กระแสเดือดในโซเชียล เมื่อ Gen Z อยากให้ Gen X Millennials เกษียณออกไป จะได้เปิดทางให้คนรุ่นใหม่มีงานทำ ขณะที่รุ่นพี่ก็ไม่พร้อมออกจากงาน ยังไม่มีเงินพอใช้หลังเกษียณ
KEY POINTS
- คนรุ่นใหม่ Gen Z รู้สึกว่า คนรุ่นก่อน (Gen X และ Gen Y) ไม่ยอมเกษียณ เป็นอุปสรรคขัดขวางโอกาสในการได้งานทำ และความก้าวหน้าในอาชีพ
- คนรุ่น Gen X และ Gen Y โต้แย้งว่า ยังไม่สามารถเกษียณได้ เนื่องจากมีภาระทางการเงินสูง ทั้งการดูแลพ่อแม่และลูก และมีเงินออมไม่เพียงพอสำหรับใช้ชีวิตหลังเกษียณ
- ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่คนรุ่นเก่าไม่ยอมออกจากงาน แต่เป็นเพราะตำแหน่งงานระดับเริ่มต้น (Entry-level) ในตลาดมีน้อยลง เนื่องจากบริษัทต้องการจ้างคนมีประสบการณ์มากกว่า
เกิดกระแสถกเถียงดุเดือดในแวดวงคนทำงานบนโลกโซเชียล เมื่อคน Gen Z บางส่วนตั้งคำถามว่า ถ้าคนรุ่น Millennials (Gen Y) และคนรุ่น Gen X ยังไม่ยอมเกษียณออกไป แล้วคนรุ่นใหม่จะมีโอกาสได้งานดีๆ ตำแหน่งงานขยับขึ้น มีเงินเดือนสูง และเติบโตในสายอาชีพได้อย่างไร
บางคนก็โพสต์ข้อความตัดพ้อว่า มีเด็กจบใหม่อีกหลายคนกำลังจะก้าวเข้าสู่ตลาดงาน แต่ยังหาที่ฝึกงานหรือสมัครงานระดับเริ่มต้นที่ตรงกับสาขาที่เรียนมาแทบไม่ได้ พวกเขามองว่า สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่คนรุ่นก่อนๆ ไม่ยอมเกษียณอายุงานเช่นกัน
ปฏิเสธไม่ได้ว่า Gen Z กำลังเจอตลาดงานที่หางานแรกได้ยากขึ้นอย่างแท้จริง แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายกลับเห็นต่างออกไป เพราะการบอกว่า “คนรุ่นเก่าไม่ยอมเกษียณ จึงแย่งงานคนรุ่นใหม่” อาจเป็นการมองปัญหาผิดจุด เพราะตำแหน่งงานที่คนรุ่นใหม่กำลังรออยู่ ไม่ได้มีการเปิดรับสมัครมาตั้งแต่แรก
Gen Z อยากให้คนรุ่นเก่าออก เพื่อเปิดทางให้คนรุ่นใหม่
ต้นทางของกระแสนี้มาจากครีเอเตอร์ Gen Z บางส่วนบน TikTok ที่ตั้งคำถามว่า หากคนรุ่นก่อนยังอยู่ในตำแหน่งเดิม คนรุ่นใหม่จะมีโอกาสก้าวเข้ามาทำงานในองค์กรต่างๆ ได้อย่างไร
หนึ่งในโพสต์ที่ถูกพูดถึงอย่างมาก ก็คือโพสต์ที่ถามว่า “คนรุ่นใหม่จะไต่เต้าขึ้นไปในองค์กรได้อย่างไร หากคนที่อยู่ข้างบน ไม่ยอมเกษียณ” ขณะที่อีกคนเล่าว่า ตนเองใกล้เรียนจบแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้ฝึกงานหรือหางานระดับเริ่มต้นที่ตรงกับวุฒิการศึกษาเลยด้วยซ้ำ
แต่สิ่งที่ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นไวรัลกลับไม่ใช่เพราะมีคน Gen Z จำนวนมหาศาลออกมาเรียกร้องเรื่องเดียวกัน แต่เป็นเพราะคนรุ่น Gen Y และ Gen X เข้ามาตอบโต้และอธิบายว่า พวกเขาเองก็ไม่ได้อยากทำงานต่อไปตลอดชีวิต แต่ยังออกจากงานไม่ได้ เพราะไม่มีเงินเพียงพอที่จะใช้ชีวิตหลังเกษียณได้
ครีเอเตอร์วัย 44 ปีรายหนึ่ง บอกว่าตัวเองเป็นหนึ่งในวัยทำงานรุ่น Millennials ถึงกับออกมาแสดงความเห็นในเชิงติดตลกว่า ถ้าเธอมีเงินเก็บมากพอ เธอก็พร้อมเกษียณอายุงานตั้งแต่พรุ่งนี้ได้เลย
ขณะที่ ผู้ใช้บัญชีชื่อ GenXJono ชี้ให้เห็นอีกประเด็นว่า ยังมีคนรุ่น Gen X จำนวนมากที่ยังต้องทำงานต่อไป เพราะมีภาระค่าใช้จ่ายทั้งค่าเช่าหรือค่าผ่อนบ้าน ค่าใช้จ่ายของลูก และค่าใช้จ่ายในการดูแลพ่อแม่สูงวัยที่ยังต้องรับผิดชอบ
ไม่รู้จริงๆ หรือแค่อคติ? Gen Y ยังไม่ถึงวัยเกษียณด้วยซ้ำ
ก่อนจะบอกว่า Millennials (Gen Y) ควรเกษียณออกไป เพื่อหลีกทางให้ Gen Z อย่าลืมว่า คนรุ่นนี้ยังไม่ถึงวัยเกษียณ! โดยในปี 2026 คนรุ่น Millennials มีอายุประมาณ 30-45 ปีเท่านั้น ซึ่งยังห่างไกลจากวัยเกษียณ (อายุ 60 ปี) ตามปกติ
อีกทั้ง คนรุ่น Gen Y เองก็เคยเจอปัญหาแบบเดียวกับ Gen Z มาแล้วในช่วงเริ่มต้นชีวิตการทำงาน เพราะพวกเขาเข้าสู่ตลาดแรงงานในช่วงหลังวิกฤติเศรษฐกิจปี 2008 ซึ่งทำให้การหางานและสร้างความมั่นคงในช่วงเริ่มต้นอาชีพเป็นเรื่องยาก
ดังนั้น การบอกให้คนรุ่นหนึ่ง “ออกจากงานเพื่อเปิดทางให้คนรุ่นใหม่” จึงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้สามารถเลือกเกษียณได้ทันทีที่ต้องการ โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าครองชีพสูง และยังมีคนในครอบครัวที่ต้องดูแล
ที่สำคัญคือ การที่คนตำแหน่งสูงลาออก ไม่ได้หมายความว่า "ตำแหน่งงานระดับเริ่มต้น" จะเพิ่มขึ้นตามมา ที่สำคัญคือ เด็กจบใหม่เองก็ไม่สามารถขึ้นไปแทนตำแหน่งของคนที่มีประสบการณ์ทำงานมาหลายปีได้ทันที เพราะแต่ละตำแหน่งต้องใช้ทั้งประสบการณ์ ทักษะ และความรู้ที่สะสมมาต่างกัน
การที่คนรุ่นหนึ่งออกจากตำแหน่งงานไป จึงไม่ได้หมายความว่าจะเกิดตำแหน่งใหม่ขึ้นมารองรับอีกคนโดยอัตโนมัติ
คนวัย 40+ ยอมรับ ออกจากงานไม่ได้เพราะไม่มีเงินเกษียณพอ
เหตุผลที่คนวัยกลางคนจำนวนมาก ยังต้องทำงานต่อ ไม่ใช่เพราะอยากยึดเก้าอี้ไว้ แต่เพราะยังมีภาระทางการเงินที่ต้องรับผิดชอบ
ข้อมูลจาก Pew Research Center ที่เผยแพร่ในเดือนสิงหาคม 2026 พบว่า 54% ของชาวอเมริกันวัย 40 ปีช่วงปลายๆ ต้องดูแลทั้งพ่อแม่อายุ 65 ปีขึ้นไป และลูกที่ยังต้องพึ่งพาทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นลูกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรือลูกที่โตแล้วก็ตาม
โดยเกือบ 1 ใน 4 ของคนกลุ่มนี้ ต้องดูแลทั้งลูกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะและลูกที่โตแล้วในเวลาเดียวกัน นั่นหมายความว่า สำหรับคนจำนวนมากในวัยนี้ เงินเดือนหนึ่งก้อนไม่ได้เลี้ยงแค่ตัวเอง แต่ยังต้องรับผิดชอบคนอีกหลายคนในครอบครัวด้วย
ข้อมูลตลาดแรงงานก็สะท้อนภาพเดียวกัน อัตราการลาออกจากงานของสหรัฐฯ อยู่ที่ 1.9% ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับที่ทรงตัวต่ำมาระยะหนึ่ง คนจำนวนมากจึงเลือก “กอดงานเดิมไว้” มากกว่าลาออกไปหางานใหม่ เพราะการเปลี่ยนงานในช่วงนี้ไม่ได้ให้ผลตอบแทนมากเหมือนเมื่อก่อน
ผลสำรวจของ ELVTR ที่สอบถามคนทำงาน Gen Z และ Millennials จำนวน 2,000 คน พบว่า เกือบ 60% ของคนทั้งสองรุ่นนี้ บอกว่า หากต้องออกจากงาน พวกเขาอยากถูกเลิกจ้างมากกว่าลาออกเอง เพราะอย่างน้อยการถูกเลิกจ้างอาจมีเงินชดเชย และช่วยให้มีเหตุผลในการอธิบายการออกจากงาน
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก Bank of America Institute พบว่า ในช่วงต้นปี 2026 คนที่เปลี่ยนงาน มีรายได้สูงกว่าคนที่อยู่กับบริษัทเดิมประมาณ 8% ซึ่งลดลงจากส่วนต่าง 11% ในปี 2022 พูดง่าย ๆ คือ การเปลี่ยนงานใหม่ในยุคนี้ อาจไม่ได้ผลตอบแทนสูงหรือไม่ช่วยขยับเงินเดือนได้ก้าวกระโดดเหมือนยุคก่อน
คนรุ่นเก่าไม่ยอมออก VS งานเริ่มต้นหายไป อันไหนคือปัญหากันแน่?
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนรุ่นเก่าไม่ยอมออก แต่งานเริ่มต้นหายไปจากตลาดงาน นี่คืออีกหนึ่งข้อถกเถียงบน TikTok โดยสถานการณ์โลกการทำงานตอนนี้ คือ แม้คนจำนวนหนึ่งจะออกจากงาน แต่ตำแหน่งที่ว่างเหล่านั้นก็ไม่ได้เปิดรับ Gen Z เข้ามาแทนที่ได้โดยอัตโนมัติ เพราะบริษัทเองก็ไม่ได้จ้างเด็กจบใหม่มาทดแทนอัตราเดิม
ข้อมูลที่ Fortune วิเคราะห์จาก Revelio Labs พบว่า อายุเฉลี่ยของคนที่เพิ่งได้งานใหม่ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 42 ปี ในปัจจุบัน ซึ่งเพิ่มจาก 40.5 ปีในปี 2022 ในทางกลับกัน สัดส่วนการจ้างงานคน Gen Z ลดลงจาก 14.9% ในปี 2022 เหลือ 8.8% ในปี 2025 ขณะที่การจ้างงานคนอายุต่ำกว่า 25 ปีลดลงถึง 45% เมื่อเทียบกับปี 2019
เหตุผล คือ บริษัทมักเลือกจ้างงานคนที่มีประสบการณ์ และมีทักษะที่พร้อมใช้งาน แทนการรับคนที่เพิ่งเรียนจบใหม่ ที่ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนนานกว่า บริษัทอาจไม่มีเวลามาสอนงานเด็กใหม่ได้ขนาดนั้น
ดังนั้น ปัญหาของ Gen Z จึงไม่ได้เกิดจากการที่ Millennials หรือ Gen X นั่งกอดตำแหน่งงานเอาไว้ทั้งหมดจนไม่มีตำแหน่งว่าง แต่เป็นเพราะตำแหน่งระดับเริ่มต้นบางส่วน เริ่มหายไปจากตลาดงานจริงๆ ขณะที่บริษัทเองก็ต้องการคนที่มีประสบการณ์และพร้อมทำงานได้เลย
วัยทำงานทุกรุ่นกำลังเจอปัญหาคนละแบบ
ถ้ามองให้ลึกลงไป คนในแต่ละรุ่นต่างเจอปัญหาการทำงานในมุมของตัวเอง Gen Z มักเจอปัญหาว่า หางานแรกยาก เพราะบริษัทเปิดรับตำแหน่งระดับเริ่มต้นน้อยลงและต้องการทักษะที่พร้อมใช้งานมากขึ้น
ส่วน Millennials เป็นเดอะแบกของครอบครัว เหนื่อยล้าสะสม จนรู้สึกอยากลาออกทุกวัน แต่ก็ยังออกจากงานไม่ได้ง่ายๆ เพราะหลายคนอยู่ในช่วงที่ต้องสร้างฐานะ ต้องมีบ้าน รถ สร้างครอบครัวใหม่ มีค่าใช้จ่ายเยอะ ขณะที่ Gen X จำนวนมากก็อยู่ตรงกลางระหว่างการดูแลพ่อแม่สูงวัย กับมีลูกๆ ที่ยังต้องพึ่งพาพวกเขาอยู่
ปัญหาจึงไม่ได้มีคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นต้นเหตุ และการให้คนรุ่นหนึ่งออกจากงานเพื่อเปิดทางให้อีกรุ่นก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาโครงสร้างของตลาดแรงงาน ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่จะแก้ปัญหานี้ได้ตรงจุด อาจไม่ใช่การ “รอเก้าอี้ให้ว่างลง หลังจากคนรุ่นเก่าลุกออกไป” แต่คือการที่บริษัทสร้างตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นให้เพียงพอกับแรงงานใหม่ และเปิดเส้นทางให้คนรุ่นใหม่ได้ก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานอีกครั้ง
อ้างอิง: Forbes, Fortune, OGjaydotjay, GenXjono, PEW Research, ELVTR Report, Labor Turnover





