โฮสเทลรักษ์โลกย่านอารีย์ พหลโยธินซอย 5 กรุงเทพฯ The Yard Hostel Bangkok ดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิดความยั่งยืนผ่านหลัก 3P ได้แก่ Planet (สิ่งแวดล้อม), People (คนและชุมชน) และ Profit (กำไรที่สมดุล) โดยเน้นใช้วัสดุรีไซเคิล สร้างพื้นที่สีเขียว และสร้างความสัมพันธ์อันอบอุ่นเสมือนครอบครัวกับพนักงานและชุมชนรอบข้าง
11 ปีที่ 2 ส้ม ร่วมกันสร้างบรรยากาศแบบ “บ้านญาติ” ที่อบอุ่น “ส้มเล็ก -อติพร สังข์เจริญ" และ "ส้มใหญ่ -อมรรัตน์ อมรศิริชัยรัตน์” สร้างพื้นที่พักผ่อนที่เน้นความยั่งยืน นำตู้คอนเทนเนอร์เก่ามาดัดแปลงเป็นห้องพัก เพื่อลดการใช้ปูนและทรัพยากรใหม่ ออกแบบให้อากาศถ่ายเทสะดวก ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ และใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน
"ที่นี่เป็นพื้นที่พบปะของผู้เดินทางจากทั่วโลก สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม บรรยากาศแบบ “บ้านญาติ” ที่อบอุ่น เน้นความใส่ใจเพื่อสร้างความประทับใจและบอกต่อ (Word of Mouth) เราเป็นที่พักขนาดเล็ก ทำให้บริหารจัดการและปรับตัวง่าย ช่วยให้อยู่รอดมาได้ทุกสถานการณ์จน ปัจจุบันมีทั้งห้องพักรวมและห้องพักส่วนตัว รองรับผู้เข้าพักได้ 74 คน" ส้มเล็ก เล่า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
เล่น 'กีฬาหนัก- HYROX' ปลอดภัย ต้องเช็ก 'หัวใจ-กล้ามเนื้อ-ข้อต่อ'
วัยทำงานเสี่ยง 'โรคหลอดเลือดสมอง' จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพิ่มขึ้น
เน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ส้มเล็ก ผู้ร่วมก่อตั้ง The Yard Hostel Bangkok อธิบายว่าการทำธุรกิจแบบยั่งยืน ต้องมาจากการบริหารด้วยต้นทุนที่คุ้มค่า The Yard Hostel Bangkok เน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งภายในที่พัก และมีจุดรีฟิลน้ำดื่มสำหรับผู้เข้าพัก ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 400,000 บาทต่อปี และลดขยะพลาสติกได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังใช้วัตถุดิบอาหารและสินค้าท้องถิ่นจากชุมชน เพื่อกระจายรายได้สู่สังคม
"อาหารเช้า ที่ The Yard เป็นการเสิร์ฟรายบุคคล วิธีนี้ช่วยควบคุมต้นทุนได้และยังช่วยลด Food Waste และ สร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้แขกอีกด้วย โยเกิร์ตและแยมจำนวนหนึ่งทำเอง กาแฟและชาที่เลือกใช้มาจากผู้ประกอบการรายเล็ก เช่น Akha Ama, Laliart และ Araksa กระจายรายได้สู่ธุรกิจท้องถิ่นโดยตรง”
พัฒนาพนักงานคือความสำเร็จธุรกิจ
ส้มเล็ก ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง The Yard Hostel Bangkok มา 11 ปี กล่าวว่า“ความสำเร็จของธุรกิจ” ไม่ได้วัดจากผลประกอบการของเจ้าของเพียงคนเดียว ในฐานะที่เป็นผู้บริหารต้องมอง การพัฒนาพนักงานในระยะยาว ซึ่งคัดเลือกผ่านเพจของโฮสเทลไม่ลงประกาศตามเว็บทั่วไปผ่านคำถามไลฟ์สไตล์ 3 ข้อ หนังสือที่อ่าน, เพลงไทยที่ฟัง, เบียร์ที่ชอบ และให้พนักงาน ทำงาน 4 วัน และจัดที่พักให้พนักงานเพื่อลดภาระการเดินทาง สนับสนุนให้พนักงานได้เรียนรู้ เติบโต ไม่ว่าจะเป็นการทำงานในสายอาชีพใหม่ หรือบางคนก็ทำธุรกิจร่วมกันในฐานะพาร์ตเนอร์
“ความสำเร็จในการทำธุรกิจเน้นที่ความสุขของทีมงาน ให้งบซื้อของเข้าโฮสเทลครั้งละ 1,500 บาท ทุกวันที่ 1 และ 15 รวมเดือนละ 3,000 บาท เพื่อนำมาทำอาหารทานร่วมกัน และทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ เพื่อให้พนักงานมีเวลาในการไปทำในสิ่งที่อยากทำ บางคนอาจจะอยากทำธุรกิจ ซึ่งพื้นที่หน้าร้านปัจจุบันก็มีอดีตพนักงานมาเช่าพื้นที่เปิดร้านคาเฟ่ แฮมเบอร์เกอร์เป็นพาร์ตเนอร์ที่ส่งเสริมธุรกิจซึ่งกันและกัน”
เติบโตไปพร้อมกับชุมชน
ส้มเล็ก เล่าว่าหลักการบริหาร The Yard Hostel Bangkok ให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับชุมชนได้ ตลอด 11 ปี คือการสร้างความสัมพันธ์กับแขกเป็นเหมือนเครือญาติ ไปจนถึงการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนในชุมชนรอบๆ ทุกวันอังคารจะมีสอนต่อยมวยให้แขกมาร่วมกิจกรรม โดยใช้ครูในชุมชนย่านอารีย์ วันศุกร์สอนโยคะ เป็นครูชาวอินเดียที่อยู่ร่วมกันมา 11 ปี แสดงให้เห็นว่าการสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ระหว่างแขกที่มาพัก เป็นหัวใจของโฮสเทลรักษ์โลก หากไม่มีการสร้างความสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่องก็อาจจะทำให้โฮสเทลแห่งนี้ไปต่อได้อย่างยั่งยืนลำบาก
ดังนั้นการบริหารของ ส้มเล็ก จึงยึดหลัก สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยจัด กิจกรรม The Yard Meetup จัดทริปพบปะปิคนิคกับอดีตแขกที่เคยมาพัก เช่น เกาหลี, ไต้หวัน, เบอร์ลิน และชวนแขกที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงมาร่วมทริปและเปิดโอกาสให้พนักงานไปพักผ่อน ในวันที่ 29 ส.ค.นี้ที่ เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
"หัวใจของโฮสเทลคือเรื่องของประสบการณ์ คือการใช้ชีวิตร่วมกัน แขกทุกคนที่ตั้งใจมา เขาหวังว่าจะได้คอนเนกต์กับคนอื่น เรามีหน้าที่เปิดพื้นที่ให้เขา สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ให้เขาได้เจอได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ซึ่งเป็นหัวใจของการสร้าง The Yard Hostel Bangkok หากเราไม่สามารถสร้างสิ่งแวดล้อมเหล่านั้นได้ ความยั่งยืนของธุรกิจก็คงไม่มี"
อย่างไรก็ตาม ส้มเล็ก บอกว่าในวันหนึ่งที่ ไม่รู้สึกสนุกกับงานที่ทำอยู่แล้ว ก็อาจจะปรับเปลี่ยนบทบาทใหม่เปิดทางให้กับทีมงานที่อยู่ในวัยกระตือรือร้นและสนุกกับการ “สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน”ให้มาทำหน้าที่ต่อ โดยตั้ง “Wingman” (ผู้จัดการ/ตัวกลาง) ขึ้นมาเพื่อเชื่อมโยงการสื่อสารระหว่างเจ้าของกับทีมงาน มาสานต่อ ซึ่งการพัฒนาพนักงานให้เติบโตสูงขึ้นคือ หนึ่งในความสำเร็จในการทำธุรกิจที่ยั่งยืนนั่นเอง



