์ครั้งล่าสุด ท่ามกลางสายตาของผู้ชมที่มาให้กำลังใจอย่างล้นหลาม ด้วยภาวะลุ้นระทึกว่า เจมส์ จะสามารถประคองวงไปอย่างตลอดรอดฝั่งหรือไม่ หลังจากโค้งคารวะผู้ชม เจมส์ หันกลับไปหาวง พร้อมจรดไม้บาตองเพื่อเริ่มบทเพลงแรก โหมโรง องก์แรก จาก “Lohengrin” ของ วากเนอร์ นักประพันธ์ดนตรีที่ เจมส์ มีความถนัดเป็นอย่างดี


จาก วากเนอร์ ตามมาด้วย Piano Concerto No. 4 บนบันไดเสียง G Major ของ เบโธ เฟน หลังจากทีมงานเข็นแกรนด์เปียโนมาติดตั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของโซโลอิสต์ชื่อดัง เอฟเจนี คิสซิน (Evgeny Kissin) นักเปียโนชาวรัสเซีย วาทยกรที่นั่งอยู่บนวีลแชร์ ขยับตัวส่วนบนอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อสื่อสารกับสมาชิกทุกคนในวงดนตรี


เจมส์ เลอไวน์ สร้างความประทับใจให้แก่แฟนเพลงในครึ่งแรกของรายการ อย่างไม่มีข้อสงสัย


เมื่อมาถึงครึ่งหลังของคอนเสิร์ต เจมส์ เลอไวน์ พบกับภารกิจที่ไม่ธรรมดา กับงานเพลงซิมโฟนีฉบับเต็ม ความยาวเกือบ 1 ชั่วโมง สำหรับผลงาน ซิมโฟนี หมายเลข 9 ของ ชูเบิร์ต ซึ่งบทประพันธ์นี้ เคยสร้างชื่อเสียงครั้งแรกให้เขา ในคราวควบคุมการบรรเลงของ วง นิวยอร์ก ฟิลฮาร์มอนิก เมื่อปี ค.ศ.1972


ในครั้งนั้น แฮโรลด์ ฌอนแบร์ก นักวิจารณ์ของ “นิวยอร์ก ไทม์ส” เคยแสดงความชื่นชมว่า เด็กหนุ่มคนนี้จะก้าวมาเป็นบุคคลสำคัญของวงการดนตรีในอนาคต


ย้อนกลับไปเมื่อ 41 ปีก่อน ต้องนับว่า แฮโรลด์ ฌอนแบร์ก มีสายตาแหลมคมในการทำนายศักยภาพของวาทยกรคนนี้จริงๆ


การเลือกเพลงนี้มาใช้ในโอกาสที่ เจมส์ เลอไวน์ กลับคืนเวที หลังจากห่างหายไปนาน บ่งบอกถึงความละเอียดอ่อนในการเลือกสรร และนับว่ามีความหมายในตัวเอง เพราะตลอดช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เจมส์ มีอาการเจ็บป่วยจากกระดูกสันหลัง ขาทั้งสองข้างแทบจะหมดความรู้สึก จนคิดว่าจะไม่มีโอกาสกลับมาคอนดักท์วงดนตรีอีกแล้ว


แต่ด้วยจิตใจที่รักในเสียงเพลง และเห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่จากการได้ทำงานที่ตนรัก ทำให้ เจมส์ เลอไวน์ สร้างปรากฏอำนวยเพลงผ่านไม้บาตองขณะอยู่บนวีลแชร์ เหนืออื่นใด เขาทำได้สำเร็จเสียด้วย


ต่อจากนี้ ภารกิจที่ท้าทายมากขึ้น หนักหนาสาหัสสากรรจ์มากขึ้น กำลังรออยู่เบื้องหน้า กับงานคอนดักท์การแสดงโอเปราตลอดทั้งรายการของ เดอะ เม็ท โอเปร่า ในฤดูกาลหน้า ซึ่งมีชื่อของ เจมส์ เลอไวน์ ปรากฏหราในขณะนี้


มิตรรักแฟนเพลงคงได้แต่สวดภาวนา ให้วาทยากรอาวุโสผ่านพ้นบทพิสูจน์นี้ไปได้อีกครั้ง !