จอดปุระตั้งอยู่ริมทะเลทรายธาร์(Thar) เป็นเมืองใหญ่อันดับสองในแคว้นราชสถานรองจากเมืองชัยปุระ อายุประมาณ 500 ปี
อาการหลงเสน่ห์เมืองสีชมพูอย่างชัยปุระ(Jaipur)ยังไม่ทันหาย ชื่อของเมืองจอดปุระ(Jodpur) ก็แทรกตัวขึ้นมาท่ามกลางความทรงจำสีชมพู
หลังจากท่องสามเหลี่ยมแห่งแดนภารตะอย่างเดลลี อักรา ชัยปุระกันมาแล้ว ฉันเริ่มเถลไถลไปเมืองจอดปุระต่อ อยากไปดูซิว่าทำไมเขาถึงเรียกจอดปุระกันว่า Blue City
ข้อมูลที่อ่านมาจากอินเตอร์เน็ท บรรยายถึงเมืองสีน้ำเงินได้อย่างน่าสนใจมาก อันดับแรกเลยจอดปุระตั้งอยู่ริมทะเลทรายธาร์(Thar) เป็นเมืองใหญ่อันดับสองในแคว้นราชสถานรองจากเมืองชัยปุระ อายุประมาณ 500 ปี สร้างโดยมหาราชา ราโอ จอดดา แห่งราชวงศ์ราทอร์ ว่ากันว่าเป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากพระรามเชียวนะ
แต่มีอีกมุมหนึ่งที่รู้แล้วแอบหนาว เพราะข้อมูลบอกเอาไว้ว่า เมืองจอดปุระเป็นดินแดนที่ได้รับฉายาว่า Marwar ซึ่งหมายถึงดินแดนแห่งความตาย เนื่องจากสภาพที่ทุรกันดารของทะเลทรายธาร์ และยังเป็นแหล่งที่ถูกโอบล้อมไปด้วยหินอ่อน เป็นดั่งกำแพงกว้างใหญ่ ขนาบข้างด้วยป้อมเมห์รานการ์ที่อยู่ด้านตะวันตก และพระราชวังหินทรายที่อยู่ด้านตะวันออก
ยิ่งรู้ประวัติมาแล้ว ยิ่งอยากไปชมให้เห็นกับตา พอลำเลียงอาหารเช้าตุนในท้องอย่างเต็มคราบ ฉันจึงรีบออกเดินทางไปยังป้อมเมห์รานการ์ (Mehrangarh Fort) ซึ่งเป็นไฮไลท์ของเมืองนี้
กว่าจะขึ้นไปถึงป้อมเมห์รานการ์ รถต้องวิ่งขึ้นเขาบนถนนคดเคี้ยว เพราะป้อมนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง 125 เมตร ตลอดความยาวตามแนวเขา 5 กิโลเมตร
ว่ากันว่า ป้อมแห่งนี้นับเป็นป้อมที่ยิ่งใหญ่ตระการตาและใหญ่ที่สุดในอินเดีย ยังคงมีสภาพที่ดีและสมบูรณ์มาก ถูกล้อมรอบด้วยกำแพงหินยาวประมาณ 10 กิโลเมตร มีพระราชวังตั้งอยู่ริมหน้าผา บนกำแพงหินที่สูงชัน ประตูทางเข้ายังคงเห็นรอยกระสุนปืนใหญ่ ที่ยิงถล่มป้อม
พูดถึงเรื่องประตู ตอนซื้อตั๋วเขาแจกข้อมูลมาดูประกอบการทัวร์ป้อมเมห์รานการ์ด้วย ที่นี่มีประตูเข้าป้อมทั้งหมด 7 ประตู ที่สำคัญได้แก่ประตูชะยะ สร้างโดยมหาราชา มัน ซิงห์ เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะต่อผู้รุกรานจากเมืองชัยปุระและเมืองบิกาเนอร์
ประตูที่สองคือประตูฟาเตห์ หรือประตูแห่งชัยชนะ สร้างโดยมหาราชา อชิตซิงห์ เป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะต่อการรุกรานของโมกุล ประตูต่อมาคือประตูโลหะ หรือประตูเหล็ก ข้างประตูมีรอยมือสีแดงของสตรีประทับที่ผนังอยู่ด้วย ว่ากันว่าเป็นรอยมือของบรรดาสตรีที่ประทับไว้ก่อนเข้าพิธีตายตามสามีผู้เสียชีวิตในสนามรบ
นอกจากความอลังการของป้อมแห่งนี้แล้ว ภายในยังมีพระราชวังใหญ่น้อยมากมาย เช่น พระราชวังไข่มุก พระราชวังดอกไม้ พระราชวังเกษมสุข ที่สลักเสลาบานหน้าต่างเป็นลวดลายประณีตวิจิตร ดูแล้วคล้ายแถวเดอร์บาร์ สแควร์ที่เนปาลเหมือนกัน
ภายในมีของสะสมของราชวงศ์ เช่น เสลี่ยง คานหาม กูบช้าง เปล เครื่องดนตรี เครื่องเรือนและศาสตราวุธต่าง ๆ มากมาย ตลอดจนจัดแสดงให้เห็นรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้สูงศักดิ์ในอดีต
มุมน่าดูที่สุดในสายตาฉัน เห็นจะเป็นมุมที่มองจากบนป้อมเมห์รานการ์ลงไปยังตัวเมืองจอดปุระ จากบนนี้สามารถเห็นความงามของนครสีคราม หลังคาอาคารบ้านเรือนทาเป็นสีน้ำเงินกันหมด เห็นขอบเขตของเมืองเก่าที่แยกจากเมืองใหม่ได้อย่างชัดเจน
หมกตัวอยู่ในป้อมเมห์รานการ์เสียนมนาน กว่าจะโผล่ออกมาอีกทีก็สารถีบอกเดี๋ยวพาไปจัสวันท์ ธาดา( Jaswant Thada)
ถัดจากป้อมเมห์รานการ์ไปไม่ไกลนัก จัสวันท์ ธาดา ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ที่นี่เป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์มหาราชา จัสวันท์ ซิงห์ ที่ 2 สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวจากแหล่งเดียวกับทัช มาฮาล น่าเสียดายตอนที่พวกเราไปถึงเป็นช่วงปิดทำการ แต่ยังพอมองเห็นความงามได้จากระยะที่ไม่ไกลนัก
จากจัสวันท์ ธาดา ยังมีพระราชวังอูเมด ภาวัน(Umaid Bhawan Palace) ตั้งตระหง่านอยู่ห่างจากเมืองจอดปุระ 2 กิโลเมตร นับเป็นพระราชวังใหญ่ที่สุดที่สร้างในศตวรรษที่ 20 ถูกสร้างตามโครงการจ้างงานให้กับชาวนายากจน ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อ HO Lancaster and JR Lodge
บนพื้นทื่ 26 เอเคอร์ มีพื้นที่จัดสวน 15 เอเอเคอร์ ตกแต่งภายในตามศิลปะยุโรปและศิลปะสมัยใหม่ สร้างด้วยหินทราย ติดตั้งระบบแอร์ มีสระน้ำอยู่ชั้นใต้ดิน ปัจจุบันใช้เป็นบ้านพักของผู้ปกครองเมืองจอดปุระ ตลอดจนทำเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว และพิพิธภัณฑ์ประจำเมืองจอดปุระ
ภายในพิพิธภัณฑ์รวบรวมของหายากและเก่าแก่ไว้มากมาย ห้องที่ฉันชอบที่สุดเห็นจะเป็นห้องสะสมนาฬิกาเก่า ไม่รู้ไปขุดมาจากกรุไหน ดูสวยและเลอค่าที่สุด
ระหว่างนั่งรถกลับเรือนพักฉันเพิ่งสังเกตว่า สาวเมืองจอดปุระแต่งกายแตกต่างไปจากเมืองอื่น ๆ สาวที่นี่เธอนุ่งกระโปรงบานที่สั้นกว่าเมืองชัยปุระ สวมแจ๊กเก็ตสีสันฉูดฉาดทับเสื้อแขนสามส่วนตัวในอีกที เก๋ไปอีกแบบ
ได้ยินว่าเมืองนี้มีของพื้นเมืองให้ช้อปปิ้งเยอะเหมือนกัน จำพวกรองเท้าสไตล์ราชสถานที่ทำจากหนังอูฐ จากกำมะหยี่ เครื่องหนังต่าง ๆ และภาชนะเคลือบลงยา
แหล่งช้อปปิ้งหลักของเมืองอยู่ที่ตลาดซาร์ดาร์ และไน ซาดัค มีทั้งส่าหรี รองเท้า และงานแฮนด์เมดมากมาย แต่ถ้าอยากได้ของคุณภาพดีหน่อยต้องไปตามช็อป แนะให้ไปที่ร้านGanesh Handicrafts อยู่ใกล้กับหอนาฬิกา นอกจากของแฮนด์เมดทุกประเภทแล้วยังมีเฟอร์นิเจอร์ด้วย ราคาเป็นแบบฟิกซ์ไพรซ์ ซื้อเยอะบริการส่งทางเรือด้วย
นอกจากนี้ที่ National Handloom ร้าน 4 ชั้นที่อัดแน่นไปด้วยของน่าซื้อโดยเฉพาะงานศิลปะ ใครอยากตัดชุดพื้นเมืองแบบชาวอินเดียต้องไปที่ร้าน Rajeev's อยู่ห่างจากหอนาฬิกาประมาณ 1 กิโลเมตร ร้านนี้รับตัดชุดใช้เวลา 1-2 วันก็เสร็จแล้ว ราคาอาจจะสูงหน่อยแต่ต่อรองก่อนสั่งตัดได้
แต่ถ้าเจาะจงไปเลยว่าอยากได้พวกเครื่องเทศและชาดีๆ ต้องไปร้าน Suncity Spices ยิ่งถ้าไปแบบไม่มีไกด์หรือคนขับรถไปส่งจะได้ราคาถูกเป็นพิเศษ
แถบชานเมืองยังมีมุมให้ช้อปปิ้งพวกพรหมแฮนด์เมดจากชาวบ้านโดยตรง ผลจาการสอบปากคำมือทอประจำหมู่บ้าน พบว่าพรหมสวยๆทุกผืนที่เห็นอยู่นั้น ถ้าผืนเล็กใช้เวลาทอ 1 เดือนเต็ม ถ้าผืนใหญ่มากก็ 3 เดือน
อาจจะเป็นระยะสั้นๆในจอดปุระ แต่นั่นแหละเป็นเหตุผลให้นึกถึงทีไร อยากกลับไปหาเมืองสีน้ำเงินทุกทีสิน่า
เรื่อง : กาญจนา หงษ์ทอง: [email protected]
**********************************************
Nationzone Recommended :
ไทยน้ำทิพย์ รับ สมัคร ผู้จัดการวิเคราะห์ระบบบริการลูกค้า
ไทยน้ำทิพย์ รับสมัครผู้มีประสบการณ์งานขาย และการตลาด ดูแล รับผิดชอบ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพงานขาย และระบบควมพึงพอใจของลูกค้า
www.nationzone.net/jobs/ThaiNamThip
Sundae Solution รับสมัคร Web Content Editor
Sundae Solution Co., Ltd. รับสมัครผู้มีทักษะ ด้านงานเขียน สามารถดูแลเนื้อหาเว็บไซต์ ชอบสื่อสังคมออนไลน์เข้าร่วมงาน
www.nationzone.net/jobs/Sundae Solution
Honda Leasing needs Registration & Closing Officer
Honda Leasing (Thailand) Co., Ltd. is looking for highly skilled professionals to response in closing process issue.
www.nationzone.net/jobs/Honda Leasing





