วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประสบการณ์ คือข้อได้เปรียบ  เมื่อวัยเกษียณหยิบ AI มาใช้

วันนี้ประเทศไทยมีผู้อายุ 60 ปีขึ้นไปราว 14.46 ล้านคน หรือประมาณ 22% ของประชากร 65.7 ล้านคน ตามประมาณการกลางปี 2568 ของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล

การสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 พบว่าผู้อายุ 60 ปีขึ้นไปใช้อินเทอร์เน็ต 67.3% แปลว่าผู้สูงอายุราวสองในสามคนออนไลน์อยู่แล้ว

ในสหรัฐ AARP องค์กรด้านผู้สูงอายุรายใหญ่ สำรวจพบว่าคนอายุ 50 ปีขึ้นไปที่ใช้ Generative AI เพิ่มจาก 9% ในปี 2023 เป็น 18% ในปี 2024 หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัวภายในปีเดียว จาก “ออนไลน์อยู่แล้ว” ไปสู่ “ใช้ AI เป็น”

ตลอดครึ่งปีที่สอนคลาส AI เบื้องต้นในคอมมูนิตี้ Young Happy มีคนมาเรียนแล้วกว่า 100 คน ตั้งแต่วัยก่อนเกษียณไปจนถึงวัย

 79 ปี แต่ละคนมาพร้อมเหตุผลของตัวเอง บางคนมีงานที่อยากทำให้สำเร็จ บางคนแค่อยากรู้ ผู้เรียนที่อาวุโสที่สุดในคลาสอายุ 79 ปี เหตุผลที่มาเรียน คืออยากรู้ว่า AI คืออะไร หลังจบคลาสแล้วสามารถใช้ AI วางแผนเที่ยวเชียงใหม่ เป็นทริปที่คิดมาให้เหมาะกับตัวเองและภรรยา ที่เดินทางได้จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ถอดรหัส ‘ภัยเงียบ’ สังคมสูงวัย อาการ ‘ชราตามวัย’ ที่คร่าชีวิตภายใน 5 สัปดาห์

แพทย์เตือน 'โรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV' เสี่ยงในเด็ก-ผู้สูงอายุ

จากที่ได้สอนมาผู้เขียนพบว่า วัยก่อนเกษียณและเพิ่งเกษียณก้าวข้ามรอยต่อนี้ได้อย่างมั่นใจที่สุดๆ ส่วนหนึ่งเพราะพวกเขามีโจทย์ในใจชัดเจนมีเรื่องจริงที่อยากแก้ เคยทำทุกอย่างด้วยมือตัวเองมาก่อน เคยสรุปงานเอง วางแผนเอง ตัดสินใจเรื่องเงินเอง มองออกว่าคำตอบ AI ตอบมา ถูกทางหรือเปล่า ควรถามต่ออย่างไร ประสบการณ์ที่สั่งสมมาทั้งชีวิตจึงกลายเป็นเครื่องมือตรวจงานของ AI ที่ไม่มีใครสอนให้ได้

ตัวเลขจาก AARP สะท้อนภาพเดียวกัน ผลสำรวจต้นปี 2025 พบว่าคนในวัย 50 ปีที่รู้จักและใช้ AI มี 47% ขณะที่คนอายุเกิน 70 ปีมีเพียง 25% ช่วงวัยใกล้เกษียณจึงเป็นจังหวะที่ทั้งพร้อมและเปิดใจ หากได้ความรู้ที่ถูกต้องตั้งแต่ตอนนี้ ก็จะติดตัวไปใช้ได้อีกนาน

ผู้เรียนวัย 65 ปีท่านหนึ่งที่มาเรียน มีน้ำสมุนไพรแบรนด์ของตัวเอง และมาเรียนเพราะอยากสร้างภาพสินค้าไว้ใช้ขายเอง ไม่ได้ซื้อโปรแกรมราคาแพง ใช้เพียงเครื่องมือง่ายๆ ที่ใช้ได้ฟรีอย่าง Gemini และ ChatGPT ธุรกิจเล็กๆ ในวัยนี้จึงเดินหน้าต่อได้โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม

อีกท่านเป็นครูอาสาสมัครที่ต้องไปสอนนักเรียน และใช้ AI ช่วยสรุปพรีเซนเทชันให้นักเรียนเข้าใจง่ายขึ้น ความรู้ที่มีอยู่แล้วจึงเดินทางไปได้ไกลกว่าเดิม ส่วนอีกท่านใช้ AI ช่วยวิเคราะห์กองทุนที่จะใช้ดูแลตัวเองในยามเกษียณ เรื่องเงินแบบนี้ยิ่งทำให้เห็นว่าประสบการณ์สำคัญแค่ไหน AI ช่วยจัดข้อมูลและช่วยคิดได้ แต่คนที่ตัดสินใจและอยู่กับผลลัพธ์คือเจ้าของเงิน การตัดสินใจลงทุนจึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอีกชั้นเสมอ

AARP พบว่า 65% ของผู้สูงอายุอยากได้ AI ด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และการช่วยเหลือ เพราะเชื่อว่าจะช่วยให้พึ่งตัวเองได้มากขึ้น ในสังคมเมืองที่ลูกหลานต่างก็มีภาระของตัวเอง การดูแลตัวเองได้มากขึ้นอีกนิดจึงมีความหมายกับทั้งสองฝ่าย

แต่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นมือใหม่ ผลสำรวจเดียวกันพบว่า 42% บอกว่าเพิ่งเริ่มต้น และมีเพียง 7% ที่รู้สึกว่าใช้ได้คล่อง ช่องว่างตรงนี้เองที่ทำให้การสอน AI ควรเดินทางไปให้ถึงผู้สูงอายุ 

การสอนที่ดีควรพาไปให้ถึงสามเรื่องพร้อมกัน คือใช้ได้จริงกับโจทย์ในชีวิต ใช้อย่างปลอดภัยโดยรู้ทันกลโกงและรู้ว่าข้อมูลอะไรไม่ควรพิมพ์ลงไป และใช้อย่างประหยัด เพราะเครื่องมือฟรีก็ทำได้มากแล้ว AARP พบว่าในกลุ่มคนอายุ 50 ปีขึ้นไปที่เคยลองใช้ Generative AI มีเพียง 10% ที่จ่ายเงิน

ผู้เรียนวัย 79 ปีมาเรียนเพียงเพราะอยากรู้ แล้วกลับบ้านไปพร้อมแผนเที่ยวเชียงใหม่กับภรรยา ผู้เขียนเชื่อว่าเรื่องเล็กๆ แบบนี้ควรเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุอีกมาก หากเราเริ่มมองผู้สูงอายุในฐานะผู้ใช้ที่มีประสบการณ์ชีวิตมากที่สุดกลุ่มหนึ่งในสังคม

ที่มา : Mahidol Population Gazette 2025, รายงาน FBI IC3 2024