วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อิตาลี ถึงคราวบูรณะ

อิตาลี ประเทศที่มีรูปร่างเหมือนรองเท้าบู้ตมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย แต่ละเมืองจะมีแหล่งท่องเที่ยวสวยงามและเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน

อาหารท้องถิ่นของที่นี่ก็เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั่วโลก นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกหลั่งไหลมาเยือนอิตาลีปีละเกือบ 45 ล้านคน นำรายได้เข้าประเทศมหาศาล แต่เมื่อเวลาผ่านไปและขาดการจัดการที่ดี แหล่งประวัติศาสตร์หลายแห่งก็ผุพังไปตามกาลเวลาและเสื่อมโทรมไปจากฝีมือนักท่องเที่ยว หลายเมืองในอิตาลีจึงพยายามหาทางบูรณะซ่อมแซมสถานที่เหล่านั้น

เมื่อเร็วๆ นี้หนังสือพิมพ์ในกรุงโรม เมืองหลวงของอิตาลีลงข่าวว่า สภาเมืองโรมออกระเบียบใหม่ห้ามไม่ให้นำหรือกินอาหารใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวใน หากใครไม่ยอมทำตามจะต้องโดนปรับ 500 ยูโร หรือประมาณ 20,000 บาท กรุงโรมเป็นเมืองที่ 3 ต่อจากเวนิสและฟลอเรนซ์ที่ออกระเบียบเช่นนี้ นายกเทศมนตรีจิอานี อัลมานโน กล่าวว่า คำสั่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเร่งด่วนที่จะปกป้องศูนย์กลางประวัติศาสตร์อย่างโรม “เราทุกคนรู้ดีว่าอาหารนั้นอันตรายมากสำหรับสถานที่ทางประวัติศาสตร์ของเมือง” พื้นที่ต้องห้ามสำหรับอาหารและการกิน เช่นบริเวณน้ำตกหินอ่อนเพียซซ่า นาโวนา กำแพงหินรอบพาเธนอลและบริเวณโคลอสเซียม

นอกจากนั้น ทางการท้องถิ่นของกรุงโรมตัดสินใจตัดกุญแจที่คู่รักจากทั่วโลกนำไปใส่คล้องไว้บนสะพานปอนเต มิลวิโอออกทั้งหมด ก่อนหน้านี้คู่รักที่เชื่อตำนานเก่าแก่พากันไปคล้องกุญแจที่สะพานอายุ 1,700 ปีนี้ และโยนดอกกุญแจทิ้งลงแม่น้ำไทเบอร์ เพราะเชื่อว่าจะทำให้ความรักยืนยาว ทางการออกระเบียบห้ามนำกุญแจไปคล้องตั้งแต่ปี 2550 แต่ตัดสินใจตัดกุญแจออกทั้งหมดในปีนี้เพราะกุญแจเหล่านี้เป็นสนิมและทำลายโครงสร้างสะพาน กุญแจที่ถูกถอดจะนำไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์

ทางการกรุงโรมยังมีโครงการบูรณะน้ำพุเทรวี่ที่ที่นักท่องเที่ยวชอบหันหลังโยนเหรียญใส่น้ำพุเพราะเชื่อว่าจะได้กลับมาอีก หลายคนอาจแปลกใจว่า บริษัทที่อาสาและให้เงินบูรณะคือ เฟนดิ บริษัทธุรกิจแฟชั่น กระเป๋าและเสื้อผ้าชั้นนำของอิตาลี เฟนดิประกาศว่าโครงการบูรณะน้ำพุเทรวี่ซึ่งเพิ่งฉลองครบรอบ 250 ปีเมื่อปีที่แล้วนี้จะใช้เงินประมาณ 2.18 ล้านยูโร หรือ 87.2 ล้านบาท การบูรณะนี้ถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนเพราะหลายส่วนของน้ำพุผุพังและทะลายอย่างรวดเร็ว แต่นักท่องเที่ยวที่วางแผนไปเยือนไม่ต้องกังวลเพราะจะไม่มีการปิดน้ำพุเทรวี่ในระหว่างการซ่อมแซม นอกจากนี้ เฟนดิให้เงินสนับสนุนการบูรณะ the Four Foutains ในกรุงโรมมูลค่า 12.8 ล้านบาทด้วย

เฟนดิไม่ใช่ธุรกิจแฟชั่นแห่งเดียวที่ช่วยเหลือเงินบูรณะสถานที่ท่องเที่ยว เมื่อปีที่แล้ว ท็อดส์ ยักษ์ใหญ่อีกแห่งแห่งวงการแฟชั่นอิตาลีก็ให้เงินจำนวน 25 ล้านยูโร หรือ 1 พันล้านบาทเพื่อบูรณะโคลอสเซียม สนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ใจกลางกรุงโรมซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ในคริสต์ศตวรรษที่ 1 ท็อดส์จะได้สิทธิในการใช้โลโก้ของโคลอสเซียมถึง 15 ปี และในบัตรเข้าชมโคลอสเซียมก็จะมีโลโก้ของท็อดส์ด้วย ในขณะที่เฟนดิจะได้เพียงแค่ใส่โลโก้ของบริษัทที่ป้ายระหว่างซ่อมแซมและได้โล่ขอบคุณเท่านั้น นอกจากนี้ ดีเซล พี่เบิ้มของวงการเสื้อผ้าอีกแห่งของอิตาลีก็ประกาศให้เงิน 5 ล้านยูโร หรือ 200 ล้านบาทเพื่อบูรณะสะพานเรียลโตของเมืองเวนิส

ส่วนทางการนครปอมเปอีก็กำลังบูรณะเมืองเช่นเดียวกัน เมืองนี้ถูกฝังใต้เถ้าถ่านและหินภูเขาไฟหนา 4 ถึง 6 เมตร เมื่อภูเขาไฟวีซูเวียสปะทุและพ่นเถ้าถ่านใน ค.ศ. 79 วาระสุดท้ายของเมืองและผู้คนถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีใต้เถ้าถ่านและลาวา แต่เมื่อเวลาผ่านไป ฝนและการจัดการที่ไม่ดีทำให้เมืองนี้เสื่อมโทรมไปมาก ผนังของเมืองหรือ House of the Gladiators ก็พังทลายลงมา ทางการจึงประกาศสภาวะฉุกเฉินในปี 2551 และให้มีการบูรณะโดยด่วน

แต่งานบูรณะมูลค่า 4.2 พันล้านยังไม่ได้ดำเนินการจนกระทั่งเร็วๆ นี้เพราะผู้บริหารของบริษัทผู้รับเหมาถูกจับข้อหาทุตจริตเงินในการซ่อมแซม เมื่อเร็วๆ นี้อียูยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือและให้งบประมาณในการซ่อมแซมครั้งใหม่จำนวน 1.6 พันล้านบาทเพื่อเสริมสร้างโครงสร้าง ระบบน้ำเสียและอบรมเจ้าหน้าที่