วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

'Motherhood on ice' เมื่อผู้ชายดีๆ หายาก ผู้หญิงจึง 'ฝากไข่' รอคนที่ใช่กว่า

'Motherhood on ice' เมื่อผู้ชายดีๆ หายาก ผู้หญิงจึง 'ฝากไข่' รอคนที่ใช่กว่า

ปรากฏการณ์ "Motherhood on ice" กำลังแพร่ขยายในสังคมยุคใหม่ เมื่อสาววัยกลางคนที่ร่ำรวย การศึกษาสูง การงานก้าวหน้า นิยมใช้บริการ "ฝากไข่" มากขึ้น เพราะยังไม่เจอผู้ชายที่เท่าเทียมกันหรือเหมาะที่จะแต่งงานด้วย

Key Points: 

  • ยุคนี้ผู้หญิงวัยทำงานที่ยังไม่แต่งงานในสหรัฐ นิยม "ฝากไข่" มากขึ้น เพราะผู้ชายที่เหมาะสมทั้งการศึกษา-ฐานะทางสังคม หายากขึ้นทุกวัน
  • พวกเธอเหล่านั้นเป็นผู้หญิงในช่วงอายุ 30 ปีปลายๆ ซึ่งเป็นวัยทำงานที่มีรายได้สูง ส่วนใหญ่เป็นโสด และประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน
  • คาดการณ์ว่าผู้หญิงที่สำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในอเมริกา เมื่อเทียบกับผู้ชาย คิดเป็นอัตรา 2:1 คน ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เกิดความไม่สมดุลอย่างสิ้นเชิงในการหาคู่ที่เท่าเทียมกัน

สาวๆ วัยกลางคนในสหรัฐอเมริกาที่มีการศึกษาดี ทำงานเก่ง มีความก้าวหน้าในอาชีพการงาน นิยมใช้บริการธุรกิจ "ฝากไข่" หรือ "แช่แข็งเซลล์ไข่" มากขึ้น เพื่อที่จะยืดอายุการเจริญพันธุ์ของตน เนื่องจากพวกเธอพบว่า ผู้ชายที่เหมาะสมกับตนเองทั้งในแง่การศึกษาและฐานะทางสังคมนั้นหายากขึ้นทุกวัน จึงเลือกที่จะเก็บไข่ไว้รอคู่ครองที่เหมาะสมที่จะสร้างครอบครัวด้วย 

มาร์เซีย ซี อินฮอร์น อาจารย์หัวหน้าภาควิชามานุษยวิทยาและนักวิจัยในมหาวิทยาลัยเยล (Yale) สหรัฐอเมริกา พบว่า ในยุคนี้ผู้หญิงวัยทำงานที่ยังไม่แต่งงานนิยม "ฝากไข่" มากขึ้น จึงเกิดข้อสงสัยว่า มีเหตุปัจจัยใดที่ทำให้พวกเธอตัดสินใจอย่างนั้น 

 

  • ผู้ชายถากถางผู้หญิงที่ใช้บริการฝากไข่ว่า "เป็นพวกลัทธิสตรีนิยม"

ก่อนหน้านี้เธอเคยได้ยินคำพูดในเชิงเยาะเย้ยถากถางจากผู้ชายบางคนที่มองผู้หญิงที่ใช้บริการฝากไข่ว่า  มักเป็นผู้หญิงที่ชอบควบคุมทุกอย่าง, เป็นพวกใช้การแพทย์แทรกแซงธรรมชาติ, เป็นพวกลัทธิสตรีนิยม, เป็นพวกที่ไร้เดียงสา หรือโง่เขลา จนติดกับดักการตลาดของอุตสาหกรรมการเจริญพันธุ์ ฯลฯ

จากข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการวิเคราะห์ดังกล่าว ทำให้อาจารย์อินฮอร์นอยากหาคำตอบที่ชัดเจนและถูกต้องมากขึ้น เธอจึงเริ่มทำการวิจัยจากการตั้งสมมติฐานว่า "อาชีพและการศึกษามีส่วนผลักดันให้ผู้หญิงวัยกลางคนในสหรัฐนิยมฝากไข่หรือไม่?" โดยอาจารย์อินฮอร์นได้ทำวิจัยแบบสัมภาษณ์เชิงลึกผ่านกลุ่มตัวอย่าง 150 คน ซึ่งถือเป็นการศึกษาทางมานุษยวิทยาที่ใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ช่วงเกือบ 10 ปีก่อนจนถึงปัจจุบัน ในการค้นหาคำตอบว่าทำไมผู้หญิงถึงต้องแช่แข็งเซลล์ไข่ของตัวเอง

ผลการวิจัยพบว่า สาเหตุของปัญหานี้เกิดจาก "ผู้ชาย" ไม่ใช่เกิดจากตัวผู้หญิงเอง โดยปัจจัยหลักที่ผลักดันผู้หญิงในสหรัฐอเมริกานิยมไป "ฝากไข่" ก็คือ การขาดแคลนผู้ชายที่ได้รับการศึกษาที่เหมาะสมกับพวกเธอ ในบรรดาผู้หญิงทั้ง 150 คนนั้น มี 36 คนใช้บริการฝากไข่ด้วยเหตุผลทางการแพทย์ และที่เหลือเป็นผู้หญิงที่มีสุขภาพดีที่เลือกจะฝากไข่ด้วยเหตุผลส่วนตัว (มีทั้งผู้หญิงแท้ ผู้หญิงที่ชอบเพศเดียวกัน และผู้หญิงที่เป็น Bisexual)

โดยพวกเธอเหล่านั้นเป็นผู้หญิงที่แช่แข็งเซลล์ไข่มักจะอยู่ในช่วงอายุ 30 ปลายๆ ซึ่งเป็นมืออาชีพที่มีรายได้สูง (ทั้งในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร) และส่วนใหญ่เป็นโสด อีกทั้งพวกเธอเป็นผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน และในขณะเดียวกันก็มองหาคู่ครอง แต่พวกเธอกลับไม่สามารถหาคู่ครองที่เหมาะสมที่จะแต่งงานและมีทายาทกับพวกเธอได้

 

  • การ "ฝากไข่" ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนช่องว่างทางการศึกษาที่กว้างขึ้น

อาจารย์อินฮอร์น อธิบายว่า สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างที่เพิ่มขึ้นระหว่างชายและหญิงในการเข้าสู่การศึกษาระดับอุดมศึกษา มีข้อมูลจากหลายแหล่งรายงานว่า ในปี 2019 มีผู้หญิงสำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษามากกว่าผู้ชายถึง 28% ในสหรัฐอเมริกา

ต่อมาเมื่อเร็วๆ นี้ ก็มีข้อมูลอัปเดตใหม่ที่คาดการณ์ว่า ผู้หญิงที่สำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในอเมริกา เมื่อเทียบกับผู้ชายที่สำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยนั้น จะเพิ่มขึ้นอีกโดยคิดเป็นอัตรา 2:1 คน ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เกิดความไม่สมดุลอย่างสิ้นเชิงในการหาคู่ที่เท่าเทียมกัน

ช่องว่างทางการศึกษานี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสหรัฐอเมริกาเท่านั้น มีความเหลื่อมล้ำทางเพศในแง่ของการศึกษาสูงนั้น กำลังเพิ่มมากขึ้นทั้งในแคนาดาและยุโรป โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักร

ผู้หญิงหลายคนที่เข้าร่วมเป็นกลุ่มตัวอย่างของงานวิจัยชิ้นนี้ ระบุว่า พวกเธอต้องการความสัมพันธ์ที่เท่าเทียม ซึ่งมักหมายถึงการหาคนที่มีการศึกษาระดับเดียวกัน แต่ก็ยังมีบางคนบอกว่า แม้ไม่ได้มองหาผู้ชายที่การศึกษาเท่าเทียม แต่เธอก็ยังหาคู่เดทในแอปฯ หาคู่ได้ยากอยู่ดี 

 

  • ยิ่งผู้หญิงเรียนจบสูง โปรไฟล์ดี การงานดี ก็ยิ่งหาสามียาก?!

เนื่องจากพอผู้ชายเห็นโปรไฟล์ของพวกเธอและพบว่าหญิงสาวคนนี้เรียนจบสูง มีหน้าที่การงานดี ก็มักจะไม่สานต่อความสัมพันธ์เพราะรู้สึกถูกข่มขู่โดยความสำเร็จของผู้หญิง ทำให้ผู้หญิงที่เรียนจบสูงต้องปรับเปลี่ยนโปรไฟล์ โดยลดระดับทางการศึกษาลง บางคนถึงขั้นจ้างผู้เชี่ยวชาญมาช่วยจัดทำโปรไฟล์ให้ก็มี

“บางครั้งเมื่อผู้ชายเจอผู้หญิงที่โปรไฟล์ดีกว่า พวกเขาจะพูดล้อเล่นหรือดูถูกตัวเองเกี่ยวกับงานของพวกเขา เช่น ผู้ชายมักจะพูดว่า 'คุณฉลาดกว่าผม ผมเลยไม่สามารถออกไปเดทกับคุณได้' ซึ่งผู้ชายบางคนเป็นแบบนี้จริงๆ” อาจารย์นักมานุษยวิทยากล่าว

นอกจากนี้ อาจารย์อินฮอร์นยังพบด้วยว่า อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงยุคนี้นิยมไปฝากไข่มากขึ้น เนื่องมาจากพวกเธอมักเจอกับผู้ชายพวกที่ไม่อยากออกเดทกับผู้หญิงที่การงาน-การศึกษาดี หรือไม่ก็เจอแต่ผู้ชายที่รักสนุก ไม่เต็มใจที่จะผูกพันกับพวกเธออย่างลึกซึ้ง และไม่พร้อมสำหรับการเป็นพ่อคน บางคนเรียกผู้ชายกลุ่มนี้ว่า "ปีเตอร์ แพน" หรือผู้ชายที่ไม่รู้จักโต แม้พวกเขาจะมีการศึกษาดี ร่ำรวย มีฐานะทางสังคม แต่พวกเขาแค่อยากสนุกไปวันๆ ไม่ใช่คนที่จะเป็นคู่ชีวิตของใครได้ในช่วงวัย 40-50 ปี

ในอนาคตอาจารย์อินฮอร์นคาดการณ์ว่า การฝากไข่เพื่อการวางแผนชีวิตครอบครัวของผู้หญิง จะเพิ่มขึ้นในหมู่ผู้หญิงช่วงอายุ 20 กลางๆ ถึง 20 ปลายๆ แต่ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ที่ไม่เท่าเทียมกับผู้ชายนั้น จะยังคงเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ผู้หญิงเลือกฝากไข่มากขึ้น

-----------------------------------

อ้างอิง : TheGuardian