วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปั่นจักรยานฮันนีมูน

แคตและสตีฟ เทอร์เนอร์ คู่แต่งงานชาวอังกฤษไม่ชอบทำอะไรเหมือนใคร พวกเขาแต่งงานกันเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2554

และแทนที่จะเลือกไปฮันนีมูนที่สถานที่โรแมนติค สวยงาม และไม่มีผู้คนพลุกพล่าน เพื่อที่จะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันก่อนที่จะเริ่มชีวิตครอบครัวอย่างจริงจัง พวกเขากลับเลือกฮันนีมูนด้วยการขี่จักรยานแบบ 2 ตอน จากเมืองไครส์เชิชช์ ประเทศนิวซีแลนด์ ข้ามทวีปต่างๆ กลับมาที่กรุงลอนดอน ภายใน 18 เดือน นอกจากนี้ก็ตั้งใจจะทำลายสถิติโลกของการขี่จักรยาน 2 ตอนไกลที่สุดในโลก

ก่อนหน้านี้ เเคต วัย 31 ปี ขี่จักรยานไม่เป็น เธอเพิ่งมาเริ่มหัดขี่เมื่อตกลงใจเลือกฮันนีมูนด้วยวิธีนี้นี่เอง

สามีภรรยาคู่นี้ต้องละทิ้งเงินเดือนจากการเป็นครูและเจ้าหน้าที่ในสำนักงานผู้ตรวจงานรัฐสภา ทิ้งบ้านและสุนัขและไก่ไว้ที่บ้านในฟอร์เรสต์ ฮิลล์ไว้ให้เพื่อนช่วยดูแลเพื่อจะได้เดินทางท่องเที่ยวไปด้วยกัน

แคต เล่าว่า เธอเป็นคนลอนดอนและขี้อายมาก การผจญภัยที่เสี่ยงมากที่สุดของเธอคือการจ้องตาผู้โดยสารอื่นในรถไฟใต้ดิน หลังจากจบปริญญาตรีด้านมนุษยวิทยาและปริญญาโทด้านกฏหมายนานาชาติและกระบวนยุติธรรมทางอาญา และทำงานในหลายหน่วยงาน เธอรู้สึกอยากจะมีประสบการณ์ตรงเรื่องมนุษยวิทยาซึ่งเรียนรู้เรื่องวัฒนธรรมหลากหลายและมุมมองใหม่ๆ

“ฉันไม่ใช่นักผจญภัยที่กล้าหาญเลย ฉันขี่จักรยานไม่เป็น แต่อย่างไรฉันก็จะทำอย่างที่วางแผนไว้และหวังว่าจะกลับมาที่ลอนดอนด้วยความปลอดภัยและอาจจะผอมกว่าปัจจุบันนิดหน่อยก็ได้ใครจะรู้”

ส่วนสตีฟเป็นครูโรงเรียนประถมเซาธ์พาร์คในอิลฟอร์ด เขาเป็นนักฝันและมีความมุ่งมั่นไม่เคยยอมแพ้

หลังจากสอนหนังสือเด็กๆ มากว่า 5 ปี ตลอดระยะเวลาที่ทำงาน ความคิดที่จะออกผจญภัยในต่างแดนและท่องโลกในโลกนี้อยู่ในหัวเขามาโดยตลอด เขาเคยปั่นจักรยานในช่วงอายุประมาณ 20 ปีกับเพื่อนๆ หลายคน แต่ครั้งนี้ก็จะมีแค่ 2 คน คือเขาและแคตเท่านั้น การผจญภัยข้ามทวีปครั้งนี้เป็นไอเดียของเขา เขาว่าจะโทษเขาก็ได้ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น

“ผมไม่นึกว่าแคตจะตกลงกับแผนนี้ แต่หนทางมีเสน่ห์และเรามีชีวิตแค่ชีวิตเดียวเท่านั้น”

พวกเขาบินจากลอนดอนมาที่เมืองไครส์เชิชช์ นิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2555 และออกเดินทางเมื่อเดือนพฤษภาคม แผนที่วางไว้คือเดินทางผ่านมากกว่า 30 ประเทศ รวมแล้วกว่า 30,000 กิโลเมตร จากนิวซีแลนด์ พวกเขาปั่นจักรยานต่อมาที่ออสเตรเลียที่ซึ่งพวกเขาเดินทางฝ่าหิมะ อากาศหนาว พายุและลมแรง ในขณะที่บางแห่งอุณหภูมิก็เปลี่ยนเป็นร้อนระอุตลอดระยะทางกว่า 9,000 กิโลเมตร จนมาถึงเมืองดาร์วิน ทางตอนเหนือของออสเตรเลีย

แคต เล่าว่า สี่เดือนแรกของการเดินทางนั้นแสนสาหัสมาก เพราะต้องขี่จักรยานผ่านฝนและพายุครั้งแล้วครั้งเล่า

“พวกเราตัวเปียกอยู่ตลอดเวลาจนมีความรู้สึกว่า จะไม่มีวันแห้ง ตอนนั้นฉันอยากจะยกเลิกการเดินทางเพื่อจะได้กลับบ้านไปนั่งจิบเบียร์เย็นๆ คุยกันเรื่องสนุกๆ ตลกๆ หน้าเตาผิงกับเพื่อนๆ และครอบครัวที่เมืองพลีมัธในอังกฤษ”

สตีฟ เล่าว่า ในช่วงเดือนแรกๆ ของการเดินทางยากลำบากมาก ทั้งคู่ปั่นและปั่นจักรยานจนแทบไม่มีแรงเหลือ ซึ่งนั่นไม่ใช่หนทางที่ถูกในการฮันนีมูนเลย

ก่อนออกเดินทาง ทั้งคู่ได้รับการฝึกฝนเรื่องการเอาชีวิตรอด ตอนแรกพวกเขาไม่แน่ใจเลยว่าจะสามารถทำได้อย่างที่วางแผนไว้ แต่ช่วงเวลาที่ยากลำบากก็ได้ผ่านไปแล้ว

“พวกเราสามารถผ่านหนทางทุรกันดารและอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปรอยู่ตลอดเวลาที่ออสเตรเลียมาได้ ตอนนี้เรามีความมั่นใจมากขึ้น” สตีฟ กล่าว

พวกเขายังเดินทางต่อไป ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่มาเลเซียและจะเดินทางต่อไปอินโดนีเซีย ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีน หลังจากนั้นทั้งสองจะไปปากีสถาน อิหร่าน อาร์เซอร์ไบจัน อาร์เมเนีย จอร์เจีย ตุรกี และต่อไปยังยุโรป แผนที่วางไว้คือทั้งสองจะกลับไปลอนดอนราวต้นปี 2557

นอกจากนี้ พวกเขายังใช้ทริปนี้เพื่อระดมหาเงินให้องค์กรการกุศล Practical Action ซึ่งใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาให้คนยาจนในประเทศกำลังพัฒนา

ส่วนเรื่องทำลายสถิติการขี่จักรยาน 2 ตอนทางไกลที่สุดในโลก ฟิลและหลุยส์ แชมบรูค ทำไว้เมื่อ 15 ปีก่อน สตีฟ ว่า ถ้าทำได้ก็จะเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่และเป็นส่วนเสริมพิเศษที่ทำให้รู้สึกดี แต่ก็ไม่ควรเป็นส่วนสำคัญของทริปนี้ ที่สำคัญกว่าคือเราสามารถจัดการกับสิ่งที่ท้าทายและการผจญภัยในทริปนี้ได้ต่างหาก

เราเห็นผู้คนที่ต้องต่อสู้กับความยากจนและกระเสือกกระสนที่จะมีชีวิตอยู่ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เรามุ่งมั่นที่จะรณรงค์หาเงินให้พวกเขา

................................
ที่มา : เดอะการ์เดี้ยน เดลี่เมลล์