"แดนสนธยา" ศิลปะในวันที่ปล่อยวางของช่วง มูลพินิจ

"แดนสนธยา" ศิลปะในวันที่ปล่อยวางของช่วง มูลพินิจ

“จิตรกรผู้มองเห็นมดยิ้มสวย” อาจารย์ช่วง มูลพินิจ ศิลปินอาวุโสชั้นแนวหน้าของไทย กลับมาจัดแสดงผลงานอีกครั้งหลังจากว่างเว้นไปนานถึง 10 ปี

“จิตรกรผู้มองเห็นมดยิ้มสวย” (ฉายาที่ได้รับจาก 'รงค์ วงษ์สวรรค์) อาจารย์ช่วง มูลพินิจ ศิลปินอาวุโสชั้นแนวหน้าของไทย กลับมาจัดแสดงผลงานอีกครั้งในนิทรรศการผลงานศิลปกรรมชุด “แดนสนธยา”หลังจากที่จัดครั้งสุดท้ายเมื่อ 10 ปีก่อนที่หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี 2546 โดยเป็นนิทรรศการเดี่ยวครั้งสำคัญที่นำเสนอผลงานใหม่ๆ ให้ชมถึง 70 ชิ้น

ผลงานของอาจารย์ช่วง มูลพินิจ ในระยะแรกเป็นภาพวาดลายเส้นที่มีความงดงามอ่อนช้อย เริ่มด้วยการเขียนภาพลายเส้นประกอบในหนังสือสยามสมัย โดยการชักชวนจากปัญญาชนสยาม อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ "ส.ศิวรักษ์" และต่อมาได้เขียนภาพปกและภาพประกอบในหนังสือและนิตยสารต่างๆ เช่น ช่อฟ้า ชาวกรุง เฟื่องนคร ทำให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักด้วยผลงานเขียนลายเส้นอิสระที่มีแบบฉบับเฉพาะตัว นอกจากนี้ยังมีผลงานออกแบบตัวหนังสือชื่อเรื่องและโปสเตอร์ภาพยนตร์ไทยส่วนใหญ่ที่เป็นวรรณคดีหรือเรื่องราวพื้นบ้าน เช่น แผลเก่า เลือดสุพรรณ เพื่อน-แพง ไกรทอง พระรถ-เมรี ซึ่งเป็นผลงานที่เป็นที่รู้จักกันดีอีกประเภทหนึ่งเมื่อประมาณ 30-40 ปีก่อน

แม้ความถนัดส่วนตัวของอาจารย์ช่วง มูลพินิจ คืองานลายเส้นและจิตรกรรม โดยมีผลงานชิ้นสำคัญมากมาย อาจารย์ช่วงยังได้สร้างผลงานประติมากรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานพุทธศิลป์ที่มีชื่อเสียง อาทิ พระพุทธอภัยมงคลสมังคี ที่สมเด็จพระญาณสังวร รองสมเด็จพระสังฆราช ทรงสร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อพระราชทานแก่ทุกจังหวัดในโอกาสเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี พระพุทธมุจจลินท ภูชคุปต์ วัดโพธิ์ทอง ภาพปั้นนูนต่ำประดับพระมหาเจดีย์วัดธรรมมงคล สุขุมวิท 101 ออกแบบพระอุโบสถวัดเขาดินวนาราม จังหวัดชุมพร ออกแบบจิตรกรรมฝาฝนังภายในโดมมหาวิหารพระไตรปิฎกหินอ่อน พุทธมณฑล ทั้งยังมีผลงานประติมากรรมโลหะผสม “สิงโตคู่” ที่ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ ปัจจุบันติดตั้ง ณ วัดสิรินทรเทพรัตนาราม จังหวัดนครปฐม และผลงานที่ติดตั้งอยู่ที่บริษัทเอกชนอีกหลายชิ้น

อาจารย์ช่วงยังผลงานการเขียนหนังสือที่เป็นงานวรรณศิลป์โดยเริ่มเขียนในปี 2536-2537 มีการรวบรวมจัดพิมพ์เป็นพ็อกเก็ตบุ๊คชื่อ “เขียนมนุษย์” และล่าสุดคือเรื่อง “ฝูงมนุษย์” ในแนวคำคม-นิทานที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2551 ถ่ายทอดความคิดในหลายด้าน หลากมุมมอง ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ กิเลสของมนุษย์ ศิลปะ ความดีงาม และศาสนา โดยเชื่อว่าเมื่อโลกไร้จริยธรรม ความโลภของมนุษย์ก็จะทะยานขึ้นถึงขีดสุด และเมื่อขาดจริยธรรมก็เท่ากับสิ้นสุดความเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นแนวความคิดเดียวกับที่ใช้ในการทำงานศิลปะเสมอมา

เอกลักษณ์ที่โดดเด่นในงานศิลปะของอาจารย์ช่วง มูลพินิจ คือความงามของลายเส้นหรือลายไทยที่อ่อนช้อยผสมผสานเข้ากับศิลปะสมัยใหม่ได้อย่างกลมกลืน งานศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นแต่ละชิ้นผนึกเรื่องราวทางอุดมคติกับธรรมชาติ จนกระทั่งถึงนัยการมองเห็นในวัฏสงสารของชีวิตและปรัชญา ศาสนา เข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม แนบเนียน ลงตัว บางครั้งก็นำเรื่องราวจากศาสนาและวรรณคดีมาสร้างจินตนาการใหม่ ทำให้ผลงานศิลปะเหล่านั้นมีรูปแบบหลากหลายจนยากที่จะให้คำจำกัดความว่าจัดอยู่ในประเภทใด แต่ทั้งหมดล้วนมาจากรากฐานความคิดที่ว่า “ธรรมชาติคือครูผู้ยิ่งใหญ่” เป็นแรงบันดาลใจในการทำงานตลอดระยะเวลาราว 50 ปี หลังจบจากมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยเป็นลูกศิษย์ของศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี

ปัจจุบันอาจารย์ช่วง มูลพินิจ ยังคงทำงานศิลปะอย่างต่อเนื่อง และได้สร้างหอศิลป์ที่บริเวณบ้านพัก บนถนนรามคำแหง ที่จัดแสดงผลงานกว่า 80 ชิ้น ตั้งแต่ยุคแรกถึงยุคปัจจุบัน ทั้งภาพลายเส้น สีน้ำ สีน้ำมัน ภาพพิมพ์ ผลงานประติมากรรม งานออกแบบต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาและผู้สนใจงานศิลปะได้เข้าชม

กับนิทรรศการครั้งล่าสุดที่กำลังจะเกิดขึ้น อาจารย์ช่วงเล่าว่า เป็นการแสดงผลงานครั้งสำคัญอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานถึง 10 ปี โดยชื่อนิทรรศการ "แดนสนธยา" มาจากการเตือนตนเองของศิลปินในวัยที่ย่างเข้าสู่ "แดนสนธยา" ของชีวิต

"หยุดแสดงงานไปสิบกว่าปีแต่ผมทำงานศิลปะตลอดเวลา ทำอยู่ทุกวัน ส่วนชื่อนิทรรศการมาจากการที่ปีนี้ผมอายุ 72 ปีแล้ว ถ้ามองว่าชีวิตคนเราเหมือนกับแต่ละวันที่เริ่มต้นจากพระอาทิตย์ขึ้น ชีวิตผมก็นับว่าเป็นช่วงสนธยาของชีวิตแล้ว ก็เลยใช้คำนี้มาเป็นชื่อนิทรรศการ เหมือนเป็นการปรามตัวเองด้วยว่าเราจวนจะถึงเวลาดับไปตามครรลองของธรรมชาติ" อาจารย์ช่วง กล่าว

ยาม "สนธยา" ของชีวิตศิลปิน เป็นช่วงเวลาที่ละวางการทำงานศิลปะเพื่อ "ลาภ ยศ สรรเสริญ" แต่มุ่งที่การทำงานศิลปะเพื่อสร้างความงามประดับโลก และสะท้อนปรัชญาชีวิตและธรรมชาติ สำหรับผลงานเด่นที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการชุด “แดนสนธยา” ในครั้งนี้ ได้แก่ ภาพจิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบ ชื่อ “ม้า” “เสือ” “ฝันกลางวัน” “คลื่นวัฏฏะ” และ “พาหนะพระคเณศ” เป็นต้น

"ชีวิตในยามสนธยา ผมอาจจะล้าลงในเรื่องทางกาย แต่เรื่องจิตใจไม่ล้า ทำงานศิลปะตลอดเวลา ไม่เคยตัน ไม่เคยหมด เพราะเป็นวัยที่เราทำงานศิลปะได้โดยที่คิดถึงเนื้องานมากกว่าเรื่องของลาภ ยศ สรรเสริญ เป็นเวลาที่ผมจะทำงานที่ผมรักอย่างจริงใจได้ดีที่สุด" อาจารย์ช่วง สรุป

ผลงานศิลปกรรมชุด “แดนสนธยา” โดยอาจารย์ช่วง มูลพินิจ จะมีพิธีเปิดนิทรรศการ ในวันที่ 5 มีนาคม 2556 เวลา 18.00 น. จัดแสดงระหว่างวันที่ 3 มีนาคม - 30 เมษายน 2556