อาชีพนักวาดภาพประกอบ ที่เกิดขึ้นมาในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่ไมตรีและคนร่วมอาชีพเขาอีกหลายคน ไม่เคยคิดว่าจะทำเป็นงานเลี้ยงชีพได้จริง
หลังจาก ไมตรี ได้ผ่านงานประจำในบริษัทผลิตแอนิเมชั่น และผันตัวเองมาทำงานส่วนตัว อาชีพนี้ก็เป็นจริงขึ้นมาได้
ไมตรี บุญกิจรุ่งเรืองไพศาล บัณฑิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ที่ชื่นชอบและถนัด “งานวาด” ภาพสีน้ำเป็นทุนเดิม ต่อเติมด้วย ทุนความรู้ ในแง่การจัดระเบียบ “ความคิด” และผลงานออกมาสู่สายตาสาธารณชน ในฐานะนักวาดภาพประกอบ หรือ illustrator
งาน นักวาดภาพประกอบของไมตรี เริ่มเมื่อ 5 ปีที่แล้ว หลังจากลาออกจากบริษัททำแอนิเมชั่น
“ตอนนั้นเริ่มมีเวลาว่าง ก็เลยวาดรูปผลงานส่วนตัวและเผยแพร่บนเว็บไซต์ จนมีนิตยสารเกิดใหม่ชื่อ Chic Happens เห็นผลงาน ติดต่อเข้ามาให้วาดภาพประกอบในเล่มและปกบางเล่ม ครั้งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพวาดภาพประกอบของตัวเอง หลังจากนั้นก็ยังวาดภาพประกอบให้กับคอลัมน์ในนิตยสารอื่นๆบ้างเช่น สุดสัปดาห์ กุลสตรี นอกเหนือจากงานภาพประกอบยังมีผลงานออกแบบตัวการ์ตูน รวมถึงวาด comics (การ์ตูนเป็นเล่ม)ให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลังมาแล้ว 2 เล่ม ปัจจุบันกำลังมีโครงการสำหรับเล่มที่ 3 “
รายได้
จากประสบการณ์ส่วนตัว ไมตรีบอกว่า งานส่วนใหญ่ของ นักวาดภาพประกอบ จะเป็นในลักษณะ ฟรีแลนซ์ (รับงานอิสระ)
“งานที่ผมทำลักษณะฟรีแลนซ์ รายได้จากภาพประกอบในคอลัมน์ แมกกาซีน จะได้ประมาณ 500-1,000 ขนาดงานไม่เกินหน้า A4 ส่วนงานวาดการ์ตูนเล่ม ที่เราดีลมาจากองค์กรใหญ่ จะสามารถทำรายได้ 2-3 แสนบาท ซึ่งถ้าเราหาลูกค้าได้ 1 ปี ได้ 4 ราย ก็อยู่ได้ สำหรับคนๆเดียว”
ผลงานของไมตรีรวมถึงนิตยสาร รายเดือนรายสัปดาห์ สุดสัปดาห์ กุลสตรี สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ภาพประกอบและภาพปกหนังสือ ‘คนอยู่วัด’ ปกอัลบั้มเพลงของศิลปินเพลงจากอเมริกา เป็นต้น
นั่นหมายถึง นายจ้าง ที่หลากหลาย ซึ่งไมตรีอธิบายรูปแบบการจ้างงานและรับงานว่า
“นักวาดที่ได้งานมักจะเป็นคนที่มีสไตล์เฉพาะตัว เนื่องจากลูกค้าจะต้องการความหลากหลายในสื่อสิ่งพิมพ์ จึงจะสรรหานักวาดที่มีสไตล์เหมาะแนวทาง และในทางกลับกัน นักวาดฯจึงมี นายจ้างหลากหลายตามไปด้วย”
ไมตรีเล่าว่า เมื่อเทียบกับ 10 ปีที่แล้ว อาชีพนักวาดฯ มีเพียงไม่มีกี่คน ต่างจากทุกวันนี้ ซึ่งมีทั้งคนเสพงานวาดภาพมากขึ้น และในระดับอุดมศึกษามีการเรียนด้านเทคนิคในหลายภาควิชา ที่คนเรียนสามารถออกมาประกอบอาชีพนี้ได้ ทั้งในคณะศิลปกรรม หรือภาควิชานิเทศศิลป์ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ
จุดขาย ที่ความคิด
ปัจจุบันนักวาดภาพประกอบ นิยมและสามารถใช้เทคนิค Digital painting (การวาดภาพโดยใช้โปรแกรมในคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ต้นจบจบ) เพื่อสร้างงาน โดยกระบวนการทั้งหมดเริ่มและจบในคอมพิวเตอร์ทั้งหมด แต่บางครั้งใช้ เทคนิคผสม ระหว่าง การวาดมือกับดิจิทัล ซึ่งเริ่มจากการวาดภาพสีน้ำ หรือ hand drawing ลงบนกระดาษก่อน และสแกนภาพนั้น เพื่อไปปรับแต่งเป็นภาพสุดท้ายสมบูรณ์ด้วย Digital painting
เนื่องจากกระบวนการพิมพ์ยุคใหม่ สื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิดต้องใช้ระบบดิจิทัล แต่ในเชิงเทคนิคการสร้างภาพประกอบนั้น หากเป็นกรณีวาดภาพประกอบคอลัมน์หรืองานเขียนในสื่อประเภทนิตยสาร ภาพประกอบที่เป็นงานเทคนิคผสม ยังคงได้รับความนิยมอยู่
“อาจเป็นเพราะคนไม่ชอบความแข็ง ของภาพวาดที่เป็น digital painting ทั้งหมด ในขณะที่งานที่เริ่มจากภาพวาดด้วยมือไม่ว่าจะเป็นสีน้ำหรือลายเส้นบนกระดาษ แม้จะมาจบที่ดิจิทัล แต่มันจะยังคง texture เดิมที่ให้ความรู้สึกถึงความหยาบของผิวกระดาษ ลายเส้นดินสอ ทำให้ภาพประกอบที่มาจากสื่อผสมมีอารมณ์สดกว่า สำหรับคนดูนะ”
อย่างไรก็ตาม ไมตรี บอกว่า สิ่งสำคัญของงานภาพ ไม่ได้อยู่แค่เทคนิค แต่อยู่ที่ “ความคิด” เพราะอุปกรณ์เครื่องมือที่ทำทุกสิ่งได้เหมือนกัน แต่สิ่งที่จะแตกต่างคือ ความคิดเริ่มต้นของผู้สร้างสรรค์หรือนักวาดนั่นเอง
สไตล์ส่วนตัว
ไมตรีเผยว่าแนวงานของเขา ส่วนใหญ่มีอิทธิพลมาจากผลงานในอดีตที่เคยทำงานด้านแอนิเมชั่นมาก่อน อีกทั้งการที่มีโอกาสได้เดินทางไปท่องเที่ยวเห็นภาพทิวทัศน์สวยงาม เจอผู้คนหลากหลายอยู่บ่อยครั้ง จึงชอบวาดรูปที่มีเรื่องราว หรือภาพที่สร้างความรู้สึกของช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งต่อผู้ที่ดู โดยส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นให้รู้สึกดีแบบอารมณ์ feel good อาจจะเป็นเรื่องรักๆของหนุ่มสาว หรือเรื่องขำขันสนุกๆของเด็ก หรือภาพความทรงจำที่ดีในวัยเด็ก
“ปัจจุบันผมได้รับอิทธิพลจากภาพ illustrate ประเภทภาพแฟชั่น ภาพผู้หญิงสวยๆ เมื่อนำมาปรับเข้ากับสไตล์เดิมของตัวเองก็เกิดเป็นงานในแนวใหม่ๆ แต่ก็พยายามทดลองอย่างอื่นไปเรื่อยๆด้วยเพื่อไม่ให้ผลงานหยุดอยู่นิ่ง “
ล่าสุดไมตรี กำลังทำ “ผลงานศิลปะของตัวเอง” ชิ้นใหม่เกี่ยวกับ ชีวิตและมุมมองของคนปั่นจักรยาน ในชื่อ “Let’s ride” โดยผลงานจะจัดแสดงให้ได้ชมและมีขายในเดือนพฤษภาคมปีนี้ ตัวอย่างผลงานอยู่ในเพจชื่อ http://www.facebook.com/maitri.art
คุณสมบัติ นักวาดภาพประกอบ
สิ่งแรกของคนที่จะประกอบอาชีพนี้ ต้องเริ่มต้นจากความสนใจในงานศิลปะ ซึ่งไมตรีแนะนำว่า อาจไม่ได้หมายถึง การวาดรูปอย่างเดียว เพราะปัจจุบันงาน Illustration มีขอบเขตที่กว้างขึ้น ศิลปินบางคนสร้างงาน จากการพับกระดาษ การเย็บปัก หรือการปะติดปะต่อภาพ (collage) ก็สามารถสร้างผลงาน ภาพประกอบ (ซึ่งเทคโนโลยีเอื้อ) ได้แม้ไม่ได้วาด
อย่างไรก็ดีการวาดก็เป็นพื้นฐานสำคัญที่ต้องมี และต้องการ สามคำ นั่นคือ "หมั่นฝึกฝน ฝึกฝนและฝึกฝน "
"ผมพบว่าศิลปินทุกคนที่เก่งๆ ไม่เคยหยุดการฝึกปรือฝีมือตัวเอง ส่วนใหญ่จะสเก็ตซ์งานทุกวัน สร้างความชำนาญนั้นให้มีอยู่เสมอๆ สำหรับนักวาดภาพประกอบอาจต้องสนใจเรื่องการถ่ายทอดความคิดของนักเขียน ของ art director (หัวหน้าฝ่ายศิลป์ที่กำหนดหน้าตาหรือสไตล์ของสื่อที่จะออกสู่ประชาชน) หรือเจ้าของผลงาน ให้เป็นภาพที่ตรงกับโจทย์ที่ได้รับ ควรจะฝึกทักษะการฟัง คิด อ่านและถ่ายทอดหรือสื่อสารให้ผู้รับสารเข้าใจได้ นอกนั้นที่สำคัญน่าจะเป็นเรื่องการพยายามหาทักษะและเทคนิคที่เฉพาะตัวของตัวเองให้เจอและพัฒนามันให้เด่นขึ้นมา เพราะทักษะที่โดดเด่นในด้านนั้นๆ จะเป็นตัวชี้ให้เห็นความแตกต่างของศิลปินแต่ละคน" ไมตรีบอก
......................





