วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

เหตุ 'กราดยิง' ที่เหยื่อเป็นผู้หญิง อาจไม่ใช่รูปแบบ 'Femicide' เสมอไป

เหตุ 'กราดยิง' ที่เหยื่อเป็นผู้หญิง อาจไม่ใช่รูปแบบ 'Femicide' เสมอไป

การก่อเหตุ “กราดยิง (Active Shooter)” ที่มีเหยื่อเป็นผู้หญิง อาจไม่ใช่ความรุนแรงที่เรียกว่า “Femicide” เสมอไป เพราะมีนิยาม รูปแบบ และลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน

จากกรณีเหตุ “กราดยิงพารากอน” หลายคนสงสัยว่าผู้ก่อเหตุเจาะจงเลือกเหยื่อที่เป็น “ผู้หญิง” หรือไม่? เรื่องนี้ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงยังไม่สามารถฟันธงได้ว่านี่เป็นอาชญากรรมแบบ Femicide หรือความรุนแรงที่เลือกเหยื่อเฉพาะผู้หญิง อีกทั้งการก่อเหตุแบบ Femicide มีนิยามของรูปแบบและลักษณะการก่อเหตุที่แตกต่างไปจากลักษณะของ Active Shooter 

 

  • Active Shooter และ Mass Shooting คืออะไร?

ข้อมูลจาก USAfacts.org ระบุถึงคำว่า “กราดยิง” หรือ Active Shooter หรือ Mass Shooting ตามนิยามจากหน่วยงาน FBI ไว้ว่า Active Shooter คือ บุคคลที่มีส่วนร่วมในการสังหารหรือพยายามสังหารผู้คนในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น (ตามนิยามดังกล่าวไม่ได้เจาะจงว่าผู้ก่อเหตุเลือกเหยื่อเป็นหญิงหรือชายหรือเด็กหรือผู้ใหญ่) 

เมื่อมีรายงานผู้ก่อเหตุกราดยิง แสดงว่าเหตุการณ์นั้นมีลักษณะที่มือปืนกำลังดำเนินการก่อเหตุต่อเนื่องอยู่สักระยะ ก่อนที่เจ้าหน้าที่เข้าไปควบคุมเหตุได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่อาจใช้เวลานานในการควบคุมเหตุ และสถานการณ์ของเหยื่อที่ถูกกราดยิงไม่ได้จบลงด้วยการเสียชีวิตเสมอไป

ส่วนคำว่า Mass Shooting ก็มีความหมายในทำนองเดียวกัน คือ เป็นเหตุอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนซึ่งให้ผลลัพธ์ที่หลากหลาย (อาจมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก, อาจมีผู้บาดเจ็บแต่ไม่มีผู้เสียชีวิต, อาจมีทั้งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ)

 

  • ความรุนแรงแบบ Femicide ผู้ก่อเหตุเป็นคนในครอบครัว ไม่ใช่คนนอก

ในขณะที่การก่อเหตุในรูปแบบที่เรียกว่า “Femicide” นั้น หมายถึง การทำร้ายร่างกายเหยื่อที่เป็นผู้หญิงจนถึงแก่ความตาย โดยผู้ก่อเหตุมักเป็นผู้ชายในครอบครัวหรือคนรัก ซึ่งมีสาเหตุมาจากปัญหาความรุนแรงในครอบครัวหรือความรุนแรงในความสัมพันธ์

นอกจากนี้หากมองในบริบททางจิตวิทยา คำว่า Femicide ยังหมายถึง การมีพฤติกรรมตอบสนองต่อความรู้สึกเกลียด ดูถูก ดูแคลน หรือเหยียดหยามเพศหญิง โดยผู้ก่อเหตุมักเป็นเพศชายที่มีความเชื่อว่าผู้หญิงเป็นทรัพย์สินที่สามารถครอบครองได้ เมื่อตนสามารถทำให้ผู้หญิงอยู่ใต้บังคับบัญชาหรือสามารถควบคุมได้ ก็จะรู้สึกภูมิใจ มีเกียรติ

ที่ผ่านมาพบว่ามีอาชญากรรมในรูปแบบ Femicide เกิดขึ้นทั่วโลกและมีจำนวนมากขึ้น จากรายงานการฆาตกรรมผู้หญิงของ สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) และ องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UN Women) พบว่า ในปี 2021 มีผู้หญิงและเด็กทั่วโลกมากถึง 81,100 คน ถูกฆ่าโดยเจตนา โดยเด็กและผู้หญิงจำนวน 4.5 หมื่นคน (ประมาณ 56%) เสียชีวิตด้วยฝีมือของคนรัก คนสนิท หรือสมาชิกในครอบครัว โดยเฉลี่ยในทุก 1 ชั่วโมง จะมีเด็กหรือผู้หญิงมากกว่า 5 คน ถูกฆ่าโดยคนใกล้ชิด

ทั้งนี้ แรงจูงใจของ Femicide ต้องมีความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่เชื่อมโยงกับเพศ หากเป็นการฆ่าตัวตายหรือถูกฆ่าโดยคนเพศเดียวกันจะไม่นับว่าเป็น Femicide 

ยกตัวอย่างกรณี Femicide ที่เกิดกับเหยื่อผู้หญิงในประเทศอินเดีย แม้ว่าผู้หญิงอินเดียยุคใหม่จะมีอำนาจทางการเงิน มีอาชีพก้าวหน้ามั่นคง หรือมีหน้ามีตาทางสังคมมากขึ้น แต่ปัญหาการถูกทำร้ายจากผู้ชายในครอบครัวยังไม่ลดลง แถมยังพบว่ามีผู้หญิงที่ถูกทำร้ายโดยคนรักหรือคนในครอบครัวเพิ่มมากขึ้นอีกต่างหาก โดยจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ที่เปิดเผยกับสำนักข่าว Deutsche Welle (DW) พบว่า ความรุนแรงทางเพศที่เกิดขึ้นจากผู้ชายนั้น เป็นการกระทำที่แสดงออกถึงความเป็น “ปิตาธิปไตย” ในสังคมนั้นๆ 

 

  • การก่อเหตุความรุนแรงต่างๆ ทั่วโลก มีนิยามแตกต่างกัน ไม่สามารถเหมารวมเป็นแบบเดียวได้

นอกจากนี้ นิยามของการก่อเหตุ "กราดยิง" ยังมีความแตกต่างจาก "การสังหารหมู่" และ "การฆาตกรรมต่อเนื่อง" อีกด้วย แม้ว่าเหตุเหล่านั้นจะมีผลให้เกิดการสูญเสียชีวิตจำนวนมากเหมือนกัน แต่มีรูปแบบและลักษณะที่แตกต่างกัน กล่าวคือ

การสังหารหมู่ (Mass Murder, Mass Killing) หมายถึง เหตุการณ์อันตรายร้ายแรงที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยไม่คำนึงถึงอาวุธที่ใช้ นอกจากนี้ยังมีรายงานจาก (Congressional Research Service (CRS) ระบุว่า การฆาตกรรมหมู่ คือ การก่อเหตุฆาตกรรมซ้ำๆ หลายครั้ง ซึ่งมีเหยื่อผู้เสียชีวิตตั้งแต่ 4 รายขึ้นไป ภายในเหตุการณ์เดียวกัน และในสถานที่แห่งเดียวกันหรือในแห่งอื่นๆ ด้วย แต่มีพื้นที่ใกล้เคียงกันทางภูมิศาสตร์

การฆาตกรรมต่อเนื่อง (Serial Killer) หมายถึง การก่อเหตุฆาตกรรมผู้อื่นอย่างผิดกฎหมาย โดยมีเหยื่อถูกฆาตกรรมอย่างน้อย 2 คนขึ้นไป โดยถูกกระทำจากบุคคลคนเดียวกัน การก่อเหตุลักษณะนี้มักเป็นเหตุการณ์ที่แยกจากกัน และ/หรือ เกิดขึ้นในระยะเวลาที่แตกต่างกัน โดยใช้ระยะเวลาก่อเหตุมากกว่า 1 เดือน

ท้ายที่สุดแล้ว การก่อเหตุกราดยิงไม่ว่าจะมีความจงใจในการเลือกเหยื่อที่เป็นผู้หญิงหรือไม่ก็ตาม แต่ประเด็นสำคัญมากกว่านั้นคือ เหตุการณ์ดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและผู้ประกอบการในวงกว้าง และยิ่งนับวันก็ยิ่งจะพบการก่อเหตุลักษณะนี้บ่อยขึ้น ดังนั้น ภาครัฐจึงควรเร่งหาวิธีป้องกันเหตุ รวมถึงวิธีแจ้งเตือนเหตุลักษณะนี้แก่ประชาชนให้รวดเร็วอย่างทันท่วงที ส่วนประชาชนเองก็ควรเรียนรู้และฝึกฝนวิธีการรับมือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเหล่านี้ให้มากขึ้น

--------------------------------

อ้างอิง : USAfacts.org, The New York TimesUNODC.org, DW, CrimeMuseum.org