คุยเรื่องการ Renovate รีสอร์ทริมหาดหัวหิน การทำในสิ่งที่อาจไม่เห็นด้วยสายตา แต่สัมผัสได้ด้วยความรู้สึก กับ ศรายุธ เอกะหิตานนท์
กาลเวลานำพาให้ทุกสิ่งเติบโตและเสื่อมถอยไปพร้อมกันตามธรรมชาติ สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นก็อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์นี้ สถาปัตยกรรมต่างๆ ล้วนเสื่อมสภาพไปตามวันเวลาการ บูรณะ (Renovate) คือวิธีการฟื้นคืนชีวิตให้กับสถาปัตยกรรม
"รีโนเวทคือทำให้ดีขึ้นครับ ทำให้ใหม่ เหมือนใหม่ แล้วมีอะไรที่เป็นข้อเสียหายหรือข้อที่ควรจะพัฒนาให้ดีขึ้นก็ทำ.. ในธุรกิจผู้ประกอบการที่ดีเวลาที่มีรายได้ก็ต้องเก็บรายได้ส่วนหนึ่งกันไว้เพื่อสำหรับปรับปรุงพัฒนาครับ" ศรายุธ เอกะหิตานนท์ ผู้บริหาร Let’s sea Hua Hin Al Fresco Resort บอก
เลทส์ ซี เริ่มต้นจากร้านอาหารริมชายหาดหัวหินก่อนจะเปิดบริการในส่วนของรีสอร์ทในเวลาต่อมา คุณศรายุธ พูดถึงแนวคิดเริ่มต้นว่า
"เอาเรื่องของความเป็นหัวหินกับคนไทย คือเวลามาหัวหินจะชอบนึกถึงอดีตเพราะฉะนั้นก็จะต้องรักษาความรู้สึก (Feeling) แถวหน้าทะเลให้เป็นหาดหัวหิน ตรงที่พักนี่ความเป็นอดีตก็คือบ้านริมคลองอะไรต่างๆ คือให้มันเหมาะสม (Match) กับกิจกรรม นึกถึงกิจกรรมว่าคนมาหัวหินทำอะไรแล้วเราจะเติมเต็มได้อย่างไร เรานำสองอย่างนี้มาบวกกัน ..สถาปัตยกรรมหน้าต่างประตูนี่ผมเข้าใจว่าพระราชนิเวศน์มฤคทายวันเป็นจุดเริ่มที่สถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากยุโรป (European Influence) เข้ามาที่หัวหิน เวลาเขาทำห้องแถวประตูหน้าต่างแทนที่จะเป็นลูกกรงเหล็กก็จะเป็นไม้เหมือนที่อยู่ที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เราก็เอาเรื่องนี้มา จะมีอารมณ์ (Mood) มีอะไรที่เหมาะกับที่เป็นหัวหิน อีกเรื่องหนึ่งคือธรรมชาติของหัวหิน พระจันทร์ ดาว มันมากับความโรแมนติก เพราะฉะนั้นการออกแบบจะนึกถึงมุมที่มีมุมโรแมนติกอยู่"
เลทส์ ซี เปิดบริการร้านอาหารมานานกว่า 10 ปี ขณะที่รีสอร์ทเปิดบริการมาประมาณ 5 ปี แต่เหตุผลในการตัดสินใจบูรณะของ คุณศรายุทธ ไม่ได้มาจากอายุของสถานที่
"ตอนที่เราบูรณะไม่เคยมีคนร้องเรียน (Complain) ว่าเก่า เพราะเราก็ดูแลตลอดเวลา มีงานของฝ่ายช่างเรียกว่า Perfect Room คอยตรวจสอบให้ห้องสมบูรณ์แบบอยู่เสมอ.. สถานที่ตั้งอย่างริมทะเลนี่ต้องบอกว่าร้านอาหารเราต้องทำอะไรบ่อยมากอยู่ตลอดเวลา โต๊ะอาหารเราก็ทำให้มันดูใหม่อยู่ตลอด แต่เราไม่เรียกมันว่ารีโนเวท" คุณศรายุทธ บอก
"เหตุผลหลักคือการที่มีคนมาสร้างอะไรรอบเราเยอะแยะไปหมด เราจะทำอย่างไรที่จะสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับลูกค้า.. จังหวะนี้คนอื่นทำเราเองก็หนวกหู ถ้าสมมติไม่ทำตอนนี้รอให้ครบ 7-8 ปี ให้โทรมจริงๆ ก่อนค่อยทำเราก็ต้องหนวกหูสองรอบ แล้วลูกค้าแทนที่จะได้เจออะไรที่ดีที่ใหม่อยู่ตลอดเวลาก็จะไปเจอวันที่มันไม่ดีก่อนแล้วค่อยพัฒนาใหม่ เราไม่ต้องรอให้มันไม่ดีถ้ามีจังหวะแล้วทำได้ก็ทำตามโอกาสครับ"
คำว่า 'Renovate' ครอบคลุมความหมายทั้งการบูรณะ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และทำขึ้นใหม่ คุณศรายุทธ พูดถึงการ 'Renovate' อย่างเหมาะสมในแต่ละส่วนให้ฟังว่า
"เมื่อก่อนนี้เราใช้บ่อน้ำเป็นที่กั้นระหว่างเรากับข้างนอก แต่ตอนนี้ข้างนอกก็ใกล้เข้ามามากเราก็เลยกั้นรั้วขึ้นมา เป็นรั้วที่ออกแบบให้เห็นข้างนอกวับๆ แวมๆ บ้าง พอกั้นรั้วเสร็จ เราก็ทำคล้ายๆ เป็นระเบียงยื่นออกไปจากล็อบบี้แล้วใส่เฟอร์นิเจอร์มีโซฟามีอะไรอยู่ข้างนอก..
สปาเดิมเราต้องการให้เวลาที่เปิดไฟกลางคืนมันสว่างขึ้นมาจากข้างใน.. มันคืออารมณ์ของสุ่มจับปลา เราอยู่ริมทะเลดีไซน์ก็จะเป็นพื้นฐานง่ายๆ นึกถึงอะไรที่เชื่อมโยง (Something Relate to) นึกถึงอุปกรณ์จับปลา พอมาอันนี้เราก็อยากให้มันเป็นแหเหมือนคนกำลังเหวี่ยงแหอยู่ แต่เนื่องจากวัสดุมันเลยคล้ายกระโจมไปนิดหนึ่ง กระโจมนี่ก็เหมือนแหเราทำส่วนนี้ใหม่เพราะเราต้องการทำห้องเก็บเสียง แต่ก็ยังให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้อยู่เยอะ"
งานบางส่วนคือการนำธรรมชาติเข้ามาเติมในพื้นที่ของสถาปัตยกรรม
"มันคือเรื่องของการผ่อนคลาย เมื่อก่อนเรามีสถาปัตยกรรมที่เป็นปูนเป็นคาแรกเตอร์แล้ว เราก็พยายามใส่คาแรกเตอร์ที่บวกสีเขียวเข้าไป อย่างทางเดินที่เป็นริ้ว (Stripe) มองไปมีต้นไม้ ทางเดินมาห้องพักก็มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น หรือเวลาเราเดินขึ้นเดินลงมันผ่อนคลายมากขึ้น ห้อง Moon Deck Sweet บนดาดฟ้าก็ทำรั้วใหม่เปลี่ยนเป็นรั้วที่ควบคุมสายตาได้มากขึ้น เพิ่มพื้นที่ของสนามหญ้าบนดาดฟ้าให้เต็ม แล้วก็ใส่ฝักบัวเข้าไปเผื่อมีบางคนที่จะอาบแดดก็จะอาบฝักบัวบนนั้นได้เลย เมื่อก่อนเราวางตุ่มไว้คนต่างชาติเขาใช้ตุ่มไม่เป็น (หัวเราะ) "
สิ่งสำคัญที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ไม่น้อยคือเรื่องของ แสง (Lighting) คุณศรายุทธ บอกว่า
"เราทำมาตั้งแต่สิบปีที่แล้ว.. คนชอบพูดว่าที่นี่กลางวันกับกลางคืนต่างกันมากอยู่แล้ว ซึ่งมันต่างมากเป็นเพราะไลท์ติ้ง ..ยุคนี้มีเรื่องหลอดแอลอีดี (LED) มีเทคโนโลยีใหม่ สีก็ช่วยเรื่องอารมณ์เยอะเราเลยทำให้กลางคืนของเราพิเศษขึ้น เราก็ไปกับยุคสมัยพอสมควรแต่ไปในสไตล์ที่เป็นอารมณ์ (Mood) ของเรา คือหลายๆ คนใช้แอลอีดี แอลอีดีเปลี่ยนสีได้ตลอดเวลา แต่ถ้าเราทำอย่างนั้นมันไม่ใช่นะ (หัวเราะ)
..ทำไลท์ติ้งตั้งแต่ทางเข้าใหม่ สระว่ายน้ำก็ทำไลท์ติ้งใหม่ ต้นไม้ที่กลางสระน้ำเราก็ทำไฟเบอร์ออฟติกที่ดูเหมือนหิ่งห้อยอยู่กลางสระของบ้านริมคลอง กลางคืนก็มีไลท์ติ้งในทางเดินเพิ่ม ทำไลท์ติ้งดีไซน์ในห้องพักใหม่ ..บนดาดฟ้าจะมีแสงไฟที่เราคิดถึงสกายไลท์ในห้องน้ำ กลางวันมันจะรับแสงธรรมชาติเข้าไปในห้องน้ำแต่พอกลางคืนเราเปลี่ยนใส่ไฟสีเข้าไป นอกจากอารมณ์ในห้องน้ำแล้วก็ยังเป็นแสงสีที่ขึ้นมาบนดาดฟ้าด้วย.. มันก็จะมีชีวิตชีวามากขึ้นเวลาขึ้นไปนอนอยู่บนดาดฟ้า"
สิ่งที่ควบคู่ไปกับงานออกแบบและการบูรณะของเลทส์ ซี คือความใส่ใจใน ระบบนิเวศ (Ecology)
"เรื่องระบบนิเวศเป็นสิ่งที่สำคัญขึ้นเรื่อยๆ พอมีโอกาสทำเราก็ไม่ลืมที่จะคิดเรื่องนี้เข้าไปด้วย.. แต่ละห้องข้างบนแค่ลงบันไดมาก็มีสวนหย่อมที่จะลงสระน้ำจะเป็นช่องว่างระหว่างตึก ซึ่งเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เราคิดมาตั้งแต่สมัยที่ทำโรงแรม คือเราไม่ให้แต่ละห้องใช้กำแพงร่วมกัน เพื่อจะได้มีเสียงรบกวนน้อยลง แล้วก็มีช่องว่าง ( Air Gap) เป็นกำแพงอิฐแล้วก็มีลม ทำให้ไม่ร้อน มีแสงสว่างจากประตูหน้าต่าง ข้างล่างจะมีประตูบานสูง ข้างบนก็จะเป็นมีหน้าต่างเยอะ เพื่อให้มีแสงธรรมชาติเข้ามา จะเป็นอารมณ์ของเวลามาเที่ยวทะเลไม่ใช่เป็นอารมณ์ที่เข้าไปอยู่ในตึกโรงแรมแล้วต้องเปิดไฟในห้อง"
การ Renovate ยังรวมถึงการทำในสิ่งที่อาจไม่เห็นด้วยสายตาแต่สัมผัสได้ด้วยความรู้สึก
"คุณอาจจะไม่รู้ว่าห้องอาหารเรายกพื้นขึ้นมา (หัวเราะ) แล้วเราก็ใส่ไม้ใส่อะไรเข้าไปเพิ่ม ซึ่งพวกอย่างนี้ไม่บอกไม่มีทางรู้.. ผนังตรงล็อบบี้ของเดิมเป็นปูนที่มีพื้นผิวหยาบก็เปลี่ยนเป็นกระเบื้องดินเผาสีเดียวกัน ทำให้อารมณ์มันละเมียดมากขึ้น โดยที่ไม่ได้สร้างความตื่นเต้น มหัศจรรย์ แปลกใหม่ แต่ว่าทำให้สุนทรีย์ ละเมียด และราบรื่นมากขึ้น เราทำเรื่องการไหลของน้ำในสระซึ่งพวกนี้จับต้องไม่ได้ มองไม่เห็น ในห้องพักก็ทำให้มีความรู้สึกสดใหม่เพิ่มขึ้น เพิ่มเฟอร์นิเจอร์บางชิ้น เปลี่ยนพวกผ้าบุ ผ้าม่าน ที่นอน หมอน" คุณศรายุทธ บอก
สิ่งสำคัญในการเปลี่ยนแปลงคือการทำสิ่งใหม่ที่ไม่ทำลายคุณค่าที่มีอยู่แต่เดิม
"บางคนถ้าเห็นว่าธุรกิจดีเขาอาจจะสร้างตึกเพิ่ม แต่ว่าเราเป็นห่วงว่าถ้าเราสร้างอะไรเพิ่มอย่างตรงล็อบบี้เราสร้างตึกสูงๆ อย่างที่คนอื่นเขาทำได้ แต่ถ้าเราทำแบบนั้นอารมณ์มันจะเปลี่ยนไป ..เราต้องเข้าใจว่ามีเรื่องอะไรที่เป็นหลักที่คนรู้สึกสบาย รู้สึกชอบ เพราะฉะนั้นเรื่องหลักเหล่านี้เราต้องไม่เปลี่ยน อันนี้ก็คืออารมณ์ (Mood) ก็จะมีจากรูปลักษณ์(Feature) รูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปจะสร้างอารมณ์ที่เปลี่ยนไป สมมติว่าบนโต๊ะอาหารถ้าเราเอาแผ่นรองจานออกก็จะดิบขึ้นนิดหน่อย เราอยากให้อารมณ์มันละเมียดขึ้นอีกหน่อยเราก็ใส่แผ่นรองจานไป ก็เป็นอันใหม่แต่ว่ามันจะสอดคล้อง.. "
ความเปลี่ยนแปลงอยู่คู่กับทุกสิ่ง บางครั้งความเปลี่ยนแปลงนำมาซึ่งสิ่งใหม่ๆ ซึ่งต้องแลกด้วยการสูญเสียคุณค่าที่มีอยู่แต่เดิม แต่การเปลี่ยนแปลงอย่างเหมาะสมจะทำให้คุณค่านั้นสดใสและชัดเจนในความรู้สึกไม่เปลี่ยนไป
หมายเหตุ : ชมภาพมากกว่านี้ได้ที่ fan page เซ็คชั่น กรุงเทพวันอาทิตย์ กรุงเทพธุรกิจ คลิก http://www.facebook.com/sundaybkk





