วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม 2569

Login
Login

วัยทำงานเสี่ยง 'โรคหลอดเลือดสมอง' จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพิ่มขึ้น

คนไทยมีอายุยืนขึ้น แต่ความท้าทายของสังคมไทยในวันนี้ไม่ใช่เพียงจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น หากคือการทำอย่างไรให้ผู้คนยังคิด จำ ตัดสินใจ เคลื่อนไหว และใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super - Aged Society) “สุขภาพสมอง” จึงกำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของทั้งระบบสาธารณสุข เศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนไทย

ข้อมูลจากกรมกิจการผู้สูงอายุระบุว่า ในปี 2569 ประเทศไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปประมาณ 14 ล้านคน หรือคิดเป็น 20% ของประชากรทั้งประเทศ สะท้อนว่าการดูแลสุขภาพไม่อาจมุ่งเพียงการมีอายุยืน แต่ต้องช่วยให้ผู้คนรักษาความสามารถในการใช้ชีวิตอย่างอิสระให้นานที่สุด ขณะเดียวกันกรมการแพทย์ระบุว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non - Communicable Diseases: NCDs) ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจของประเทศไทยประมาณ 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี

โดยโรคหลอดเลือดสมองเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคสำคัญที่สร้างภาระทั้งด้านค่ารักษาพยาบาล การสูญเสียผลิตภาพแรงงาน และค่าใช้จ่ายในการดูแลระยะยาวของครอบครัวและระบบสาธารณสุข สอดคล้องกับข้อมูลของกรมควบคุมโรคจากระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (Health Data Center: HDC) ซึ่งระบุว่าในปี 2567 ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง 358,062 ราย มีผู้เสียชีวิต 39,086 ราย และโรคหลอดเลือดสมองยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของคนไทย ผู้ป่วยจำนวนมากยังต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพในระยะยาว ส่งผลต่อการสูญเสียศักยภาพในการทำงานของผู้ป่วย เพิ่มภาระการดูแลของครอบครัว และเป็นต้นทุนสำคัญของระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจของประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

'ดื่มน้ำเปล่า' ปริมาณเท่าใด? ถึงจะไม่เสี่ยง 'ไตวาย ไตอักเสบ'

ครึ่งหนึ่งของคนอ้วนในไทยเป็นกลุ่ม 'วัยทำงาน' เหตุนั่งนาน กินไม่ดี

"สุขภาพสมอง"เป็นเรื่องของทุกคน

นพ.อภิชาติ พิศาลพงศ์ อายุรแพทย์โรคสมองและระบบประสาท เฉพาะทางโรคพาร์กินสันและความผิดปกติของการเคลื่อนไหว ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า แม้โรคทางสมองจะพบมากขึ้นตามอายุ แต่ปัจจุบันเราไม่ได้พบโรคหลอดเลือดสมองเฉพาะในผู้สูงอายุอีกต่อไป ผู้ป่วยวัยทำงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ ภาวะอ้วน ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ทำให้การดูแลสุขภาพสมองไม่ใช่เรื่องของผู้สูงวัย แต่เป็นเรื่องของคนทุกวัย”

“โรคทางสมองไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ป่วย แต่ส่งผลถึงทั้งครอบครัว เมื่อผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการคิด เคลื่อนไหว หรือดูแลตัวเอง คนในครอบครัวมักต้องเข้ามารับบทบาทผู้ดูแล ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต รายได้ และภาระค่าใช้จ่าย สุขภาพสมองจึงไม่ใช่เพียงประเด็นทางการแพทย์ แต่เป็นประเด็นทางเศรษฐกิจและสังคม เพราะทุกวันที่ผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิต ย่อมหมายถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งต่อครอบครัว ระบบสาธารณสุข และเศรษฐกิจโดยรวม"

สิ่งที่ผู้ป่วยสูญเสียอาจไม่ใช่เพียงความทรงจำหรือการเคลื่อนไหว แต่คือความสามารถในการใช้ชีวิตอย่างที่เคยเป็น อาการที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่ มือสั่นขณะพัก เคลื่อนไหวหรือเดินช้าลง เดินไม่มั่นคง หกล้มบ่อย ความจำถดถอยผิดปกติ พูดไม่ชัด กลืนลำบาก หรือมีพฤติกรรมผิดปกติระหว่างนอนหลับ ส่วนอาการเฉียบพลัน เช่น ใบหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก และพูดไม่ชัด อาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งต้องรีบเข้ารับการรักษาโดยเร็ว เพราะทุกนาทีที่ล่าช้าอาจส่งผลต่อโอกาสในการฟื้นตัว

วัยทำงานเสี่ยง 'โรคหลอดเลือดสมอง' จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพิ่มขึ้น

“ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ช่วยยกระดับการดูแลผู้ป่วย ตั้งแต่การวินิจฉัย การวางแผนรักษาไปจนถึงการฟื้นฟู อาทิ การกระตุ้นสมองด้วยสนามแม่เหล็กผ่านกะโหลกศีรษะ (Transcranial Magnetic Stimulation: TMS) สำหรับผู้ป่วยบางกลุ่มโดยไม่ต้องผ่าตัด รวมถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพ (Rehabilitation) ด้วยหุ่นยนต์ช่วยฝึกเดิน (Walkbot) ระบบฝึกการทรงตัว และเทคโนโลยีเสมือนจริง ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยกลับมาเดิน ทรงตัว สื่อสาร และใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น"

แม้โรคทางสมองบางชนิดจะไม่สามารถป้องกันไม่ได้ทั้งหมด แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมความดันโลหิต เบาหวานและไขมันในเลือด รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับให้เพียงพอ งดสูบบุหรี่ จำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงฝึกสมองผ่านการเรียนรู้สิ่งใหม่และทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น การดูแลสมองจึงควรเริ่มตั้งแต่วันที่เรายังแข็งแรง ไม่ใช่รอจนเกิดอาการผิดปกติ

การดูแลรักษาโรคสมองและระบบประสาทต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์เฉพาะทางครบทุกสาขาที่มากด้วยประสบการณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ตลอดจนทีมสหสาขาที่พร้อมให้คำแนะนำและดูแลอย่างใกล้ชิด โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนลพร้อมดูแลผู้ป่วยโรคสมองและระบบประสาท ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านสมองครบทุกสาขา

รวมทั้งมีทั้งแพทย์ประจำและแพทย์ที่ปรึกษารวมมากกว่า 78 คน ที่พร้อมวางแผนการรักษาร่วมกันโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อออกแบบแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับผู้ป่วยเฉพาะบุคคล อีกทั้งมีระบบรองรับเคสฉุกเฉินและอุบัติเหตุทางสมองตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ล่าสุด ร่วมกับ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)ส่งต่อองค์ความรู้ภายใต้แนวคิด “Brain Health & Healthy Aging: อายุยืนไม่พอ โจทย์ใหม่วันนี้สมองต้องแข็งแรง” เพื่อสร้างความตระหนักว่าสุขภาพสมองไม่ใช่เรื่องที่ควรรอจนเข้าสู่วัยสูงอายุ แต่ทุกคนสามารถเริ่มดูแลได้ตั้งแต่วันนี้ ตั้งแต่การป้องกัน การสังเกตอาการผิดปกติ การตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ไปจนถึงการรักษาและฟื้นฟูอย่างเหมาะสมเปลี่ยนจากการรอให้เกิดโรคแล้วจึงรักษา ไปสู่การรู้ความเสี่ยงให้เร็ว ป้องกันให้ไว และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ดีที่สุด สุขภาพสมองไม่ใช่เรื่องของผู้สูงวัย แต่เป็นเรื่องของทุกคน

Expat โต 20% เปิด Revision Services

ปัจจุบันโรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล มีผู้ป่วยทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยผู้ป่วยต่างชาติกลุ่ม Expat มีตัวเลขผู้เข้ารับบริการเติบโตมากกว่า 20% โดยในช่วงครึ่งปีแรก 2026 จากกลุ่มลูกค้าสหรัฐ ยุโรป และจีน มีทีมแพทย์เฉพาะทางที่ชำนาญสูงด้านกระดูกและข้อครบทุกสาขา เพื่อให้การดูแลผู้ป่วย และผู้บาดเจ็บที่เข้ารับการรักษา 24 ชม. มีเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัย มีศูนย์บริการเฉพาะทางในรูปแบบ Access Center และพยาบาลส่วนตัว (Case Manager) ที่พร้อมให้บริการผู้ป่วยเฉพาะบุคคล 

ทั้งนี้ การดูแลรักษาผู้ป่วยที่ไม่ใช่แค่การรักษากระดูกที่หักแล้ว แต่คือการป้องกันไม่ให้กระดูกหักตั้งแต่แรก Metabolic Bone Disease (MBD) แก้ปัญหาชะลอกระดูกพรุนหรือกระดูกบาง เน้นการรักษาโรคซับซ้อนไปจนถึงการดูแลฟื้นฟูเพื่อให้ใช้งานกระดูกได้นาน สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในทุกช่วงวัย

ล่าสุดเปิดบริการ “Revision Services” รองรับการผ่าซ่อม แก้ไขเคสซับซ้อน รองรับกระแส Sports Medicine ที่มีลูกค้ากว่า 40% จากลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายและรักษาโรคทางด้านกระดูกและข้อ ที่มาใช้บริการศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกายกรุงเทพ (BASEM) โดยแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะด้านและทีมสหสาขา เทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้ป่วย “มากกว่าการผ่าซ่อม คือการลดโอกาสผ่าซ้ำ”