วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ผิดไหม? โตแล้วยังนอนกอดตุ๊กตา เมื่อ "หมอนเน่า" เป็นเซฟโซนของผู้ใหญ่หลายคน

หลายคนอาจมี "หมอนเน่า" ตุ๊กตาตัวโปรด หรือผ้าห่มผืนเดิมที่ขาดไม่ได้มาตั้งแต่เด็ก และเมื่อโตขึ้นก็อาจสังเกตว่า เพื่อน คนในครอบครัว หรือแม้แต่คนดังหลายคน ยังคงนอนกอดตุ๊กตา พกเสื้อฮู้ดตัวโปรด หรือเก็บของบางชิ้นที่มีคุณค่าทางใจไว้ใกล้ตัวเสมอ

แม้บางคนจะมองว่านี่เป็นพฤติกรรมที่ดู "เหมือนเด็ก" แต่ในมุมมองของนักจิตวิทยา สิ่งของเหล่านี้อาจมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพจิตมากกว่าที่คิด เพราะสามารถช่วยให้เรารับมือกับความเครียด ความสูญเสีย ความวิตกกังวล และการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิตได้

ปัจจุบัน แนวคิดเรื่อง Transitional Objects หรือ "วัตถุแห่งความสบายใจ" กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในแวดวงจิตวิทยา งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า สิ่งของที่ทำให้เรารู้สึกคุ้นเคยและปลอดภัยไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะในวัยเด็ก แต่ยังช่วยเสริมความมั่นคงทางอารมณ์ของผู้ใหญ่ได้เช่นกัน

กรุงเทพธุรกิจ ชวนผู้อ่านสำรวจว่า เหตุใดผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยจึงยังผูกพันกับตุ๊กตา หมอนใบเดิม หรือของชิ้นโปรด และเบื้องหลังพฤติกรรมที่หลายคนมองว่า "ไม่สมวัย" แท้จริงแล้วอาจเป็นหนึ่งในกลไกการเยียวยาจิตใจที่วิทยาศาสตร์ให้การยอมรับ

ผิดไหม? โตแล้วยังนอนกอดตุ๊กตา เมื่อ "หมอนเน่า" เป็นเซฟโซนของผู้ใหญ่หลายคน

จากตุ๊กตาในวัยเด็ก สู่ "หลักยึดทางใจ" ของผู้ใหญ่

แนวคิดเรื่อง Transitional Object หรือ "วัตถุแห่งความสบายใจ" ถูกเสนอครั้งแรกโดย โดนัลด์ วินนิคอตต์ (Donald Winnicott) กุมารแพทย์และนักจิตวิเคราะห์ชาวอังกฤษ ในช่วงทศวรรษ 1950

วินนิคอตต์อธิบายว่า เด็กเล็กมักเลือกผ้าห่ม ตุ๊กตา หรือของนุ่ม ๆ ชิ้นหนึ่งมาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางอารมณ์ เพื่อช่วยให้รู้สึกปลอดภัยในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาพ่อแม่ ไปสู่การเรียนรู้ที่จะอยู่ได้ด้วยตนเอง

อย่างไรก็ตาม นักจิตวิทยาในปัจจุบันพบว่า กลไกการสร้างความรู้สึกปลอดภัยนี้ไม่ได้หายไปเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ แต่เพียงเปลี่ยนรูปแบบของ "วัตถุแห่งความสบายใจ" ไปตามช่วงวัย

ตุ๊กตาหมีในวัยเด็กอาจกลายเป็นเสื้อฮู้ดตัวโปรด แก้วกาแฟใบเดิม นาฬิกาที่ได้รับจากคุณพ่อ แหวนจากคนรัก หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงที่อยู่เคียงข้างทุกวัน สิ่งของเหล่านี้ล้วนมีคุณค่าทางใจ และทำหน้าที่เป็น "หลักยึดทางอารมณ์" ที่ช่วยให้เรารู้สึกมั่นคง เมื่อเผชิญกับความเครียด ความสูญเสีย หรือความไม่แน่นอนของชีวิต

วิจัยชี้ ของที่คุ้นเคยช่วยลดความเครียดได้จริง

สิ่งของที่มีความหมายทางอารมณ์ไม่ได้มอบเพียงความรู้สึกสบายใจเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการทำงานของสมองและระบบประสาทอีกด้วย

งานวิจัยด้านประสาทวิทยาพบว่า การสัมผัสหรืออยู่ใกล้วัตถุที่คุ้นเคยสามารถช่วยลดระดับ คอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียด พร้อมกระตุ้นการทำงานของสมองในบริเวณที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์เชิงบวกและระบบการให้รางวัล (Reward System) ทำให้ร่างกายค่อย ๆ เปลี่ยนจากภาวะตื่นตัวไปสู่ความรู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัยมากขึ้น

ผิดไหม? โตแล้วยังนอนกอดตุ๊กตา เมื่อ "หมอนเน่า" เป็นเซฟโซนของผู้ใหญ่หลายคน

ด้วยเหตุนี้ นักจิตวิทยาจึงมองว่า วัตถุแห่งความสบายใจเหล่านี้ทำหน้าที่เสมือน "ตัวแทนของความปลอดภัย" (Symbol of Safety) หรือ "หลักยึดทางอารมณ์" ที่ช่วยให้จิตใจมั่นคงในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความเครียด ความโดดเดี่ยว ความวิตกกังวล หรือสถานการณ์ที่ไม่สามารถพึ่งพาการปลอบโยนจากคนรอบข้างได้

ผู้ใหญ่กว่า 40% ยังนอนกอดตุ๊กตา

ข้อมูลที่น่าสนใจคือ มีการประเมินว่า ผู้ใหญ่ราว 40% ยังคงนอนกอดตุ๊กตา หรือมีของชิ้นโปรดที่ใช้เป็นเพื่อนเข้านอน ไม่ว่าจะเป็นหมอนใบเดิม ผ้าห่มผืนโปรด หรือของที่ให้ความรู้สึกปลอดภัย

นักจิตวิทยามองว่า พฤติกรรมนี้ไม่ใช่สัญญาณของความไม่เป็นผู้ใหญ่ แต่เป็นรูปแบบหนึ่งของ Self-soothing หรือการปลอบประโลมตัวเอง ซึ่งช่วยลดความวิตกกังวล ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และส่งเสริมคุณภาพการนอนได้

นอกจากนี้ การกอดตุ๊กตาหรือหมอนนุ่ม ๆ ยังช่วยกระตุ้นประสาทรับสัมผัส (Tactile Stimulation) ส่งผลให้ระบบประสาทค่อย ๆ เปลี่ยนจากภาวะตื่นตัวไปสู่ภาวะสงบ คล้ายกับหลักการทำงานของ ผ้าห่มถ่วงน้ำหนัก (Weighted Blanket) ที่นิยมใช้เพื่อช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายก่อนนอน

แนวคิดนี้ยังสอดคล้องกับปรากฏการณ์ที่เรียกว่า First Night Effect หรือภาวะที่หลายคนนอนหลับยากในคืนแรกเมื่อเปลี่ยนสถานที่ เช่น โรงแรมหรือบ้านหลังใหม่

งานวิจัยพบว่า ในคืนแรกของการนอนในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย สมอง โดยเฉพาะสมองซีกซ้าย จะยังคงตื่นตัวมากกว่าปกติ เพื่อคอยเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมรอบตัว ส่งผลให้ใช้เวลาหลับนานขึ้น ตื่นกลางดึกบ่อย และมีช่วงหลับลึกน้อยลง

ด้วยเหตุนี้ การมีหมอน ตุ๊กตา หรือผ้าห่มผืนเดิมติดตัว จึงอาจช่วยสร้างความรู้สึกคุ้นเคยและปลอดภัยให้กับสมอง ทำให้ระบบประสาทคลายความระแวดระวัง และช่วยให้ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ได้ง่ายขึ้น แม้จะไม่สามารถป้องกัน First Night Effect ได้หมด แต่ก็อาจช่วยให้การนอนหลับเป็นไปอย่างราบรื่นกว่าการไม่มี "วัตถุแห่งความสบายใจ" อยู่ข้างกาย

สัตว์เลี้ยง ก็เป็น "Transitional Object" ในรูปแบบหนึ่ง

สำหรับหลายคน สิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจไม่ใช่สิ่งของ แต่คือ "สัตว์เลี้ยง"

นักวิจัยพบว่า การใช้เวลากับสุนัขหรือแมวสามารถช่วยลดความดันโลหิต ลดฮอร์โมนความเครียด และเพิ่มการหลั่ง เซโรโทนิน (Serotonin) และ โดพามีน (Dopamine) ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสุขและความผ่อนคลาย

นอกจากนี้ สัตว์เลี้ยงยังช่วยสร้างกิจวัตรประจำวัน ความรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า และลดความโดดเดี่ยว จึงไม่น่าแปลกที่ในทางคลินิก หลายประเทศจะมีการใช้ Emotional Support Animals เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวล

เมื่อของชิ้นหนึ่ง กลายเป็นสายใยกับคนที่จากไป

ในช่วงเวลาของการสูญเสีย สิ่งของธรรมดาบางชิ้นอาจกลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางใจอย่างประเมินไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาที่เคยสวมติดตัว จดหมายที่เขียนด้วยลายมือ แหวนแต่งงาน เสื้อผ้าตัวโปรด หรือแม้แต่สมุดสูตรอาหารที่เคยทำร่วมกัน สิ่งของเหล่านี้ช่วยให้ผู้ที่ยังอยู่รู้สึกเหมือนได้เชื่อมโยงกับคนที่รัก แม้พวกเขาจะจากไปแล้วก็ตาม

ในทางจิตวิทยา แนวคิดนี้เรียกว่า Continuing Bonds ซึ่งอธิบายว่า การก้าวผ่านความโศกเศร้าไม่ได้หมายถึงการตัดขาดหรือลืมผู้จากไป แต่คือการเรียนรู้ที่จะรักษาความผูกพันไว้ในรูปแบบใหม่ ผ่านความทรงจำ ความหมาย และสิ่งของที่เป็นตัวแทนของความสัมพันธ์นั้น

ด้วยเหตุนี้ นักจิตบำบัดจำนวนมากจึงนำ "ของที่ระลึก" มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบำบัด เพราะสิ่งของเหล่านี้สามารถช่วยกระตุ้นให้ผู้สูญเสียได้เล่าเรื่องราว ระบายความรู้สึก และค่อย ๆ ยอมรับความจริงของการสูญเสีย โดยไม่จำเป็นต้องเร่งให้ลืมหรือปล่อยวางในทันที

สำหรับหลายคน สิ่งของเหล่านี้จึงไม่ได้เป็นเพียงวัตถุ แต่เป็น "สะพาน" ที่เชื่อมโยงระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ช่วยให้ความทรงจำอันมีคุณค่ายังคงอยู่ พร้อมกับเปิดโอกาสให้หัวใจค่อย ๆ เยียวยาตัวเองไปตามกาลเวลา

ของชิ้นโปรด กับพลังของความรู้สึกปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า "วัตถุแห่งความสบายใจ" ไม่ใช่สิ่งที่ใช้ทดแทนการรักษาทางจิตเวชหรือความสัมพันธ์กับผู้คน แต่สามารถเป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมความมั่นคงทางอารมณ์ และช่วยให้เรารับมือกับความเครียด ความสูญเสีย หรือความเปลี่ยนแปลงของชีวิตได้ดีขึ้น

ในวันที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การมีสิ่งของที่ทำให้รู้สึกคุ้นเคยและปลอดภัย อาจเป็นอีกหนึ่งวิธีดูแลสุขภาพใจที่เรียบง่าย

ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตา ผ้าห่ม หมอนเน่า หรือของชิ้นโปรด สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุ แต่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจที่ช่วยให้หลายคนรู้สึกมั่นคงและปลอดภัยในวันที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของชีวิต

 

อ้างอิง pmc , mentalhealth , nytimes , adadastore