แพท สิระ บุญสินสุข เป็นคนรักดนตรีและเลี้ยงชีพด้วยการงานที่เกี่ยวข้องกับสายงานดนตรีมาตลอด
รวมถึงประวัติการทำงานเป็นดีเจคลื่นวิทยุเพลงสากลจนถึงปัจจุบันทำงานตำแหน่งครีเอทีฟ อาร์ต&เมเนจเจอร์ บริษัท พีเอมดี พลัสจำกัด ผู้ให้บริการ www.you2playtv.com เรื่องมีอยู่ว่า ครั้งหนึ่งในชีวิต แพท สิระ ได้เข้าชมคอนเสิร์ตของวง Muse (มิวส์) ศิลปินร็อคจากอังกฤษครั้งแรก ทำให้เกิดแรงผลักภายใน ดีเจและเอ็มซีหนุ่ม ทนทานเสียงเรียกร้องจากดนตรีร็อคกระหึ่ม กับเสียงร้องแบบบิดเสียงสูง(ฟัลเซ็ตโต) ของนักร้องนำ ไม่ไหวต้อง "ตะลอนตามดู" คอนเสิร์ตของวง Muse นับถ้วน 9 ครั้ง และยังจะมีต่อไป
-อะไรจุดไฟการตะลอนดูคอนเสิร์ตของวง Muse
เริ่มจากครั้งแรกนะฮะเดือนมกราคม ปี 2007 ผมไปดูที่สิงคโปร์เพราะวงไม่มาเล่นที่เมืองไทย ซึ่งตอนนั้นได้ตั๋วคอนเสิร์ตฟรีและค่าเดินทางที่พักก็ไม่แพง ผมชอบเพลงชุด Black Holes & Revelation มากร้องได้ทุกเพลง พอได้ดูครั้งหนึ่งก็บอกตัวเองว่าจะตามดูบ่อยๆ ต้องย้อนกลับไปสมัยม.ปลาย ช่วงปีค.ศ.1991-1997 ผมเรียนอยู่ที่ ซีแอตเติล ที่อเมริกา ช่วงนั้นเพลงแนวกรันจ์กำลังดังระเบิดเลย ผมได้ดูวง Nirvana เล่นสดๆ 6 รอบ ทั้งที่เขาไม่ใช่วงที่ชอบสุด ก็เลยเป็นเหตุผล(ที่เติมเข้าไปแล้วดูหล่อดี) ที่ผมบอกกับตัวเองว่าจะดู Muse ให้มันเยอะกว่า Nirvana ให้ได้
และครั้งต่อมาของ Muse คือไปลอนดอน อังกฤษ คอนเสิร์ตใหญ่ที่สนามเวมบลีย์ เดือนก.ค.ปีเดียวกัน ซึ่งเขาเล่นสองวันแต่ผมได้ดูแค่วันแรก เวมบลีย์ เป็นภาพจำมาตั้งแต่เด็ก คือคอนเสิร์ตทริบิวต์เฟรดดี้ เมอร์คิวรี่ แห่งวง Queen (ปี 1992) ซึ่งเราได้ดูจากแผ่น ภาพงานที่เวมบลีย์ มันใหญ่มาก มันติดตา สักวันต้องไปเหยียบให้ได้ แล้วก็หาซื้อบัตร 5000-6000 บาท ผ่านทางอีเบย์ ก็ได้ที่นั่งบนอัฒจันทร์ไกลลิบ แต่ก็ได้วิวสูงๆ ดี
-ก็เลยเป็นที่มาของการตั้งเป้า ตามดูคอนเสิร์ต Muse เจ็ดรอบ(เป็นอย่างน้อย) ?
ใช่ พอดูครั้งที่ 2-3 ก็บอกตัวเองว่าจะดูอีก แต่ก็ไม่ได้บังคับตัวเองว่าต้องไปโน่นไปนี่ เพราะช่วงห้าหกปีหลัง เราไม่ได้ฟังเพลงตามกระแสทุกวงทุกเพลงแล้ว และวง Muse เป็นหนึ่งในไม่กี่วงที่เรารู้จักเพลงเขาทุกเพลง อินทุกเพลง และเวลาไปดูคอนเสิร์ตจะเห็นคนฟังร้องตามกันได้ทุกเพลง ตอนไปสิงคโปร์ ได้สัมภาษณ์มือเบสของวง ตอนนั้นเป็นดีเจคลื่นเพลงสากล และมันเป็นยุคที่บัตรคอนเสิร์ตซื้อผ่านออนไลน์ได้ทั่วโลก เหมือนไทยทิคเก็ตเมเจอร์บ้านเรา แค่จ่ายผ่านบัตรเครดิตแล้ว พอถึงวันงานก็เอาหลักฐานการจองไปยื่นพร้อมบัตรเครดิต เพื่อรับบัตรหน้างาน หลักๆ ก็คือไปคอนเสิร์ต แต่ปกติเราก็ชอบเที่ยวอยู่แล้ว เราก็มองหาประเทศที่เราไม่เคยไป
-การจัดการยากไหม?
เริ่มจากเชคตารางทัวร์คอนเสิร์ตของวงว่าโปรโมทอัลบั้มนี้ๆ มันจะไปแสดงสดที่ไหนบ้าง และก็จิ้มเลือกเมือง หรือประเทศที่เข้ากับเงื่อนไข(จ่ายได้) อย่างมีเพื่อนอยู่หรือเปล่า เผื่อเป็นที่พัก ประหยัดได้เยอะ หรือหาที่พักพวกโฮสเตล ราคาก็ประมาณ 2,000-3,000 บาท ต่อคืน
-เที่ยวแบบประหยัดงบ?
เวลาวงเขาออกทัวร์จะเริ่มจากยุโรป อย่างคอนเสิร์ตครั้งที่ 3 เดือนกันยา 2009 เป็นปีที่วงออกอัลบั้ม Resistance (ต่อจาก Blackhole) ก็มีพี่ที่รู้จักไปอยู่อังกฤษ เราได้ที่อยู่ฟรี ก็โอเค แต่อังกฤษหมดตังค์เยอะไง เราก็เล็งประเทศที่อยู่รอบๆ แทน ไปแล้วก็ตามไปทัวร์ยุโรปด้วย เช่นจากโคโลญจน์ไปสวิตฯ ก็ได้ดูคอนเสิร์ตของวงโปรดอีกวงคือ Greenday เป็นตัวแถมด้วย
ครั้งที่ 4 เงินหมดจากยุโรป ก็เลยไปดูที่ฮ่องกง ก.พ.2010 ก็ง่าย ราคาถูก ต่อมาไป ออสเตรเลีย เมลเบิร์นกับซิดนีย์ เพราะเราไม่เคยไป ก็อยากไป ใช้ไป 8 หมื่นบาท เป็นช่วงเดือนธันวาคม ซัมเมอร์ที่นั่นมีวงดังๆ มาเล่นเยอะ นอกจาก Muse ผมได้ดู Jack Johnson/ U2/Bon Jovi เล่นในอารีนาซื้อบัตรถูกสุด 19 ดอลลาร์ได้ที่นั่งติดกำแพง แล้วก็เลือกนอนโฮสเตลกากๆ เป็นตึกร้อยปีมีประวัติมานาน มีปล่องไฟเป็นอิฐแดง พักห้องแบบหอพักนอนรวมเฉพาะผู้ชายห้องละ 8 เตียง ที่ซิดนีย์ไปดูที่ โอเปร่าเฮ้าส์ จากที่พักนอกเมืองทำให้ต้องนั่งแท็กซี่ คืนวันศุกร์ คันใหญ่เท่ารถตู้ แชร์กับคนแปลกหน้า 6 คน โดนไปคนละ 6 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
-คอนเสิร์ตที่ไหนประทับใจสุด
ที่ จีซาน วัลเลย์ เทศกาลดนตรีเกาหลี เดือนพฤษภาปี 2010 ผมได้บัตรเข้างานจากนิตยสารออนแอร์ ก็ได้ไปดู Muse ในเฟสติวัลครั้งแรก จัดบน สกีรีสอร์ท ของเกาหลี มันเป็นหน้าร้อนเขาก็พยายามจัดให้มีงาน ที่นี่ facilities พร้อมมาก และเทศกาลฯก็มีรถชัตเทิลบัสเฉพาะงานนี้ จากกรุงโซล สองชั่วโมงขึ้นเขาจีซานไป แถมได้ดูศิลปินอื่นๆ อย่าง คอลิน เบลีย์ เรย์ บรรยากาศครั้งนี้ถือว่าสนุกมาก คนเกาหลีเอนจอยกับคอนเสิร์ตมากกว่า ผมว่าคอนเสิร์ตสนุกได้เพราะคนอินกับวง มันโดดตลอด แน่นจนถ่ายรูปไม่ได้ แต่ได้ฟีลจริงๆ และที่เกาหลีเป็นครั้งแรกได้ยืนดู Muse บนพื้น(ดิน) กระโดดมัน ช่วงเพลง plug in baby เราก็ได้แตะลูกบอล สนุก เพราะเรามีส่วนร่วม
-การเดินทางครั้งไหนมันที่สุด
ตอนจบคอนเสิร์ตที่โคโลญจน์ ผมน้ำตาซึมเลยนะ มันมีประเด็นอยู่ว่า ช่วงนั้นเป็นปีที่พ่อผมเสีย และช่วงก่อนพ่อผมเสียชีวิตแค่สามวัน เขาอยากไปเที่ยวภูเก็ต แต่มาตายซะก่อน ผมก็เลยคิดว่าถ้าอยากเที่ยว เที่ยวเลยไม่ต้องรอแก่ และมีดราม่าก่อนไปเยอรมันอีก คือผมเป็นฝีและต้องรักษาแบบจริงจังกว่าจะหาย พอได้ไปเที่ยวก็ปลดปล่อย
-ประทับใจอะไรกับการเดินทาง
นั่งรถไฟเที่ยวยุโรปคนเดียวสนุกดี และได้ไปประเทศที่ไม่เคยไป อย่างตอนไป โคโลญจน์ ในเยอรมนี เป็นเมืองที่ไม่เคยไป แล้วมันสนุกตรงตามหา อารีน่า สถานที่เล่นคอนเสิร์ต ซึ่งมันจะซ่อนอยู่ในอาคารใหญ่ และมันหายากกว่าสเตเดียม ต้องลุ้นว่านั่งรถไฟไปคนเดียว จะลงถูกป้ายไหมว้าแล้วก็ตาม google map ไป มันบอกออกมาจากสถานีเดินไปทางทิศเหนือ แต่เราไม่ได้พกเข็มทิศ สถานีรถไฟใต้ดินก็ไม่รู้จะออกประตูไหน อาศัยเดินตามคน(ท้องถิ่น)ที่ใส่เสื้อร็อคๆ เราก็เดินตามมันไป คิดว่าต้องไปถูกแน่ แล้วเดินๆ ไปมีคนหนึ่งเดินเข้าร้านแม็คโดนัลด์ อีกสองคนเดินแยกไปอีกทางและจูบลากัน อ้าว ไม่ได้ไปคอนเสิร์ตนี่หว่า จนสุดท้ายต้องตัดสินใจถามคนแถวนั้น
ที่เยอรมันเนี่ย ไปนอนโรงแรม Gonesschwan เป็นโรงแรมพรมม่วง ตั้งแต่ประตูถึงล็อบบี้ มีพนักงานสั่นกระดิ่งเซย์ไฮหนีบเสียง แบบว่าแสดงตัวชัดเจนเป็น very gay friendly hotel มากๆ ผมเลือกที่นี่เพราะห้องนอนในชั้น 2-3 ราคาถูก เหตุที่มันถูกกว่าชั้น 1 และชั้น 4 คือมันมีเสียงเพลงจากผับเกย์ข้างๆ รบกวนทั้งคืน และคืนนั้นผมต้องนอนฟังเพลง I Will Survive วนแปดรอบ ทำให้รู้เพลงนี้มันเพลงชาติเกย์ทั่วโลกจริงๆ
-เพลงพาจน เลยไหมเนี่ย
ครับ แต่ก็ได้พักตัวประมาณหนึ่ง (ช่วงไม่ได้ออกอัลบั้ม) จนกระทั่งกันยายนปีที่แล้ว Muse ออกอัลบั้ม 2nd Law ผมก็เก็บตังค์รอเลย พอวงเริ่มออกทัวร์ ผมก็หาเป้าหมายเลย ตอนแรกจิ้มที่ ฮัมบวร์ก เยอรมนี แต่เจองานของออฟฟิศ You2Play ก็ยกเลิกไป พอเห็นตารางมาทัวร์ญี่ปุ่น เดือนมกราปีนี้ มันเป็นหน้าหนาวอยากเล่นสโนว์บอร์ดด้วย ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง ระบบขายตั๋วของญี่ปุ่นดีมาก ซื้อตามร้านสะดวกซื้อ มันเล่นสองวัน ตามฟิลลิ่งคือ มันต้องเล่นวันที่สองดีกว่า และมันจะมีเพลงต่างกันนิดนึง ก็เลยซื้อวันแรกวันที่ 11 ม.ค. ราคาราว 3,000 กว่าบาท เล่นที่ไซตามะ ซูเปอร์อารีน่า เจ๋งมาก นั่งรถไฟจากโตเกียวไป 20 นาที โชว์ดีมากแต่คนญี่ปุ่นกรี๊ดอย่างเดียว ไม่ร้องเพลงตาม ฟีลก็เลยไม่บูม
พอวันที่สอง ซื้อตั๋วผีหน้างาน เขาเรียกมา 20,000 เยน ผมต่อราคาได้ 15,000 เยน วันนี้คือเป็นรอบที่ 8 แล้ว ได้นั่งบนอัฒจันทร์ แรกๆ ไม่อิน พอคนดูเริ่มเล่นเวฟ ก็ผ่อนคลาย ตบมือกันไป จบคอนเสิร์ตก็ได้ขึ้นเขาไปเล่นสกี รวมจ่ายทั้งหมด 8.5 หมื่นบาทแต่คุ้มได้ไปหลายเมือง ไป 12 วัน ที่พักคืนละ 1,800 บาท มีห้องน้ำในตัว เลือกพักโรงแรมที่มีคำว่า อิคิมาเอะ (แปลว่า ใกล้สถานีรถไฟ) ราคามันจะประมาณ 1,700-2,300 บาทต่อคืนน่ะ
-ถ้าแนะนำ คนที่อยากไปทริปแบบนี้ ควรเตรียมตัวอะไรบ้าง
สำหรับคนชอบสองอย่าง เที่ยวด้วยได้ดูคอนเสิร์ตด้วย เที่ยวต่างประเทศไม่ยากอย่างที่คิด ถ้าทำงานแล้วมันก็ถึงวัยที่เดินทางคนเดียวได้ ข้อแรก ประเทศที่มันเจริญแล้ว เดินทางง่าย รถไฟมันไปเกยฮอลล์เลย ส่วนใหญ่จัดที่สเตเดียม อารีนา สนามบอล ภาษาไม่ต้องกลัว เพราะมันมีนักท่องเที่ยว สำเนียงฟังกันรู้เรื่องได้ แต่อย่าไปกร่างในประเทศเขา ยิ่งไปเป็นกลุ่มทำเสียงวี๊ดว้าดน่าหมั่นไส้ และถ้าเป็นครั้งแรก ลองซื้อทัวร์ไปก่อนก็ได้ ข้อสอง เตรียมยา(รักษาโรค)ไป เพราะที่นั่นมันแพง
ข้อสาม อ่านหนังสือท่องเที่ยวเป็นไกด์ในการเดินทางได้ ข้อสำคัญสุด อย่าเอาเงินของอนาคตมาใช้ และทำงานเก็บเงินประมาณหนึ่ง และไปแล้วไปให้คุ้ม เช็คให้ดี ทำการบ้านกับวงที่จะไปดู จะได้ไม่ไปกร่อยให้เสียเที่ยว บรรยากาศคอนเสิร์ตคนดูรอบๆ ไม่สนุกก็แย่ เหมือนเราได้ดูสด แต่ไม่อินตามมันแย่มาก และทำความรู้จักกับประเทศที่เราจะไป จะได้รู้ทิศทางดูแนวที่จะไปสนุกครับ





