งานวิจัยจากเนเธอร์แลนด์พบว่า การกินถั่วลิสงอบไม่ใส่เกลือเป็นประจำ อาจช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดในสมองและทำให้ผลการทดสอบความจำในผู้สูงอายุดีขึ้น
KEY POINTS
- งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมาสทริชต์พบว่า การกินถั่วลิสงอบไม่ใส่เกลือเป็นประจำ ช่วยให้สมองส่วนที่เกี่ยวกับความจำตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
- การกินถั่วลิสงต่อเนื่องเป็นเวลา 16 สัปดาห์ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดในสมอง และทำให้ผลการทดสอบความจำด้านคำพูดดีขึ้น
- ประโยชน์ต่อสมองมาจากสารอาหารหลายชนิดในถั่วลิสงที่ทำงานร่วมกัน เช่น ไขมันไม่อิ่มตัว ใยอาหาร และแอล-อาร์จินีน ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพหลอดเลือดและการไหลเวียนเลือด
ถ้าพูดถึงอาหารบำรุงสมอง หลายคนอาจนึกถึงปลา บลูเบอร์รี หรือวอลนัต ที่ขึ้นชื่อว่ามีสารอาหารดีต่อสมอง แต่รู้หรือไม่ว่า “ถั่วลิสง” ของกินเล่นใกล้ตัวที่หาซื้อได้ง่ายและราคาไม่แพง ก็อาจมีประโยชน์ต่อความจำและสุขภาพสมองมากกว่าที่คิด
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมาสทริชต์ (Maastricht University) ประเทศเนเธอร์แลนด์ พบว่า การกินถั่วลิสงอบแบบไม่ใส่เกลือเป็นประจำ อาจช่วยให้สมองบางบริเวณตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลินได้ดีขึ้น ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของเซลล์ประสาทและความจำ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
ขณะที่งานวิจัยก่อนหน้าของทีมเดียวกันยังพบว่า การกินถั่วลิสงต่อเนื่องเป็นเวลา 16 สัปดาห์ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดในสมอง และทำให้ผลการทดสอบความจำดีขึ้นอีกด้วย
ผลการศึกษาเหล่านี้ชวนให้เห็นว่า การดูแลสุขภาพสมองเมื่ออายุมากขึ้น อาจเริ่มต้นได้จากเรื่องง่าย ๆ อย่างการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
กรุงเทพธุรกิจ ชวนผู้อ่านสำรวจว่า ถั่วลิสงมีสารอาหารอะไรที่อาจช่วยบำรุงสมอง และควรกินมากแค่ไหนจึงจะเหมาะสมกับสุขภาพ
อินซูลินไม่ได้ดูแลแค่น้ำตาลในเลือด แต่ยังสำคัญต่อสมอง
เมื่อพูดถึงฮอร์โมนอินซูลิน หลายคนมักนึกถึงโรคเบาหวานหรือการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด แต่จริง ๆ แล้ว อินซูลินยังมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพสมองด้วย
เพราะนอกจากจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดแล้ว อินซูลินยังมีส่วนช่วยให้เซลล์ประสาทเจริญเติบโต อยู่รอด และสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ การคิด และความจำ
อย่างไรก็ตาม เมื่ออายุมากขึ้น สมองอาจตอบสนองต่ออินซูลินได้น้อยลง ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการเสื่อมถอยของความสามารถด้านการคิดและความจำตามวัย รวมถึงกระบวนการบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's Disease)
ดร.ปีเตอร์ โยริส (Dr. Peter Joris) รองศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์โภชนาการและการเคลื่อนไหว จากมหาวิทยาลัยมาสทริชต์ และผู้วิจัยอาวุโสของการศึกษานี้ อธิบายว่า อินซูลินมีบทบาทสำคัญต่อความจำและการทำงานของสมอง แต่เมื่ออายุมากขึ้น การตอบสนองต่อฮอร์โมนชนิดนี้อาจลดลงได้
ทีมวิจัยจึงสนใจศึกษาว่า การกินถั่วลิสงเป็นประจำจะส่งผลต่อการตอบสนองต่ออินซูลินในสมองหรือไม่ และพบผลลัพธ์ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในบริเวณที่เกี่ยวข้องกับความจำ
กินถั่วลิสงวันละ 60 กรัม นาน 16 สัปดาห์ สมองเปลี่ยนแปลงอย่างไร?
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Food & Function ศึกษาผู้ใหญ่สุขภาพดีจำนวน 31 คน อายุระหว่าง 60 - 75 ปี โดยให้กินถั่วลิสงอบแบบไม่ใส่เกลือและยังคงเปลือกบางสีน้ำตาลไว้ วันละ 60 กรัม ติดต่อกันเป็นเวลา 16 สัปดาห์
การศึกษานี้ใช้รูปแบบการทดลองแบบสุ่มและสลับเงื่อนไข (Randomized Controlled Crossover Trial) โดยผู้เข้าร่วมทุกคนจะได้ทดลองทั้งช่วงที่กินถั่วลิสงเป็นประจำ และช่วงที่งดกินถั่วลิสง เพื่อเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกายและสมอง
ระหว่างการทดลอง ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกกินถั่วลิสงในช่วงเช้าหรือบ่าย จะกินเป็นของว่าง แบ่งกินระหว่างวัน หรือกินร่วมกับมื้ออาหารก็ได้
หลังสิ้นสุดการทดลอง นักวิจัยพบว่า การกินถั่วลิสงเป็นประจำช่วยให้สมองบางบริเวณที่เกี่ยวข้องกับความจำตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น โดยเฉพาะสมองซีกขวาในบริเวณต่าง ๆ เช่น
- ฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเรียนรู้และสร้างความทรงจำใหม่
- พาราฮิปโปแคมปัลไจรัส (Parahippocampal Gyrus) ซึ่งช่วยในการประมวลผลและจดจำข้อมูล
- ลิงกวลไจรัส (Lingual Gyrus) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการประมวลผลภาพและความจำด้านการมองเห็น
- โพสทีเรียร์ซิงกูเลตไจรัส (Posterior Cingulate Gyrus) ซึ่งเกี่ยวข้องกับความจำและการทำงานของเครือข่ายสมอง
นักวิจัยตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ด้วยเทคนิคการถ่ายภาพสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบพิเศษ (Arterial Spin Labeling MRI หรือ ASL-MRI) โดยวัดการเปลี่ยนแปลงของการไหลเวียนเลือดในสมองหลังจากให้ฮอร์โมนอินซูลินผ่านทางจมูก
ผลที่ได้แสดงให้เห็นว่า การกินถั่วลิสงอาจมีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานของสมองในระดับที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อฮอร์โมน ไม่ใช่เพียงแค่การให้พลังงานหรือสารอาหารแก่ร่างกายเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษานี้ยังไม่ได้หมายความว่า การกินถั่วลิสงจะช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ได้โดยตรง
กินถั่วลิสงช่วยเพิ่มเลือดไปเลี้ยงสมอง 3.6%
ก่อนหน้านี้ทีมวิจัยของ ดร.โยริส ยังได้ศึกษาประโยชน์ของถั่วลิสงต่อการไหลเวียนเลือดและความจำ โดยเผยแพร่ผลการศึกษาในวารสาร Clinical Nutrition เมื่อปี 2025
หลังจากให้ผู้เข้าร่วมกินถั่วลิสงต่อเนื่องเป็นเวลา 16 สัปดาห์ นักวิจัยพบว่า
- การไหลเวียนเลือดในสมองโดยรวมเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3.6%
- ผลการทดสอบความจำด้านคำพูดดีขึ้น 5.8%
การไหลเวียนเลือดในสมอง (Cerebral Blood Flow) มีความสำคัญอย่างมาก เพราะเลือดทำหน้าที่นำออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์สมอง เพื่อให้สมองสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนความจำด้านคำพูด (Verbal Memory) เป็นความสามารถในการจดจำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภาษา เช่น การจำคำศัพท์ รายการสิ่งของ หรือเรื่องราวที่ได้ฟังและอ่าน ซึ่งเป็นทักษะที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการจดจำบทสนทนา ข้อมูลจากการประชุม หรือสิ่งที่เพิ่งอ่านผ่านไป
การที่ผลการทดสอบความจำดีขึ้นพร้อมกับการไหลเวียนเลือดในสมองที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นข้อมูลที่น่าสนใจว่า ถั่วลิสงอาจมีส่วนช่วยสนับสนุนสุขภาพหลอดเลือดและการทำงานของสมองเมื่ออายุมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้มีกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก และยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการกินถั่วลิสงจะทำให้ทุกคนมีความจำดีขึ้นในระดับเดียวกัน
ถั่วลิสงมีอะไรดี ทำไมถึงอาจช่วยบำรุงสมอง?
แม้จะเป็นอาหารที่ดูธรรมดา แต่ถั่วลิสงมีสารอาหารหลายชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งโปรตีนจากพืช ไขมันดี ใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ
ดร.โยริส อธิบายว่า ประโยชน์ต่อสมองที่พบในการศึกษานี้อาจไม่ได้มาจากสารอาหารเพียงชนิดเดียว แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันของสารอาหารหลายชนิดในถั่วลิสง ได้แก่
- ไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fats) เป็นไขมันที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะเมื่อกินทดแทนอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ซึ่งสุขภาพหลอดเลือดที่ดีก็มีความสำคัญต่อการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมอง
- ใยอาหาร (Dietary Fiber) ช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบทางเดินอาหาร และมีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและไขมันในเลือด
- วิตามิน แร่ธาตุ และสารพฤกษเคมี (Phytochemicals) เป็นสารอาหารและสารประกอบจากพืชที่มีบทบาทต่อการทำงานของร่างกาย โดยสารบางชนิดมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจมีส่วนช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหาย
นอกจากนี้ ถั่วลิสงยังมีกรดอะมิโนแอล-อาร์จินีน (L-Arginine) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสร้างไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) สารที่ช่วยให้หลอดเลือดคลายตัวและมีส่วนในการควบคุมการไหลเวียนเลือด
ไนตริกออกไซด์ยังเกี่ยวข้องกับกระบวนการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาท และมีงานวิจัยที่ศึกษาบทบาทของสารชนิดนี้ต่อการเรียนรู้และความจำ
นักวิจัยจึงมองว่า สารอาหารหลายชนิดในถั่วลิสงอาจทำงานร่วมกันและมีส่วนช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น แต่ยังต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจกลไกเหล่านี้ให้ชัดเจน
อยากกินถั่วลิสงให้ดีต่อสุขภาพ ควรเลือกแบบไหน?
สำหรับคนที่ชอบกินถั่วลิสงอยู่แล้ว ก็สามารถเลือกกินเป็นของว่างเพื่อเพิ่มสารอาหารที่มีประโยชน์ให้กับร่างกายได้ แต่ควรเลือกชนิดที่เหมาะสม เพราะถั่วลิสงที่ใช้ในงานวิจัยนี้เป็นถั่วลิสงอบแบบไม่ใส่เกลือ โดยยังคงเยื่อหุ้มเมล็ดสีน้ำตาลไว้ ไม่ใช่ถั่วลิสงทอดหรือถั่วลิสงเคลือบน้ำตาล
แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือปริมาณ เพราะแม้ถั่วลิสงจะมีไขมันดีและโปรตีน แต่ก็เป็นอาหารที่ให้พลังงานค่อนข้างสูง โดยถั่วลิสง 60 กรัมตามปริมาณที่ใช้ในการศึกษา ให้พลังงานประมาณ 340 - 360 กิโลแคลอรี
สำหรับคนทั่วไป การกินประมาณ 1 กำมือเล็ก หรือ 25 - 30 กรัม อาจเป็นปริมาณที่เหมาะสำหรับเป็นของว่างในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ควรพิจารณาร่วมกับพลังงานที่ได้รับจากอาหารมื้ออื่น ๆ ด้วย
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการกินในปริมาณ 25 - 30 กรัมจะให้ผลต่อสมองเหมือนกับการกินวันละ 60 กรัมตามการทดลอง และผู้ที่แพ้ถั่วลิสงควรหลีกเลี่ยงอาหารชนิดนี้
ดูแลสมอง เริ่มได้จากอาหารในชีวิตประจำวัน
แม้งานวิจัยจะพบว่า การกินถั่วลิสงเป็นประจำอาจส่งผลดีต่อการทำงานของสมอง การไหลเวียนเลือด และความจำ แต่การศึกษานี้มีผู้เข้าร่วมเพียง 31 คน และใช้ระยะเวลาค่อนข้างสั้น จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าถั่วลิสงช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์หรือภาวะสมองเสื่อมในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษานี้สะท้อนให้เห็นว่า อาหารที่เรากินในชีวิตประจำวันอาจมีส่วนสำคัญต่อสุขภาพสมอง การเลือกกินอาหารที่หลากหลายและมีประโยชน์ ควบคู่กับการออกกำลังกายและนอนหลับให้เพียงพอ จึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลสมองให้แข็งแรงเมื่ออายุมากขึ้น โดยมีถั่วลิสงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกง่าย ๆ ที่สามารถเพิ่มเข้าไปในมื้ออาหารได้
อ้างอิง sciencedaily , pubs





