วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม 2569

Login
Login

Gen Z โหยหาสวัสดิการ "กองทุนเกษียณ" มากกว่าปาร์ตี้หลังเลิกงาน

หากพูดถึง วัยทำงาน Gen Z หลายคนอาจนึกถึงภาพของ พนักงานรุ่นใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การใช้ชีวิต รักอิสระ เปลี่ยนงานเร็ว และกล้าใช้เงินกับสิ่งที่ตัวเองให้คุณค่า แต่ในอีกด้านหนึ่ง คนรุ่นเดียวกันนี้กำลังกลายเป็นรุ่นที่กังวลเรื่องการเงินมากที่สุดรุ่นหนึ่ง ขณะเดียวกัน ก็เป็นคนรุ่นที่พยายามจัดการเรื่องการเงินของตัวเองอย่างจริงจังที่สุดเช่นกัน

หลายคนกำหนดคืนหนึ่งของสัปดาห์เป็น "Admin Night" หรือคืนสำหรับจัดการสารพัดเรื่องที่ค้างอยู่ ไม่ว่าจะเป็นจ่ายบิลต่างๆ ตรวจสอบบัญชี วางแผนการเงิน เช็กงบประมาณการใช้ชีวิตรายเดือน บางคนบันทึกรายรับรายจ่ายแทบทุกบาททุกสตางค์ ขณะที่อีกหลายคนเริ่มสนใจการลงทุนและการออมเพื่อการเกษียณตั้งแต่อายุยังน้อย

การมี "แผนเก็บเงินระยะยาว" กลายเป็นเรื่องที่ได้รับการพูดถึงในหมู่คนรุ่นเดียวกัน แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขากลับรู้สึกว่าความมั่นคงที่พยายามสร้าง ดูเหมือนจะยังห่างไกลหรืออาจไม่มีทางเกิดขึ้น

Gen Z วิ่งไล่ตาม "ความมั่นคง" โดยไม่รู้ว่าจะตามทันหรือไม่

ทันทีที่เริ่มต้นชีวิตการทำงาน คนรุ่นใหม่ชาว Gen Z สมัยนี้ ต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น ความผันผวนของเศรษฐกิจ ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 และค่าใช้จ่ายรายเดือน ที่รออยู่ตั้งแต่เงินเดือนก้อนแรกยังไม่ทันเข้าบัญชี

สถานการณ์เช่นนี้ทำให้คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่เกิดคำถามว่า พวกเขาจะสร้างความมั่นคงให้ชีวิตในยุคนี้ได้อย่างไร? หนึ่งในคำตอบของหลายคนก็คือ การได้รับสวัสดิการด้านแผนการเงินเพื่อการเกษียณที่ดีจากบริษัทที่ทำงานอยู่

ประเด็นนี้สอดคล้องกับมุมมองของ เอ็ดเวิร์ด โจนส์ (Edward Jones) ที่ปรึกษาทางการเงินจากบริษัท Edward Jones ซึ่งมองว่า สิ่งที่คนรุ่น Gen Z ต้องการจากนายจ้างในวันนี้ ไม่ใช่สวัสดิการด้านอาหารเครื่องดื่ม กิจกรรมสังสรรค์หลังเลิกงาน หรือสวัสดิการที่สร้างความสุขเพียงชั่วคราว แต่คือ สวัสดิการที่ช่วยให้พวกเขามีอนาคตที่มั่นคงมากขึ้น

ในสายตาของคนบางรุ่น คน Gen Z มักถูกมองว่าใช้เงินเก่ง ไม่อดทน และไม่ค่อยคิดถึงอนาคต แต่ข้อมูลหลายชุดกลับสะท้อนภาพที่แตกต่างออกไป โจนส์ ระบุว่า ตลอดช่วงเวลาที่คนรุ่นนี้เริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน พวกเขาต้องเผชิญทั้งการระบาดของโควิด-19 ความผันผวนของตลาด ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ฯลฯ นั่นทำให้การเก็บเงินก้อนแรกยากกว่าที่คนรุ่นก่อนเคยเผชิญ

"ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ฉันไม่เคยเห็นคนรุ่นไหนที่อยากสร้างอนาคตของตัวเองมากเท่าคนรุ่นนี้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ไม่เคยเห็นคนรุ่นไหนที่ไม่แน่ใจว่า อนาคตนั้นจะเป็นจริงได้หรือไม่" โจนส์ บอก

กองทุนเพื่อการเกษียณ ไม่ใช่แค่สวัสดิการ แต่เป็นกลยุทธ์รักษาพนักงาน

ผลสำรวจของ ดีลอยต์ (Deloitte) ในปี 2025 ชี้ให้เห็นว่า สวัสดิการด้านการเงินกำลังมีบทบาทมากขึ้นในการรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กร โดยเฉพาะการเสนอ แผนออมเพื่อการเกษียณที่มีคุณภาพ การสมทบเงินออมจากนายจ้าง รวมถึงการให้ความรู้และคำแนะนำด้านการเงิน ซึ่งล้วนช่วยให้พนักงานมีความมั่นใจในการวางแผนอนาคตมากขึ้น

เมื่อพนักงานรู้สึกว่าตัวเองกำลังสร้างหลักประกันทางการเงินได้ ความกังวลเรื่องเงินก็ลดลง ส่งผลให้พวกเขามีส่วนร่วมกับองค์กรมากขึ้น มีประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้น และมีแนวโน้มทำงานกับองค์กรในระยะยาวมากขึ้นด้วย 

นอกจากนี้ ดีลอยต์ยังชี้ว่า สิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่มาพร้อมกับแผนออมเพื่อการเกษียณ ยังเป็นผลดีต่อทั้งพนักงานและนายจ้าง ทำให้สวัสดิการลักษณะนี้ไม่ได้เป็นเพียงต้นทุนขององค์กร แต่เป็นการลงทุนที่สร้างประโยชน์ให้กับทั้งสองฝ่าย

Gen Z อยากออม แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ถ้าบริษัทช่วยได้พนักงานจะอยู่ยาว

แม้คนรุ่น Gen Z จะให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินมากกว่าที่หลายคนคิด แต่ปัญหาสำคัญกลับไม่ใช่การขาดแรงจูงใจ หลายครั้งพวกเขาเพียงไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร หรือรู้ว่าควรเริ่ม แต่การลงมือทำกลับเต็มไปด้วยขั้นตอนที่ซับซ้อน จนสุดท้ายก็ผัดวันประกันพรุ่งออกไป

ด้วยเหตุนี้ ที่ปรึกษาของ Edward Jones จึงมองว่า สิ่งที่นายจ้างสามารถทำได้ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มสวัสดิการด้านการเงิน แต่คือการทำให้ "การออม" กลายเป็นเรื่องง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ยกตัวอย่างเช่น การเปิดโอกาสให้พนักงานสมัครเข้าร่วมกองทุนออมเพื่อการเกษียณได้ง่ายขึ้น การตั้งระบบหักเงินอัตโนมัติทุกเดือน หรือการออกแบบให้เงินออมค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามการปรับขึ้นเงินเดือนในแต่ละปี ทีนี้ เมื่อการออมไม่ต้องอาศัยการตัดสินใจซ้ำ ๆ คนจำนวนมากก็มีแนวโน้มออมเงินได้อย่างต่อเนื่องมากขึ้น

ผลสำรวจของ Edward Jones ร่วมกับ Morning Consult ในปี 2025 สนับสนุนแนวคิดนี้อย่างชัดเจน โดยพบว่า 66% ของคน Gen Z ระบุว่า พวกเขามีแนวโน้มจะเข้าร่วมแผนออมเพื่อการเกษียณของบริษัทมากขึ้น หากขั้นตอนการสมัครและเริ่มต้นทำได้ง่ายกว่าปัจจุบัน สะท้อนว่า อุปสรรคสำคัญอาจไม่ใช่การไม่เห็นความสำคัญของการออม แต่คือการทำให้การเริ่มต้นเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยากจนเกินไป

คนรุ่นใหม่อยากได้ "กองทุนเพื่อการเกษียณ" มากกว่าสวัสดิการอื่น

ในอดีต หลายคนอาจมองว่า "การออมเพื่อการเกษียณ" เป็นเรื่องของคนวัย 40-50 ปีขึ้นไป แต่สำหรับ Gen Z แนวคิดนี้เริ่มเปลี่ยนไป ผลวิจัยของ Edward Jones ร่วมกับ Morning Consult ในปี 2025 พบว่า คนอเมริกันเกือบ 1 ใน 3 มีประสบการณ์ลงทุนครั้งแรก ผ่านโครงการออมเพื่อการเกษียณที่บริษัทจัดให้พนักงาน

สำหรับคนรุ่นใหม่ การออมเพื่อเกษียณไม่ได้เป็นเพียงการเตรียมตัวทางการเงินสำหรับอีก 30-40 ปีข้างหน้า แต่มันคือการสร้าง "ความรู้สึกมั่นคง" ให้กับชีวิตในวันที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

จนเกิดแนวคิดที่เรียกว่า "Soft Saving" หรือการออมแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตอย่างสมดุลในปัจจุบัน ควบคู่ไปกับการทยอยเก็บเงินเท่าที่ทำได้ แทนที่จะกดดันตัวเองให้ต้องออมจำนวนมากตั้งแต่เริ่มทำงาน คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยเลือกเริ่มจากเงินจำนวนเล็ก ๆ แต่ทำอย่างสม่ำเสมอ 

ที่ปรึกษาของ Edward Jones มองว่า วิธีคิดแบบนี้ เป็นการตอบสนองอย่างสมเหตุสมผล ต่อโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนและค่าครองชีพที่สูงขึ้น เพราะแม้จะเริ่มต้นจากเงินจำนวนไม่มาก การออมอย่างสม่ำเสมอก็ยังช่วยสร้างทั้งความมั่นคงทางการเงิน และความมั่นใจในการวางแผนเป้าหมายอื่น ๆ ของชีวิตในอนาคตได้

มองในมุมของนายจ้างหรือองค์กร หากต้องการดึงดูดพนักงานคนรุ่นใหม่มาร่วมงาน เมื่อก่อนหลายองค์กรอาจนึกถึงออฟฟิศสวย ๆ คาเฟ่ในบริษัท กิจกรรมสังสรรค์ หรือปาร์ตี้หลังเลิกงาน แต่จากข้อมูลข้างต้น นายจ้างยุคนี้คงพอจะเห็นภาพแล้วว่า สวัสดิการเหล่านี้ อาจยังไม่ใช่สิ่งที่คนรุ่นใหม่ต้องการมากที่สุด

เมื่อ Gen Z กำลังเผชิญแรงกดดันด้านค่าครองชีพและอนาคตที่ไม่แน่นอน สวัสดิการด้านการวางแผนการเงิน การออมเงิน อาจเป็นสิ่งที่ช่วยให้พวกเขารู้สึกว่าอนาคตของตัวเองยังพอสร้างได้ และมั่นใจว่า เมื่อทำงานกับบริษัทไปนานๆ ก็จะช่วยให้ชีวิตของพวกเขามั่นคงขึ้นในระยะยาวได้

 

 

อ้างอิง: Fortune, Finance Yahoo, EdwardJonesDeloitte