วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

ไขคดีกับ ‘ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน’ ฝึกสมอง ได้ความรู้แบบไม่รู้ตัว

ไขคดีกับ ‘ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน’ ฝึกสมอง ได้ความรู้แบบไม่รู้ตัว

“กรุงเทพธุรกิจ” รวบรวม 12 เกร็ดความรู้ที่ได้รับจากการอ่านและชมการ์ตูนเรื่อง “ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน” ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน” หรือ “โคนัน” การ์ตูนสืบสวนสอบสวนผลงานจากปลายปากกาของ อ.โกโช อาโอยามา ที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี (แต่เวลาในเรื่องกลับเดินมาแค่ครึ่งปี และเพิ่งรู้ตัวหัวหน้าชายชุดดำ) โดยในปัจจุบันทำยอดขายของมังงะโคนันทำไปแล้วกว่า 270 ล้านเล่มทั่วโลก ครองอันดับ 4 ของมังงะที่มียอดขายสูงสุดของโลก และออกมาแล้วทั้งสิ้น 107 เล่ม

ส่วนภาพยนตร์ก็ยังทำลายสถิติของตัวเองทุกปี โดยในปีนี้ “ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 28 ปริศนาภาพติดตามรณะ” (2025) ทำรายได้ในการฉายวันเปิดตัวอยู่ที่ 1,050 ล้านเยน มียอดตั๋วรับชม 690,000 ใบ ซึ่งทำลายสถิติรายได้ของการฉายในวันแรก แซงหน้ายอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะ มูฟวี่ 27 ของปี 2024 ด้วยความนิยมล้นหลามจึงทำให้โคนันยังไม่มีทีท่าว่าจะจับลงง่าย ๆ 

นอกจากเนื้อเรื่องสุดสนุก ชวนให้ได้ขบคิดไขคดีไปกับเจ้าเด็กแว่นยอดนักสืบ และมีคาแรกเตอร์หลากหลายที่ชวนให้ผู้คนตกหลุมรักแล้ว ในแต่ละคดี อ.โกโช ยังได้สอดแทรกเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ  ที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย

กรุงเทพธุรกิจ” รวบรวม 12 เกร็ดความรู้ที่ได้รับจากการอ่านและชมการ์ตูนเรื่องนี้ แต่ต้องเตือนไว้ก่อนว่าบทความนี้มีการสปอยด์เนื้อเรื่องบางส่วนของยอดนักสืบจิ๋วโคนัน

เกร็ดความรู้จาก ยอดนักสืบจิ๋ว ‘โคนัน’

1. ‘น้ำยาล้างห้องน้ำ+น้ำยาซักผ้าขาว’ ปล่อยก๊าซคลอรีนถึงตายได้
ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะซีรีส์ ปี 3
ตอนที่ 128-129 คดีห้องอาบน้ำที่ปิดล็อก
มังงะเล่มที่ 20

หากจะพูดถึงตอนที่เศร้าที่สุดของโคนัน ใครหลาย ๆ คนคงจะคิดถึง “คดีห้องอาบน้ำที่ปิดล็อก” ที่พี่สาวฆาตกรรมน้องสาวด้วยความเข้าใจผิด ซึ่งนอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องความเศร้าแล้วในคดีนี้ยังสอดแทรกความรู้ไว้อีกด้วย

ในคดีนี้คนร้ายตั้งใจจะใช้น้ำยาล้างห้องน้ำและน้ำยาซักผ้าขาวเป็นเครื่องมือฆาตกรรม เนื่องจากน้ำยาล้างห้องน้ำมี “กรดไฮโดรคลอริก” เป็นส่วนประกอบสำคัญ ส่วนน้ำยาซักผ้าขาวมีสาร “โซเดียมไฮโปคลอไรต์” หากนำน้ำยาทั้ง 2 ชนิดมาผสมกันจะทำให้เกิด “ก๊าซคลอรีน” ที่มีความเป็นพิษสูง เป็นอันตรายรุนแรงถึงขั้นทำให้ระบบทางเดินหายใจล้มเหลวและเลือดเป็นกรด ส่งผลให้เสียชีวิตได้

เกร็ดความรู้จาก ยอดนักสืบจิ๋ว ‘โคนัน’ 2. ‘ไซยาไนด์’ มีกลิ่นเหมือนอัลมอนด์
ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะซีรีส์ ปี 5
ตอนที่ 204-208 การคืนชีพที่เดิมพันด้วยชีวิต 
มังงะเล่มที่ 25-26

สารโพแทสเซียม ไซยาไนด์” เป็นหนึ่งในอาวุธสังหารยอดฮิตที่คนร้ายใช้ และมักจะมาพร้อมกับคำพูดประมาณว่า “มีกลิ่นอัลมอนด์ออกจากปาก แสดงว่าเขาถูกฆ่าโดยไซยาไนด์” จนกลายเป็นหนึ่งในเกร็ดความรู้ที่คนมักจะจำได้เสมอ เมื่อพูดถึงโคนัน

แม้ว่าก่อนหน้านี้ อ.โกโช อาโอยามา จะเคยหยิบไซยาไนด์มาใช้บ้างแล้ว แต่สารพิษนี้ถูกพูดถึงจริงจังในตอน “การคืนชีพที่เดิมพันด้วยชีวิต” ซึ่งเป็นอีเวนต์ใหญ่ที่ชินอิจิคืนร่างกลับมาไขคดีที่เกิดขึ้นระหว่างการแสดงละครเวที โดยในเรื่องระบุไว้ว่า ไซยาไนด์ทำให้ริมฝีปากและปลายเล็บของผู้ตายเป็นสีม่วงชมพู เพราะทำให้การส่งผ่านอิเล็กตรอนในเซลล์ถูกทำลาย ไม่สามารถใช้ออกซิเจนในเลือดได้

ไซยาไนด์” มีกลิ่นเฉพาะตัวเรียกว่ากลิ่นอัลมอนด์ขม (Bitter Almond) เนื่องจากในอัลมอนด์ขมก็มี “อะมิกดาลิน” (Amygdalin) ในรูปของสารประกอบที่มีลักษณะคล้ายน้ำตาล ถือแหล่งกําเนิดไฮโดรเจนไซยาไนด์ในธรรมชาติ ซึ่งต่างจากอัลมอนด์หวาน (Sweet Almond) ที่กินกันทั่วไป

 

เกร็ดความรู้จาก ยอดนักสืบจิ๋ว ‘โคนัน’ 3. ‘ฟัน’ ส่วนที่แข็งที่สุดในร่างกาย
ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะซีรีส์ ปี 6
ตอนที่ 268-269 ความลับของเหล่าไอดอล 
มังงะเล่มที่ 32

มีตอนหนึ่งที่โคนันได้ไปงานประกาศหมั้นของกลุ่มไอดอลชื่อดัง แต่ก็ไม่วายเกิดคดีขึ้นจนได้ ซึ่งทริคของคดีในครั้งนี้ใช้อวัยวะในร่างกายเป็นอาวุธ นั่นก็คือเล็บและฟัน

ฟัน” ถือเป็นกระดูกที่แข็งแรงที่สุดในร่างกายมนุษย์ โดยเคลือบฟัน (enamel) เป็นเนื้อเยื่อแข็งชั้นนอกที่มีความแข็งแรงมากที่สุดของฟัน มีสีขาว ผิวเป็นมัน ทำหน้าที่ห่อหุ้มและปกป้องเนื้อฟันด้านใน ด้วยความแข็งแรงคงทนนี้เองจึงทำให้ฟันถูกนำมาใช้ในการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลหรือชันสูตรศพ แต่ฟันจะแข็งแรงแต่ก็มีความเปราะ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องดูแลรักษาฟันให้ดี และหลีกเลี่ยงการกินอาหารที่แข็งเกินไป เพื่อให้ฟันอยู่กับเราไปนาน ๆ

 

เกร็ดความรู้จาก ยอดนักสืบจิ๋ว ‘โคนัน’ 4. ‘แมว’ กินนมวัวไม่ได้
ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะซีรีส์ ปี 10
ตอนที่ 466 ทางไปโรงเรียนที่เป็นความลับสุดยอด 
มังงะเล่มที่ 49

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า “แมว” ไม่สามารถกินนมวัวได้ บางครั้งอาจจะเผลอให้แมวกินนมวัว และพบว่าน้อง ๆ ท้องเสีย และไม่ยอมกินนมวัวอีก ในโคนันก็มีเรื่องราวทำนองนี้เช่นกัน พร้อมได้ให้ข้อมูลไว้ว่า ร่างกายของแมวไม่มีเอนไซม์ที่ใช้ย่อยน้ำตาลในนมวัว และสารอาหารในนมวัวที่เป็นสัตว์กินพืช ก็ไม่เหมาะกับแมวที่เป็นสัตว์กินเนื้อ ดังนั้นหากแมวกินนมเพียว ๆ ก็จะทำให้ท้องเสีย

ควรใช้นมผงสำหรับเด็กมาชงกับน้ำอุณหภูมิประมาณ 38 องศาเซลเซียส โดยต้องเจือจางกว่าปรกติประมาณ 2 เท่า แต่ควรใช้เฉพาะในกรณีที่ไม่มีนมสำหรับแมว หรือไม่มีร้านขายอาหารสัตว์

 

เกร็ดความรู้จาก ยอดนักสืบจิ๋ว ‘โคนัน’ 5. การรักษา ‘ลูคีเมีย’ ทำให้กรุ๊ปเลือดเปลี่ยน
ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะซีรีส์ ปี 11
ตอนที่ 538-551 ดำปะทะแดงเดือด 
มังงะเล่มที่ 57

กรุ๊ปเลือด” เป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดชีวิต แต่สำหรับบางคนที่ “ปลูกถ่ายไขกระดูก” ในการรักษาโรคลูคีเมีย ร่างกายของผู้ที่ได้รับบริจาคเลือดก็จะเปลี่ยนไปเป็นเลือดกรุ๊ปเดียวกับผู้บริจาค

ดังเช่น “ฮอนโด เอย์สึเกะ” ที่เป็นโรคลูคีเมีย ก่อนที่จะได้รับการผ่าตัดโดยใช้ไขสันหลังของพี่สาวของตนในภายหลัง จนกรุ๊ปเลือดของเขาเปลี่ยนจากกรุ๊ป O เป็น AB ตามพี่สาวหลังจากได้รับการผ่าตัด 

 

เกร็ดความรู้จาก ยอดนักสืบจิ๋ว ‘โคนัน’

6. วิธีลด ‘ไฟฟ้าสถิต’ 
ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะซีรีส์ ปี 12
ตอนที่ 575-576 ดอกไม้ไฟสีฟ้าแห่งความแค้น
มังงะเล่มที่ 61

เวลาหน้าหนาว หรือผิวแห้ง มักจะเกิด “ไฟฟ้าสถิต” ได้ง่าย โดยเฉพาะเวลาเดินเข็นรถชอปปิ้งในห้าง หรือประตูรถ หรือแม้แต่เดินเฉียดกับคนข้าง ๆ ก็เกิดอาการช็อตเปรี๊ยะ ๆ ขึ้นได้ ปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นจากการเสียดสีกันของวัตถุ 2 ชนิด เช่น เวลาใส่เสื้อขนสัตว์หรือผ้าร่ม แล้วเดินแกว่งแขน จนเกิดการเสียดสีระหว่างผิวหนังและเสื้อ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนอิเล็กตรอนขึ้น ร่างกายรับประจุไฟฟ้าบวกมาจำนวนมาก เมื่อไปสัมผัสกับลูกบิดประตูที่เป็นโลหะจะเกิดการถ่ายประจุลบเข้ามาอย่างรวดเร็ว เพื่อให้มีประจุเป็นกลาง จึงเกิดไฟฟ้าสถิตขึ้น  

ในโคนันเองก็มีคดีฆาตกรรมที่อาศัยประโยชน์จากไฟฟ้าสถิต โดยโคนันได้บอกวิธีกำจัดไฟฟ้าสถิตง่าย ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ปรกติแล้วคนส่วนใหญ่มักจะกลัวไฟฟ้าสถิตและใช้เพียงนิ้วเดียวลองจับต้อง แต่การจับไปเต็ม ๆ มือจะช่วยให้ถ่ายเทไฟฟ้าออกไปได้ง่าย จึงไม่เกิดการช็อตออกมา เช่น ตอนจะลงจากรถให้เอามือแตะที่หลังคารถก่อน ส่วนก่อนจะขึ้นรถก็ให้เอามือแตะพื้นก่อน ถ้าเป็นลูกบิด ให้เอามือแตะที่กำแพง เพื่อระบายไฟฟ้าสถิตที่ะสะสมอยู่ออกไป 

Sekaiichi Uketai Jugyou รายการของประเทศญี่ปุ่น ได้จัด 7 อันดับสาระโคนันที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน โดยยกให้วิธีลดไฟฟ้าสถิตเป็นเกร็ดความรู้ที่ได้ใช้ประโยชน์มากที่สุดเป็นอันดับ 1

 

เกร็ดความรู้จาก ยอดนักสืบจิ๋ว ‘โคนัน’ 7. ‘แผลเป็น’ มีขนาดเท่าเดิม ไม่โตตามร่างกาย
ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะซีรีส์ ปี 12
ตอนที่ 583-584 แผลเป็นที่เรียกหาอดีต 
มังงะเล่มที่ 64

มีเศรษฐินีคนนึงมาจ้างนักสืบโมริให้ตามหา เด็กชายในความทรงจำที่เคยช่วยชีวิตเธอเอาไว้ เพื่อจะมอบลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เป็นการตอบแทน โดยมีเบาะแสว่า เด็กชายคนนั้นมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่จากไหล่ซ้ายไปไหล่ขวา และมีผู้ชายที่มีแผลเป็นยาวมาสวมรอยแอบอ้างว่าเป็นเด็กชายคนนั้น เพราะเข้าใจว่ารอยแผลจะยาวขึ้นเมื่อโตขึ้น แต่ความจริงแล้ว แผลที่เกิดขึ้นในตอนเด็ก เมื่อเกิดแล้ว จะมีขนาดเท่าเดิม ไม่โตตามร่างกาย

ข้อมูลจากผศ. นพ.ธีรพงษ์ รัตนนุกรม สาขาวิชาโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์  คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า รอยแผลเป็น เกิดขึ้นจากกระบวนการซ่อมแซมและสมานบาดแผลที่ผิดปกติของร่างกาย ทำให้มีคอลลาเจนที่อัดแน่นอย่างไม่เป็นระเบียบที่ใต้ชั้นผิว ส่งผลให้เกิดรอยแผลเป็นผิดปกติที่ผิวหนัง

 

เกร็ดความรู้จาก ยอดนักสืบจิ๋ว ‘โคนัน’ 8. สาเหตุที่ชุดผ่าตัดเป็นสีเขียว
ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะซีรีส์ ปี 12
ตอนที่ 609-612 คฤหาสน์แห่งความตายและกำแพงสีแดง
มังงะเล่มที่ 65

"กำแพงสีแดง” เป็นอีกหนึ่งตอนที่อยู่ในความทรงจำของผู้ชมโคนันอย่างมาก ทั้งเนื้อเรื่องเข้มข้นพูดถึงสีและภาพติดตา ไดอิ้งแมสเสจที่คนตายทิ้งไว้ และยังเปิดตัว “โมโรฟุชิ ทาคาอากิ”  สารวัตรจากกรมตำรวจนากาโนะ หรือที่รู้จักในชื่อ “โคเมย์” ตำรวจผู้ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “ขงเบ้ง” (และชอบพูดสำนวนที่ฟังแล้วก็งง ๆ ต้องให้รันคอยช่วยแปลให้)

โดยในคดีนี้มีการอธิบายทฤษฎี “ภาพติดตา” เอาไว้ว่า เป็นการจ้องมองสีใดสีหนึ่งเป็นเวลานาน ๆ พอเวลาหันไปมองที่อื่น สีที่มองมายังคงเหลือเป็นภาพติดตาเหลืออยู่เป็นคู่สีตรงข้าม เหมือนกับ “ชุดผ่าตัด” ที่เป็นสีเขียว เพราะหมอผ่าตัดต้องเห็นสีแดงจากเลือดเป็นจำนวนมาก เกิดเป็นภาพติดตา จนไม่มีสมาธิในการทำงาน ดังนั้นจึงทำให้อุปกรณ์ทุกอย่างของหมอเป็นสีเขียว ตั้งแต่เครื่องแต่งกายไปจนถึงผ้าคลุม เมื่อหมอเงยหน้าขึ้นมามอง ก็จะช่วยในการปรับสมดุลสายตากับการรับรู้สีของสมอง ทำให้ตาไม่เพี้ยน

 

เกร็ดความรู้จาก ยอดนักสืบจิ๋ว ‘โคนัน’ 9. ใช้กรรไกรตัดแก้วได้ในน้ำ 
ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะซีรีส์ ปี 18
ตอนที่ 916-917 เหตุเกิดเหมือนเมื่อ 17 ปีก่อน
มังงะเล่มที่ 89-90

ตามปรกติแล้ว จะไม่สามารถตัดแก้วด้วยกรรไกรได้ มันจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ แต่หากตัดในน้ำจะสามารถตัดแก้วได้ในน้ำโดยไม่แตก จากปรากฏการณ์เชิงกลเคมีที่เรียกว่า “Rehbinder Effect” ที่โมเลกุลของน้ำจะแทรกซึมเข้าไปในแก้ว ทำให้แก้วอ่อนตัวลง จนสามารถตัดออกมาได้ตามต้องการ โดยปรากฏการณ์นี้ตั้งชื่อตาม ปิออเตอร์ อเล็กซานโดรวิช เรห์บินเดอร์ นักวิทยาศาสตร์ชาวโซเวียต ผู้นำเสนอทฤษฎีนี้เป็นคนแรก

สำหรับ Rehbinder Effect ถูกพูดถึงในโคนันตอน “เหตุเกิดเหมือนเมื่อ 17 ปีก่อน” ที่ผู้ตายได้ตัดกระจกออกเพื่อใช้เป็นข้อความระบุตัวคนร้าย ซึ่งเหมือนกับเหตุการณ์การฆาตกรรม “ฮาเนดะ โคจิ” นักแข่งโชงิมืออาชีพที่ตายไปเมื่อ 17 ปีก่อน และเป็นการเปิดตัว “รัม” (Rum) โค้ดเนมของเบอร์สององค์กรชายชุดดำเป็นครั้งแรก

 

เกร็ดความรู้จาก ยอดนักสืบจิ๋ว ‘โคนัน’ 10. ระยะศอกถึงข้อมือเท่ากับขนาดของฝ่าเท้า  
ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะซีรีส์ ปี 18
ตอนที่ 921-922 เวทีแห่งการทรยศ 
มังงะเล่มที่ 90 

ร่างกายของมนุษย์ถูกวิวัฒนาการขึ้นมา เพื่อให้เกิดสมดุลและเคลื่อนไหวได้ดี หลาย ๆ ส่วนของร่างกายจึงมีอัตราส่วนความยาวเท่ากันในลักษณะสมมาตร หนึ่งในนั้น คือ ความยาวจากข้อมือถึงข้อพับแขนเท่ากับความยาวของเท้า และไม่น่าเชื่อว่าโคนันก็จะเอาข้อมูลนี้มาใช้ในการหาตัวคนร้ายด้วยเช่นกัน

ในตอน “เวทีแห่งการทรยศ” เป็นการเผชิญหน้ากันของศัตรูคู่อาฆาตอย่าง “อามุโร โทโอรุ” ชายผู้มีสามตัวตน กับ “อากาอิ ชูอิจิ” ในร่างของ “โอกิยะ สึบารุ” แต่ก็ไปพัวพันกับการเสียชีวิตของนักร้องดัง ที่ถูกแขวนคอเสียชีวิตอยู่กลางฮอลล์คอนเสิร์ต ในคดีนี้มีการม้วนเก็บเชือกโดยใช้การพันรอบแขน ซึ่งเชือกในที่เกิดเหตุที่ถูกเก็บไว้มีขนาดประมาณเท้าของรัน โคนันจึงรู้ได้ว่าคนที่ก่อคดีน่าจะเป็นคนตัวเล็กเป็นคนม้วน

 

เกร็ดความรู้จาก ยอดนักสืบจิ๋ว ‘โคนัน’ 11. ทำความสะอาดคราบเลือดบนเสื้อผ้าด้วย ‘หัวไชเท้า’
ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะซีรีส์ ปี 19
ตอนที่ 949-950 โชว์สืบสวนสไลต์เอโดะข้างบ้าน 
มังงะเล่มที่ 92

หัวไชเท้า” มีเอนไซม์โปรตีเอส (Protease) สามารถทำให้โปรตีนแยกตัวได้ ซึ่งสามารถใช้ทำความสะอาดคราบเลือดบนเสื้อผ้าได้ด้วย โดยนำหัวไชเท้าห่อในผ้า แล้วนำไปแปะที่รอยเลือดทั้งหน้าและหลังให้ชุ่ม จากนั้นนำกระดาษทิชชูซับออก เลือดก็จะหลุดออกมา ถ้าทำซ้ำ 3-4 รอบรอยเลือดก็จะหายไป ทั้งนี้สารชนิดนี้ก็มีอยู่ในขิงด้วยเช่นกัน

ข้อมูลนี้ปรากฏอยู่ในตอน “โชว์สืบสวนสไลต์เอโดะข้างบ้าน” ซึ่งเป็นตอนแรกที่ “วากิตะ คาเนะโนริ” พนักงานที่ทำงานอยู่ในร้านเบกะอิโรฮะซูชิ ปรากฏตัว (และเฉลยในภายหลังว่าเป็นรัมปลอมตัวมา)

เกร็ดความรู้จาก ยอดนักสืบจิ๋ว ‘โคนัน’ 12. สัญญาณมือขอความช่วยเหลือสากล
ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะซีรีส์ ปี 23
ตอนที่ 1167-1168 ทาคางิกับดาเตะคำสัญญาในสมุดบันทึก
มังงะเล่มที่ 101-102

ในยอดนักสืบจิ๋วโคนัน มีการใช้รหัสมอร์ส รหัส SOS มาใช้ขอความช่วยเหลือหลายต่อหลายครั้ง และล่าสุดก็มีการใช้ “สัญญาณมือขอความช่วยเหลือสากล” (Signal for Help) ด้วย สัญลักษณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นในปี 2020 โดยมูลนิธิสตรีแคนาดา (Canadian Women's Foundation) ที่คิดค้นเพื่อให้เหยื่อสามารถขอความช่วยเหลือจากบุคคลอื่นแบบลับ ๆ เมื่อถูกคุกคามหรือตกอยู่สถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย จากความรุนแรงจากคนในครอบครัวและคนใกล้ชิด หรือการลักพาตัว

สัญญาณมือนี้ สามารถทำได้ด้วยมือเพียงข้างเดียวในลักษณะการหันฝ่ามือออกด้านนอก พับนิ้วหัวแม่มือบนฝ่ามือ แล้วนำนิ้วที่เหลืออีกสี่นิ้วมาปิดนิ้วบนนิ้วหัวแม่มืออีกที โดยในโคนันเอามาใช้ในคดีที่เด็กชายชาวต่างชาติถูกลักพาตัว และหมวดทาคางิได้โชว์สกิลบู๊สุดเท่ สมเป็นผู้ชายธงเขียวอีกด้วย

ที่มา: art ofCreative ThailandThe MatterRama Channel

กราฟิก: รัตนากร หัวเวียง

เกร็ดความรู้จาก ยอดนักสืบจิ๋ว ‘โคนัน’