วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

“Budapest” by train (Advertorial)

ยุคที่พวกเติร์กเข้ามาปกครองดินแดนแถบฮังการีในช่วงกลางศตวรรษที่ 16 นานกว่า 100 ปี ก็ได้ทิ้งมรดกตกทอดทางวัฒนธรรมเอาไว้มากมาย


ใครบ้างไม่อยากเห็นบูดาเปสท์(Budapest)

ฉันคนหนึ่งล่ะ ที่เพียรหาโอกาสไปหาบูดาเปสท์อยู่ตลอด แต่ไม่ใช่ทุกเที่ยวของการไปยุโรป แล้วจะได้เฉียดไปหาบูดาเปสท์
เรียกว่าเฉียดไปโฉบมาอยู่หลายตลบนั่นแหละ ถึงจะได้ฤกษ์พาเท้าไปจุ่มบูดาเปสท์ซะที
ก็อาจจะเหมือนกับนักเดินทางหลายคนที่ใช้เวียนนาเป็นต้นทาง ฉันก็เป็นแบบนั้น ออกเดินทางจากเวียนนาตั้งแต่รุ่งเช้า
แดดสายในฤดูหนาวมีเสน่ห์เสมอ มันช่วยสลายอุณหภูมิอันเย็นฉ่ำให้ยอมลดราวาศอกลงบ้าง รถไฟจากเวียนนาพาฉันนั่งโคลงเคลงไปราวๆ 3 ชั่วโมงเห็นจะได้ เมืองบูดาเปสท์ก็ทอดตัวรออยู่ข้างหน้า
รถไฟๆค่อยๆชะลอความเร็ว ก่อนจะสิ้นลมลงตรงชานชาลา ที่นี่ไม่ได้เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่โตมากนัก ออกจะค่อนไปทางเล็กและเก่าเล็กน้อย แต่ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับความงง มันชอบปรากฏตัวทุกครั้งเวลามาถึงสถานีรถไฟ เลยเดินวนเวียนป้วนเปี้ยนอยู่สามสี่ตลบ ถามหาบูธทัวริสต์อินฟอร์เมชั่นบ้าง ถามหาบูธแลกเงินบ้าง ถามหาสถานีรถไฟใต้ดินเข้าเมืองบ้าง
อะไรไม่มากเรื่องเท่าเรื่องเงินๆทองๆ เพราะถึงแม้ฮังการีจะเข้าเป็นสมาชิกยุโรปและใช้วีซ่าเชงเก้นเข้าประเทศได้แล้ว แต่ยังไม่ยอมเปลี่ยนมาใช้เงินยูโร ยังคงใช้เงินสกุลฟอรินต์ของตัวเองอยู่ ฉะนั้น เมื่อไปถึงปุ๊บต้องหาที่แลกเงินให้เรียบร้อยก่อนทำอย่างอื่น
ซึ่งก็ไม่ง่ายเอาซะเลย เพราะนักท่องเที่ยวมาถึงที่นี่จะถูกตุ๋นกันเป็นประจำ เป็นอย่างที่หลายคนเตือนไว้จริงๆด้วย ว่าบูธแลกเงินแต่ละแห่งจะมีเรทแลกเงินจะไม่เท่ากัน แต่ที่น่าสนใจกว่านั้น ทุกหน้าเคาเตอร์แลกเงิน จะมีพวกหน้าม้าจากตลาดมืดมายืนดักซ้อนอีกตลบ โดยยื่นข้อเสนอที่ดีกว่า เลยยืนงงอยู่พักใหญ่ ไม่รู้จะปลงใจแลกกับใครดี
ที่จริงยังมีคำเตือนอีกมากมายที่พูดถึงเมืองหลวงอย่างบูดาเปสท์เอาไว้ เช่น
นักท่องเที่ยวอาจจะเจอฉกชิงวิ่งราวได้ตลอดเวลา ดังนั้นมาที่นี่อย่าได้แต่งกายด้วยเครื่องประดับที่มีราคาแพงมาล่อตามิจฉาชีพเด็ดขาด เก็บหนังสือเดินทาง เงินสด และของมีค่าให้มิดชิดเป็นพิเศษ และอย่าแลกเงินกับผู้ที่มาเสนอตามท้องถนนเพราะผิดกฎหมายและอาจถูกโกงได้ แต่ควรแลกจากธนาคารหรือร้านแลกเงินที่มีอยู่ทั่วไป และขอใบเสร็จทุกครั้งที่แลกเงิน เพื่อเป็นหลักฐานในการแลกเงินกลับคืนตอนออกนอกประเทศ
ถ้าอยู่ในที่ชุมชนหรือเบียดเสียดต้องเพิ่มความระมัดระวังกว่าปกติ หรือถ้ามีคนเดินมาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอสอบปากคำหรือขอตรวจให้ปฏิเสธ เพราะโดยมากมักเป็นตำรวจปลอม นักท่องเที่ยวเจอกันมาเยอะ ฟังดูต้องระมัดระวังไม่แพ้อิตาลี สเปน และเชก
ฉันกระชับกระเป๋าเข้าแนบตัว แล้วหอบเงินลงรถไฟใต้ดินสถานี Kerepesi ที่อยู่ติดกับสถานีรถไฟประจำเมือง เพื่อมุ่งหน้าไปหาย่านใจกลางเมือง
เริ่มต้นเที่ยวกันที่ฝั่งบูดา ที่แค่ขึ้นจากสถานีรถไฟใต้ดินก็เห็นอาคารรัฐสภาที่อยู่ฝั่งเปสท์มีแม่น้ำดานูบทอดผ่านด้านหน้า ใครๆก็บอกว่านี่คืออาคารสไตล์นีโอโกธิกที่แสนงดงาม แทบจะเรียกได้ว่าเป็นอาคารรัฐสภาที่งดงามแห่งหนึ่งของโลกก็ว่าได้
วันนั้นไม่ได้รีบไปไหน เลยหามุมเหมาะ นั่งกินลมชมวิวของฝั่งเปสท์จากฝั่งบูดา อย่างเพลิดเพลินเจริญตา
จากนั้นก็ยังป้วนเปี้ยนอยู่ที่ฝั่งบูดาต่อ เดินเกร่ไปเรื่อยผ่านโบสถ์เซนต์แอน อาคารเก่าแก่ คาเฟ่และร้านอาหารหน้าตาเก๋ไก๋อีกเพียบ
เรื่อยเปื่อยไปจนถึงป้อมชาวประมง ซึ่งเป็นมุมที่ทุกคนอยากเห็นพอๆกับอาคารรัฐสภา อาจจะเป็นเพราะที่นี่เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่ดีที่สุดของเมือง และใครที่อยากตามรอยประวัติศาสตร์ของฮังการีขอให้มุ่งหน้ามาเดินย่ำบนเนินเขาแห่งนี้
บนป้อมปราการแห่งนี้มีอนุสรณ์สถานที่เชิดชูชาวประมงผู้ยอมอุทิศชีวิตเพื่อรักษาแผ่นดินเอาไว้เมื่อคราวที่ถูกพวกมองโกลบุกเข้ามาโจมตีช่วงศตวรรษที่ 13
นอกจากนี้ บนเนินเขาแห่งนี้ยังมีมหาวิหารแมทเทียส สถานที่ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของชาวเมือง ใครๆก็อยากเข้าไปดูใบโบสถ์ด้วยกันทั้งนั้น ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะด้านในของโบสถ์เก่าแก่ที่มีตำแหน่งมรดกโลกประทับอยู่ เลยต้องยอมยืนต่อคิวอันยาวเหยียด ตากแดดเคล้าหนาว แต่ก็คุ้มค่าเพราะข้าวของล้ำค่าและภาพไอคอนหลายชิ้นถูกเก็บอยู่ด้านใน แต่สำหรับคนขี้เกียจต่อคิว แค่ดูหลังคาโบสถ์แห่งนี้ยังคุ้มเลย ว่ากันว่า สมัยที่พวกตุรกีเข้ามาปกครอง ที่นี่เคยถูกดัดแปลงให้เป็นมัสยิดด้วย

ว่ากันว่า ยุคที่พวกเติร์กเข้ามาปกครองดินแดนแถบฮังการีในช่วงกลางศตวรรษที่ 16 นานกว่า 100 ปี ก็ได้ทิ้งมรดกตกทอดทางวัฒนธรรมเอาไว้มากมาย ทั้งสุเหร่าและฮัมมัม
พอเที่ยวฝั่งบูดาเสร็จ ก็เดินข้ามสะพานเชนไปเที่ยวฝั่งเปสท์กันบ้าง ที่จริงกว่าจะข้ามไปได้ก็นานเอาเรื่อง เพราะทั้งตัวสะพานเองก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย แถมอิริยาบถรอบๆสะพานยิ่งน่าดูใหญ่ จะมีชาวเมืองปั่นจักรยานสัญจรไปมา บ้างก็จ็อกกิ้งสู้กับลมหนาว บางช็อตน่าดูตรงมีเรือโฉบผ่านมาพอดี หรือแค่ยืนมองสองฝั่งแม่น้ำจากกลางสะพานก็โรแมนซ์ไม่เบา ทั้งหมดนี้เลยทำให้มุมนี้เหนี่ยวฉันได้นานกว่ามุมไหนๆ
แต่พอละจากสะพานได้เท่านั้น ก็พุ่งไปหาโบสถ์เซนต์ สตีเฟน ซึ่งเป็นโบสถ์คาธอลิกอันยิ่งใหญ่ประจำบูดาเปสท์ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่ใจกลางเมือง
บังเอิญวันที่ไป มีทหารและตำรวจมาเดินพาเหรดกันย่านนี้พอดี เลยทำให้หน้าโบสถ์คึกคักกว่าวันปกติลำพังวันปกติ ละแวกนั้นก็เป็นย่านช้อปปิ้งอยู่แล้ว นักท่องเที่ยวและเจ้าถิ่นเดินกันให้ว่อนไปหมด แต่ในวันไม่ปกติแบบนี้ มุมนี้แออัดและคลาคล่ำไปด้วยมนุษย์

บูดาเปสท์ในยามนั้น จึงไม่ใช่สวย แต่จัดว่าเป็นเมืองร่าเริงเกินปกติเชียวล่ะ

Oจากกรุงเทพไปบูดาเปสท์ สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ (02-2310300) มีเที่ยวบินให้บริการ หรือคลิกเข้าไปดูที่ www.turkishairlines.com
Oแหล่งที่พักของบูดาเปสท์มีหลายมุม ทั้งฝั่งบูดาและฝั่งเปสท์ คลิกไปสำรวจได้ที่เว็บไซต์อโกดา(www.agoda.com)
Oจากเวียนนาถ้าจะนั่งรถไฟไปบูดาเปสท์มีรถไฟตลอดทั้งวัน คลิกไปดูตารางรถไฟได้ที่ www.raileurope.co.th

เรื่อง : กาญจนา หงษ์ทอง
: [email protected]