ในยุคที่โลกหมุนเร็ว คำว่า Work-Life Balance กลายเป็นโจทย์ท้าทายอันดับต้น ๆ ของคนทำงานทุกเจเนอเรชัน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มักตั้งคำถามถึงเส้นแบ่งระหว่างชีวิตส่วนตัวกับการทำงาน
KEY POINTS
- ทักษะที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต ก็คือเรื่องของการทำงาน เรื่องการเรียนรู้ สุดท้ายคือเรื่องของการลงทุน เพราะเราต้องลงทุนตลอดชีวิต
- ต่อให้คุณไม่ได้ทำงานแล้ว คุณก็ยังสามารถสร้างพอร์ตของคุณได้จนถึงที่สุด จนถึงที่คุณเกษียณ ใช้ชีวิตได้ตามปกติy
- สมการ Work-Life-Balance ไม่ใช่การแบ่งเวลาแบบ 50:50 เสมอไป แต่มันคือการปรับจังหวะชีวิตให้สอดรับกับความเป็นจริงในแต่ละช่วงวัย
ในยุคที่โลกหมุนเร็ว คำว่า Work-Life Balance กลายเป็นโจทย์ท้าทายอันดับต้น ๆ ของคนทำงานทุกเจเนอเรชัน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มักตั้งคำถามถึงเส้นแบ่งระหว่างชีวิตส่วนตัวกับการทำงาน ทว่าในมุมมองของผู้บริหารและผู้มีประสบการณ์ในแวดวงธุรกิจและการลงทุน กลับมองว่าสมการชีวิตไม่ได้ถูกกำหนดด้วยสูตรสำเร็จตายตัว หากแต่ต้องอาศัยการบริหารจัดการจังหวะชีวิต พลังใจ และการวางระบบที่ชาญฉลาด เพื่อขับเคลื่อนทั้งความก้าวหน้าในอาชีพและความสุขที่ยั่งยืน
จุดเริ่มต้นของการออกแบบชีวิตเริ่มต้นจากความเข้าใจเรื่อง “จังหวะเวลา” (Timing)“สินธนันทน์ บุญยอด” ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส หัวหน้าสายงานธุรกิจดิจิทัล บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ”ว่า ในช่วงวัยหนุ่มสาวที่ร่างกายและพลังงานยังเต็มเปี่ยม ถือเป็นนาทีทองในการทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับงานและการเรียนรู้อย่างเต็มกำลัง โดยไม่ควรปฏิเสธโอกาสที่จะผลักดันตัวเองให้ก้าวไปข้างหน้า
“จังหวะชีวิตของคนเราคือจังหวะ 2 ชีวิต คนรุ่นใหม่บอกว่า ‘ไม่อยากใช้จังหวะของชีวิต’ แต่ผมกำลังจะบอกว่า จังหวะของชีวิตถ้าเราอายุ น้อย ๆ เราใส่ให้เต็มที่... เพราะว่าเรามีแรง เราควรเหยียบคันเร่งความรู้ของเราให้มากที่สุด”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
ปั้นคนไทยสู่ผู้นำระดับโลก HR ยุคใหม่ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค
เงินเดือน-WLB ดึงดูดพนักงาน องค์กรปรับใช้AI สร้างความก้าวหน้า
สะสมทุนปัญญา-ประสบการณ์ในยามที่ยังมีแรง
สินธนันทน์ อธิบายว่า ถ้าเราอายุ น้อย ๆ เราใส่ให้เต็มที่...แนวคิดดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการทำงานหนักอย่างไร้ทิศทาง แต่เป็นการสะสมทุนทางปัญญาและประสบการณ์ในยามที่ยังมีแรง เพื่อให้เส้นทางอาชีพ (Career Path) และรายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะหากช่วงเวลานี้เลือกที่จะประหยัดแรง ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมไม่สามารถสร้างความมั่นคงในระยะยาวได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อวงจรชีวิตเคลื่อนตัวเข้าสู่วัยกลางคน มีภาระเรื่องครอบครัวและสุขภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง สัดส่วนของคำว่า “ชีวิต” (Life) จะเริ่มทวีความสำคัญขึ้น บังคับให้ทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะ “บาลานซ์” และจัดระเบียบชีวิตใหม่ เพื่อสร้างความสอดคล้องระหว่างรายได้ รายจ่าย และเป้าหมายส่วนตัว
เปิด 3 ทักษะที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต
“สินธนันทน์ ให้มุมมองการทำงานว่า อีกหนึ่งกุญแจสำคัญในการเอาตัวรอดในโลกธุรกิจยุคใหม่ คือการมี “ทักษะที่หลากหลาย” (Multi-skills) โดยเฉพาะทักษะการเรียนรู้ (Learning Skills) ที่นอกเหนือจากงานในหน้าที่รับผิดชอบประจำวัน
ทักษะงานประจำ (On-the-job Skills): พื้นฐานที่ต้องทำออกมาให้ดีที่สุด เพื่อตอบโจทย์ฟังก์ชันและสร้างความน่าเชื่อถือในสายอาชีพ
ทักษะที่โดดเด่นและยืดหยุ่น (Outstanding Skills): การเปิดรับความรู้ใหม่ ๆ เช่น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การสื่อสาร หรือทักษะเสริมที่คนทั่วไปอาจมองข้าม แต่มันคือตัวช่วยสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้ตัวบุคลากร
ทักษะการลงทุน (Investment Skills): หัวใจสำคัญที่ถูกเน้นย้ำตลอดการทำงาน เพราะไม่ว่าท้ายที่สุดแล้วคุณจะยังทำงานประจำอยู่หรือไม่ การสร้างพอร์ตการลงทุนและการบริหารเงินให้งอกเงยคือคำตอบสุดท้ายของการใช้ชีวิตในวัยเกษียณ
“ทักษะที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต ก็คือเรื่องของการทำงาน เรื่องการเรียนรู้ สุดท้ายคือเรื่องของการลงทุน เพราะเราต้องลงทุนตลอดชีวิต...ต่อให้คุณไม่ได้ทำงานแล้ว คุณก็ยังสามารถสร้างพอร์ตของคุณได้จนถึงที่สุด จนถึงที่คุณเกษียณ ใช้ชีวิตได้ตามปกติ”
“Project Pairing” ทลายกำแพงช่องว่างระหว่างวัย
ส่วนมิติของการบริหารองค์กรขนาดใหญ่ การดูแลพนักงานให้มีความสุขไปพร้อมกับผล Acknowledged ของบริษัท ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทาย โดยเฉพาะการผสมผสานระหว่างพนักงานรุ่นเก่า (Gen X) รุ่นกลาง (Gen Y) และคนรุ่นใหม่ (Gen Z) ที่มีไลฟ์สไตล์และมุมมองต่อการทำงานแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
“สินธนันทน์" บอกว่า ที่บล.บัวหลวง มีโมเดลการทำงานผ่านกระบวนการ “Project Pairing” หรือการจับคู่บุคลากรต่างขั้วความคิดและต่างวัย ให้มาทำโปรเจกต์ร่วมกัน เพื่อเรียนรู้จุดแข็งซึ่งกันและกัน เจน (Gen Y) อาจมีความเข้าใจในเชิงระบบและกลยุทธ์ ขณะที่คนรุ่นใหม่ อาจมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหรือมุมมองที่สดใหม่ เมื่อนำมาหลอมรวมกันผ่านโปรเจกต์งาน จะเกิดการเรียนรู้แบบ 2-Way Learning ที่ทำให้องค์กรขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ วัฒนธรรมองค์กรที่ดีต้องเอื้อให้เกิดความสบายใจในการพักผ่อน
“ถ้าคุณจะใช้ชีวิต ช่วงที่คุณลา คุณต้องวางระบบของงานให้สมาร์ตไปก่อน เพื่อที่คุณจะเที่ยวได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องทำงาน เพราะว่าช่วงที่คุณใช้ชีวิต Enjoy ให้เต็มที่ นี่คือชีวิตหนึ่งที่คุณต้องมี... ถ้าหยุด จะไม่มีใครโทรหา ทุกคนจะจัดการกันเองหมด”
ระบบการทำงานที่ดี ควรออกแบบให้มีความยืดหยุ่น มีทีมงานคอยสนับสนุนและแบกรับแทนกันในยามที่เพื่อนร่วมงานลาพักร้อนหรือเจ็บป่วย ถือเป็นเกราะป้องกันภาวะหมดไฟ (Burnout) และสร้างความมั่นคงทางจิตใจให้พนักงานรู้สึกว่าชีวิตส่วนตัวได้รับการเคารพอย่างแท้จริง
“พอร์ตชีวิต” สูตรสำเร็จที่ต้องออกแบบเอง
ท้ายที่สุดแล้ว สมการ Work-Life-Balance ในแบบฉบับนักบริหารธุรกิจ ในมุมมอง “สินธนันทน์"บอกว่า ไม่ใช่การแบ่งเวลาแบบ 50:50 เสมอไป แต่มันคือการปรับจังหวะชีวิตให้สอดรับกับความเป็นจริงในแต่ละช่วงวัย การทำงานหนักในวันที่ยังมีพลัง ควบคู่ไปกับการเปิดรับทักษะใหม่ ๆ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในองค์กร และที่สำคัญที่สุดคือ “วินัยทางการเงินและการลงทุน”
เพราะต่อให้วันหนึ่งโลกของการทำงานจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หรือแม้ว่าเราจะเลือกเดินออกจากระบบองค์กรไปสู่เส้นทางที่อิสระมากขึ้น (Freedom Advisor) หากรากฐานทางความคิด ทักษะ และพอร์ตการลงทุนถูกวางไว้อย่างรัดกุม ชีวิตในทุกมิติ ทั้งงาน เงิน และความสุขส่วนตัว ก็จะสามารถขับเคลื่อนคู่ขนานกันไปได้อย่างยั่งยืนและมั่นคง
อย่างไรก็ตามหัวใจสำคัญ ของสมดุลชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) คือ แม้ว่าเราจะมีความทุ่มเทในการทำงานจะสูง แต่ก็ต้องให้ความสำคัญกับการมีเวลาพักผ่อน การดูแลสุขภาพจิต และการบริหารจัดการเวลาส่วนตัวไม่แพ้กัน องค์กรที่สามารถตอบโจทย์ทั้งความก้าวหน้าทางอาชีพและเปิดพื้นที่ให้พนักงานได้ใช้ชีวิต จึงเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยในระยะยาว
โยกย้ายข้ามสายงาน (Job Rotation)
พนักงานของ บล.บัวหลวง ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน จะมีการปูพื้นฐานความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและเครื่องมือเครื่องใช้ทางการเงิน ประมาณ 1-2 เดือน จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการ On-the-Job Training ทำงานร่วมกับพี่เลี้ยง (Mentor) ทีมงานระดับ Senior และผู้บริหาร โค้ชชิ่งและประเมินใกล้ชิดประมาณ 1 ปี เพื่อดูว่าสามารถทำงานได้จริงและเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้ดีเพียงใด งาน 70% ขององค์กร จะเป็นงานขาย แต่เปิดกว้างให้พนักงานสามารถ Rotate โยกย้ายสายงานทำในสิ่งที่ชอบมากที่สุดได้
โครงสร้างการทำงาน จะมี(Career Path) ที่ยืดหยุ่นสูง พนักงานสามารถ โยกย้ายสายงาน (Job Rotation) หรือทดลองทำงานในตำแหน่งอื่นได้ หากพบว่าตำแหน่งที่ทำอยู่เดิมอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในชีวิตการทำงาน ยกตัวอย่างเช่น หากพนักงานเข้ามาเป็น IC (Investment Consultant) แล้วอยากลองทำงานสาย Research, สาย Product หรือสาย Digital Solutions สามารถพูดคุยกับหัวหน้างานเพื่อขอทดลองย้ายไปทำงานในฝ่ายนั้นๆ ได้โดยมีกระบวนการสนับสนุนและประเมินผลร่วมกันเพื่อให้มั่นใจว่าทั้งตัวพนักงานและองค์กรได้ประโยชน์ร่วมกัน (Win-Win)





