อนันต์ ลือประดิษฐ์ เขียนถึงนักร้องรุ่นใหม่ ที่มีความพอเหมาะพอดี
ตีพิมพ์ครั้งแรกใน เนชั่นสุดสัปดาห์
จะเป็นเพราะทุกวันนี้ มีผลงานเพลงออกมามากมาย และมีเวทีประกวดประชันความสามารถกันมากหลาย จนทุกคนต้องพยายามทำตัวให้ “โดดเด่น” หรือเป็นเพราะเหตุผลใด ก็สุดจะอนุมานเอาได้ แต่ผมเกิดความรู้สึกอึดอัดบ่อยครั้ง ระหว่างนั่งชมการแสดงทางทีวีว่า เรากำลังมีนักร้องที่ถ่ายทอดเสียงร้องแบบบีบคั้นอารมณ์มากจนเกินไป
ราวกับว่า เมื่อมีโอกาสปรากฏกายออกสื่อทั้งที พวกเธอและเขาเหล่านั้นต้อง “ปล่อยของ” กันขนานใหญ่ ปล่อยออกมาให้พร่างพรูมากที่สุด จนละทิ้งความพอเหมาะพอดีไว้เบื้องหลัง บ่อยครั้งที่เพลงนั้นๆ มีเนื้อหาเศร้าสร้อยแต่น้อย หมองหม่นแต่พองาม ทว่า คนร้องกลับปล่อยอารมณ์ออกมาอย่างฟูมฟาย จะเป็นจะตาย จนน่ารำคาญ
ในมุมมองของผมนั้น นักร้องมีข้อเหมือนนักแสดงอยู่ประการหนึ่ง นั่นคือการ “ตีบท” ให้แตก
ขณะที่นักแสดงต้อง “อิน” กับบทบาทที่ตนได้รับ นักร้องก็ต้องมีวิธีการ “เข้าถึง” อารมณ์ของเพลงอย่างที่พึงเป็น
ทว่า บ่อยครั้งในโลกสมัยใหม่ นักร้องหลายคนดัดแปลงร่างกลายเป็นนักกายกรรมผาดโผนไปแล้ว พวกนี้ถนัดนักในการโชว์พราว ทั้งลูกคอและพลังเสียง ฯ ซึ่งในด้านหนึ่ง ก็มิใช่เรื่องเสียหาย น่าจะเป็นข้อดีด้วยซ้ำ เพราะสร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้แก่คนฟังได้เป็นอย่างดี
แต่ถ้าต้องโชว์มันอย่างนั้นทุกเพลง ผมก็คิดว่ามันขาดสมดุลไปหน่อย
ดังนั้น ในการท่องโลกดนตรีระยะหลัง ผมจึงเลือกมองหาผลงานของศิลปินที่ฟังสบาย ไม่จำเป็นต้องมาอวดภูมิ ไม่จำเป็นต้องมาโชว์ความสามารถ ทั้งกล้ามเนื้อ พลังเสียง หรืออะไรก็ตาม ที่จะกลายเป็น “จำอวด” ทางดนตรี ผมขออะไรที่เรียบง่าย จริงใจ ตรงไปตรงมา นั่นก็เพียงพอแล้ว
จนกระทั่ง มาพบกับงานเพลงของนักร้องสาวคนหนึ่ง ซึ่งเธอให้คำจำกัดความตัวเองว่า เป็นแค่ “นักตีความ” (interpreter) เท่านั้น
ซารา กาซาเร็ค (Sara GazaRek) มีพื้นเพทางฝั่งเวสต์โคสต์ของสหรัฐอเมริกา เธอเกิดที่ซีแอตเติล พอเติบโตหน่อยก็ย้ายมาลอสแองเจลิส ได้เข้าเรียนที่ ธอร์นตัน สกูล ออฟ มิวสิค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ยูเอสซี โดยในสมัยเรียน เธอเคยได้รับรางวัล “ดาวน์บีท สติวเดนท์ มิวสิค อวอร์ด” จากนิตยสารแจ๊สทรงอิทธิพล อย่าง “ดาวน์บีท” (เด่น อยู่ประเสริฐ ก็เคยได้รับรางวัลนี้มาแล้วเช่นกัน)
จากนั้น ซารา ก็ค่อยๆ เติบโตในการร้องเพลง ได้รับรางวัลบ้าง ไม่ได้รับรางวัลบ้างเรื่อยมา จนเริ่มมีผลงานเดี่ยวของตัวเองออกกับสังกัดอิสระ กระทั่งผลงานล่าสุดของเธอ Blossom & Bee เป็นผลงานลำดับที่ 3 แต่เป็นงานชุดแรกที่ออกกับค่าย “ปาล์เมตโต” ซึ่งทำให้ผมมีโอกาสได้รู้จักกับเธอในที่สุด
Bloosom & Bee ชื่อบอกเป็นนัยว่า ซารา ต้องการอุทิศบางอย่างที่เธอได้รับคุณูปการในการร้องเพลงมาจาก บลอสซัม เดียรี (Blossom Dearie) นักร้องรุ่นครูที่โดดเด่นในการถ่ายทอดเสียงร้องอย่างหมดจดพองาม โดยมีเพลง 7 เพลงในอัลบั้มนี้ (จาก 12 เพลง) ที่ บลอสซัม เคยบันทึกเสียงร้องมาก่อน เพลงเด่นๆ ที่เรารู้จักกันดีคือ Tea For Two
อย่างไรก็ดี ซารา ให้สัมภาษณ์ว่าจุดมุ่งหมายของการทำงานนี้ เพื่อนำเสนอแง่มุมต่างๆ ในชีวิตประจำวันของเรา ทั้งความร่าเริง อารมณ์ขัน และความตื่นเต้นเร้าใจ โดยมี บลอสซัม เดียรี เป็นแม่แบบ โดยที่เธอออกตัวอย่างถ่อมตนว่า เธอไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นผู้ชำนาญการอะไรเกี่ยวกับนักร้องระดับตำนานคนนี้ เพียงแต่เห็นแง่งามที่อยากนำเสนอให้ได้สัมผัสรับรู้กันเท่านั้นเอง
ซารา ยังสำทับด้วยว่า ทั้งในฐานะนักร้องและคนฟัง เธอเองไม่เคยสั่นไหวกับการฟังเพลงที่บรรดานักกายกรรมผ่านเสียงร้องนำเสนอ
“สำหรับฉันแล้ว (การร้องเพลง) เชื่อมโยงไปยังคำร้อง และถ่ายทอดมันออกมาอย่างสัตย์ซื่อ ... เป้าหมายของฉันคือการแสดงออกถึงประสบการณ์ที่จริงแท้ โดยไม่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้คนเพียงเพื่อนำไปสู่แท่นบูชา และเป็นอย่างที่ จอห์น เคลย์ตัน ครูสุดรักของฉันเคยพูดอยู่เสมอๆ ทั้งหมดนั้นเกี่ยวกับ K.I.S.S. .! Keep it simple, stupid ทำให้มันเรียบง่ายเข้าไว้ ! เด็กโง่”
Bloosom & Bee เป็นอัลบั้มที่ชวนให้เราระลึกถึงสิ่งเล็กๆ แต่งดงาม เป็น less is more ทั้งที่มีนักดนตรีเพียงไม่กี่คน จอช เนลสัน เล่นเปียโน, แฮมิลตัน ไพรซ์ เล่นเบส และ แซ็ค ฮาร์มอน เล่นกลอง โดยมีนักดนตรียอดฝีมืออย่าง แลร์รี โกลดิงส์ ซึ่งไม่เพียงเล่นเปียโน เมโลดิกา และออร์แกนในบางเพลง แต่ยังร่วมโพรดิวซ์ และเขียนเพลงกับซารา ในไตเติลแทร็คของอัลบั้มอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังมีแขกรับเชิญอีกคน คือดาวค้างฟ้า จอห์น พิซซาเรลลิ ที่มาร่วมร้องดูเอ็ทในไตเติลแทร็ค และเล่นกีตาร์ให้ 2 เพลง
โดยภาพรวม ซารา กาซาเร็ค ทำได้ดีเหนือความคาดหมาย เสียงร้องของเธอแม่นยำ ชัดเจน ในทิศทาง มีประกายใสในเนื้อเสียง ให้ความรู้สึกโปร่งเบาบนความหนักแน่น ทั้งในเพลงช้าที่ต้องการโทนหม่นและนุ่มนวล เช่นในเพลง Fly Away Birdie ซึ่งเป็นเพลงแต่งใหม่อีกเพลงจากฝีมือของเธอกับจอช มือเปียโน โดยที่มีเสียงออร์แกนให้ย่านทุ้มต่ำอันอ่อนโยน หรือในเพลงเร็วที่มีชีวิตชีวาล
สำหรับผม ซารา สอบผ่านตั้งแต่การตีความในเพลง Tea For Two ซึ่งไม่มากและไม่น้อยเกินไป บ่งบอกว่า แม้จะได้รับอิทธิพลของ บลอสซัม เดียรี มาอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เธอก็ฝากอัตลักษณ์เอาไว้ในเพลงนี้ อย่างเป็นธรรมชาติและเป็นตัวของตัวเอง จนทำให้มันกลายเป็นอีกเวอร์ชั่นหนึ่ง ที่ไม่แตกต่างจากดอกไม้พันธุ์ใหม่ในสวน
วันนี้ ซารา กาซาเร็ค ทำให้สวนดนตรีของผม ดูรื่นรมย์ขึ้นมากโขเลยทีเดียว.





