วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เชียงราย...สายดอกเสี้ยว

เมื่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวใดสักแห่ง ท่านผู้อ่านเคยตั้งคำถามไหมครับว่า ในอนาคตข้างหน้าอีกนับสิบๆ ปี ที่ที่เราไปนั้นจะมีภาพลักษณ์เป็นอย่างไร

ผมโชคดีที่เป็นคนเดินทางตั้งแต่รุ่นกระทง เลยทันได้เห็นและมีรูปดั้งเดิมของสถานที่หลายๆ แห่งไว้ให้ดู ช่วงนี้ผมมานั่งเคลียร์ภาพสไลด์ที่กองเป็นตู้ๆ เอามาสแกนลงเครื่อง จึงมาเห็นภาพเก่าๆ เหล่านั้นเยอะมาก หนึ่งในนั้นที่ผมอยากเอามาเล่าคือ เส้นทางดอกเสี้ยว ภูชี้ฟ้า-ผาตั้ง ใครจะนึกละครับว่า ภูชี้ฟ้า-ผาตั้งในวันนั้น จะมีสภาพอย่างในวันนี้

ผมได้ไปเห็นสองที่นี้ครั้งแรกนานมาก แต่เดิมต้องแยกก่อนว่าจะไปภูชี้ฟ้าหรือจะไปผาตั้ง เพราะถนนมันไม่เชื่อมต่อกันเหมือนเดี๋ยวนี้ ถ้าจะไปผาตั้ง ก็ต้องมาขึ้นทางเวียงแก่น พอทำท่าจะขึ้นเขาก็จะมีด่านตรวจของทหาร นักท่องเที่ยวต้องไปลงชื่อ และทิ้งบัตรประชาชนไว้รถก็จะไต่เขาขึ้นไปจนถึงบ้านผาตั้ง ซึ่งก็จะมีหน่วยทหารอีก แล้วก็จะมีชุมชนที่กลิ่นอายเป็นจีนทั้งหมด เพราะที่นี่เป็นที่ตั้งของพลพรรคกองพล 93 ที่รบแพ้จีนคอมมิวนิสต์แล้วถอยร่นมาเรื่อยจนมาตั้งหลักที่นี่(บางส่วน) ทหารกองพล 93 นี่แหละที่ไปช่วยทหารไทยรบกับ ผกค.ที่เขาค้อบ้าง ภูหินร่องกล้าบ้าง ทางการไทยจึงให้ที่พักพิงตรงนี้ ทหารเราก็มีไว้คอยควบคุมคนเหล่านี้นั้นแหละ

ที่พักบนนั้นไม่มีหรอกครับ กางเต็นท์นอนแถวลานหน้าหน่วยทหารนั้นแหละ พอเช้ามืดจึงเดินจากหน้าโรงเรียนไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกันที่ผาตั้ง ใครไปเห็นตอนนี้จะบอกว่าไกล ไกลก็ต้องเดิน ก็ทหารเขาไม่ให้เอารถเข้าไป เพราะตลอดแนวบนภูเขาที่เราเดินดูทะเลหมอกจะมีหลุมบังเกอร์ สนามเพลาะ ให้เห็นตลอดทาง ส่วนวิวทิวทัศน์นั่นสวยอยู่แล้ว ทะเลหมอกเต็มแอ่งดอยทางเขตลาว ช่องผาบ่องซึ่งเป็นช่องทางที่สามารถเดินลงไปในลาวนั้น ถูกปิดโดยลวดหนาม ใกล้ๆ มีบังเกอร์ทหารเราเฝ้าอยู่ ก็ได้แต่ถ่ายรูปมาจากไกลๆ สายๆ จึงเดินกลับมาที่หมู่บ้านอีกที ขากลับนี่แหละไม่สนุก ร้อนแดด...!

พอจะไปภูชี้ฟ้าก็ต้องลงจากผาตั้ง(ไม่ลืมเอาบัตรประชาชนคืน) แล้วเข้า อ.เทิง เข้ากิ่ง อำเภอภูซาง ทางลูกรังจะเริ่มจากบ้านฮวกจนถึงภูชี้ฟ้า แล่นเลียบชายแดนจะเจอฐานทหารของเรา และหมู่บ้านชาวเขาเป็นระยะๆ วิวข้างทางสวยมาก และถ้าไม่กลัวฝุ่นที่เกาะตัวจนหนาเตอะนั้นปลิวฟุ้ง จะขยับลุกไปถ่ายรูปไร่ฝิ่นที่ออกดอกริมทาง หรือจะเก็บผลที่เขากรีดไปแล้วเอากลับมาบ้านก็ไม่เป็นไร (ครั้งนั้นไร่ฝิ่นยังพอมีให้เห็นบ้าง) กว่าจะไปถึงภูชี้ฟ้าที่มีหมู่บ้านป้องกันชายแดน เราก็กลายเป็นมนุษย์ฝุ่นไปแล้ว

หมู่บ้านป้องกันชายแดนนี้ชื่อบ้านร่มฟ้าไทย เป็นบ้านที่ทางทหารมาจัดสรรปลูกบ้านหลังเล็กๆ ให้ แต่ไม่รู้ว่าให้ที่ทำกินบ้างหรือเปล่า โดยเอาผู้ที่สมัครใจมาอยู่ แต่ก่อนไม่มีใครมาครับ หาคนมาอยู่ยาก เขาเลยเอาทหารปลดประจำการมาอยู่ คนอยู่กันไม่ครบทุกหลัง แต่มีเจ้าของหมด หนึ่งในนั้นคือ ลักษณ์ ภาระจำ (ลักษณ์บริการ ในปัจจุบัน) อาชีพของเจ้าของบ้านที่พอมีคือ เวลามีนักท่องเที่ยวมาก็ยกบ้านให้นักท่องเที่ยวพัก แล้วเจ้าของบ้านจะไปนอนที่ไหนก็ตามใจ เช้ามืดตีสี่ เขาจะมาเรียกเพื่อให้เราเดินขึ้นดอยไปบนยอดภูชี้ฟ้า (ตอนนั้นป้ายเขาเขียนว่า ภูจี้ฟ้า) ถือไฟฉายเดินกันไป โดยมีทหารถืออาวุธ เดินไปด้วย ถึงยอดก็ทันดูทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้นสบายๆ สวยงามสมใจ

ผมยังแนะนำลักษณ์ว่าหลังบ้านที่มันโล่งๆ เป็นกรวดเป็นหิน เก็บหินแล้วเอาดอกไม้พื้นเมืองมาปลูกให้มันดูโดดเด่นกว่าหลังอื่น แล้วหัดทำอาหาร ไม่ต้องดีเลิศ เพราะแต่ก่อนร้านอาหารไม่มี นักท่องเที่ยวต้องมาทำอาหารเอง นั่งรถลุยฝุ่นมาไกลแล้วยังต้องมาทำอาหารอีก คณะไหนขี้เกียจก็ซื้อสำเร็จมาจากภูซางเลย ทำอาหารง่ายๆ ให้เขา แค่นี้เราก็จะโดดเด่นกว่าคนอื่น นักท่องเที่ยวก็จะอยากมาพักกับเรามากกว่าหลังอื่น

ตอนนั้นลักษณ์เพิ่งจะยี่สิบเศษๆ เพิ่งปลดทหาร คงงงๆ ว่าจะทำไงดี เพราะที่ดินดูแล้วแล้งมาก ปลูกอะไรก็คงยาก ไหนๆ คนก็มาเที่ยวแล้ว หากินกับการท่องเที่ยวนี่แหละอยู่ได้ เห็นว่าเดี๋ยวนี้ทำร้านขายอาหารเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว บ้านพักก็ทำเหมือนรีสอร์ทดอกไม้เต็ม ใครไปพักก็ชอบใจเพราะหลังบ้านชมพระอาทิตย์ตก กลางดงดอกไม้ จากคนไม่มีทุน มีแต่ตัวพกหัวใจมา ไม่ท้อ ขยัน มันก็ไปได้ (เดี๋ยวนี้มีที่พักหลายรายให้บริการแทบตลอดเส้นทาง)

แล้วผมก็เวียนไปเวียนมาบ่อยตามภาระหน้าที่การงาน จนเขาตัดทางเชื่อมกันระหว่างภูชี้ฟ้าและผาตั้ง ต่อมาถนนจากบ้านฮวกลาดยางจนถึงภูชี้ฟ้าที่นี้แหละสวรรค์เลยแหละ เพราะนอกจากความสวยของภูชี้ฟ้า ผาตั้ง จะสวยอยู่แล้ว พอเข้าช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ต้นเสี้ยว ที่เป็นไม้เด่นของภูเขาย่านนี้ จะออกดอก ขาวโพลนไปทุกต้น พอมาประกอบกับทิวทัศน์ภูเขาน้อยใหญ่ที่มองจากบนถนนได้แล้ว สีขาวสะอาดของดอกเสี้ยวจะโดดเด่นมากในฟ้าสีฟ้าของเดือนกุมภาพันธ์ แล้วถนนเส้นนี้ถ่ายรูปพระอาทิตย์ตก สวยทุกจุด ยิ่งเดี๋ยวนี้เขาปลูกดอกฝ้ายคำสีเหลืองๆ ตามข้างทาง งิ้วป่าสีส้มๆ ก็จะออกดอกช่วงนั้นพอดี

ผมว่าทางจังหวัด หรือ ททท.เชียงรายน่านำเสนอผู้ว่าฯ หรือ อบจ.ดู ทำเป็นภารกิจจังหวัดไปเลย เพราะไหนๆ เราจะเอางานไม้ดอกเป็นจุดขายจังหวัดอยู่แล้ว ปลูกต้นเสี้ยวนี่แหละเสริมไปเลย ตามสองฝั่งทาง ถ้ากลัวว่าระยะทางจะไกลไป จะไปโหมแถวๆ ใกล้ๆ ภูชี้ฟ้าก็ได้ ทุกวันนี้มันเป็นต้นเสี้ยวธรรมชาติ แต่ถ้าไม่ปลูกเสริม รอแต่เสี้ยวเดิมๆ ที่ถูกไฟเผามั่ง มีคนตัดต้นมั่ง โค่นเอาที่ปลูกพืชอื่นมั่ง ต่อไปมันจะหาย แต่ถ้าส่งเสริมจริงจังตั้งแต่ตอนนี้ ผมว่าอีกไม่ถึง 10 ปี เราจะได้ชื่นชมความงามของทางสายดอกเสี้ยวขนานแท้ สู้ซากุระได้สบายๆ แล้วช่วงเวลาท่องเที่ยวภูชี้ฟ้า-ผาตั้งจะยืดตั้งแต่ พฤศจิกายนไปจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์เลย ควรทำอย่างมากครับ ผมดูๆ แล้วเส้นทางดอกเสี้ยวนี้ขายได้สบาย ส่วนใครนึกไม่ออกว่าจะสวยยังไง ช่วงวันที่ 13-15 ก.พ.2556 นี้เขามี งานดอกเสี้ยวบานที่บ้านร่มฟ้าไทย ลองไปดูกันได้

ส่วนเรื่องทำถนนสายดอกเสี้ยวนั้นผมแนะนำจริง แต่จะรอดูว่ามีผู้ว่าฯท่านไหนจะทำให้เป็นผลงานก่อนเกษียณบ้าง อย่าเอาอย่างบางจังหวัดที่จะเกษียณแล้วเบิกงบฉุกเฉินจนเกลี้ยง จะติดคุกเอาตอนแก่นะทำเป็นเล่นไป

ยังไงๆ ความดีก็เป็นของจริง ความชั่วที่เห็นอยู่ มาเดี๋ยวก็ไป ปลูกต้นเสี้ยวทำทางสายดอกเสี้ยวฝากชื่อ ฝากผลงานไว้บนแผ่นดินเถอะครับ ผมชูสองมือเชียร์สุดใจ ไหนๆ ปีนี้พญาเสือโคร่งทำพิษ ก็ชดเชยด้วยดอกเสี้ยวที่ภูชี้ฟ้านี่ก็แล้วกัน...

--------------
สอบถามรายละเอียด ททท.เชียงราย โทร.053-717-433