รพ.เมดพาร์ค ผนึกมูลนิธิ PPGG จัดสัมมนาใหญ่ “Regional Civil Society Forum 2026” วันที่ 15 ต.ค. 2569 ขนานไปกับการประชุมประจำปี IMF–World Bank 2026
KEY POINTS
- รพ.เมดพาร์ค ร่วมกับ มูลนิธินโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล (PPGG) จัดสัมมนาใหญ่ “Regional Civil Society Forum 2026” วันที่ 15 ต.ค. 2569 ขนานไปกับการประชุมประจำปี IMF–World Bank 2026
- การจัดประชุมดังกล่าว เพื่อต่อยอดพลังเครือข่ายประชาสังคมที่ผ่านการบ่มเพาะหลักธรรมาภิบาลมากว่า 20 รุ่น ให้มีพื้นที่สะท้อนข้อเสนอเชิงนโยบายสู่เวทีระดับนานาชาติอย่างแท้จริง
- เปิด 4 วาระยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจเปราะบาง สู่ความยืดหยุ่นเชิงระบบ 2.พลังคนรุ่นใหม่และประชาสังคม เครื่องจักรขับเคลื่อนการเติบโต
- 3.กอบกู้วิกฤติโลกเดือด เทคโนโลยีผสานชุมชนปกป้องสิ่งแวดล้อม และ 4.พลิกวิกฤติสังคมสูงวัย จุดพลัง “เศรษฐกิจอายุยืน”
รพ.เมดพาร์ค ผนึกมูลนิธิ PPGG จัดสัมมนาใหญ่ “Regional Civil Society Forum 2026” วันที่ 15 ต.ค. 2569 ขนานไปกับการประชุมประจำปี IMF–World Bank 2026 เพื่อดึงมิติภาคประชาสังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาวะ บรรจุลงในสมการนโยบายเศรษฐกิจมหภาคระดับโลก ระดมผู้นำความคิดและนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ ถกทางออกวิกฤติซ้อนวิกฤติ ทั้งความยืดหยุ่นทางการเงิน พลังคนรุ่นใหม่ วิกฤติโลกเดือด และการเปลี่ยนผ่านสู่ “เศรษฐกิจอายุยืน” (Longevity Economy) สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ให้ประเทศ
ในโอกาสที่ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) ระหว่างวันที่ 12 – 18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นการประชุมระดับโลกเพื่อร่วมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและการเงินโลก ท่ามกลาง 3 มรสุมความท้าทายหลัก ได้แก่ ภาระหนี้สาธารณะทั่วโลกที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ แรงกดดันจากราคาพลังงาน และคลื่นปฏิวัติปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สั่นคลอนตลาดแรงงาน โดยไทยเตรียมผลักดันกรอบแนวคิด “Bangkok Blueprint” และ “Bangkok Dialogue” นั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
รพ.เมดพาร์ค คว้ารางวัล World’s Greenest Hospitals 2026 ระดับสูงสุด จัดโดย Newsweek
'เมดพาร์ค' สร้าง Safety Net สุขภาพ แก้ปัญหาคนไทย-ต่างชาติชะลอการรักษา
เชื่อมมิติสังคม-สิ่งแวดล้อม สู่เศรษฐกิจมหภาค
ทว่าในสมการเศรษฐกิจยุคใหม่ ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และโครงสร้างประชากร ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่แยกขาดจากเสถียรภาพทางการเงินไม่ได้ โรงพยาบาลเมดพาร์ค (MedPark Hospital) จึงได้ร่วมกับ มูลนิธินโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล (Public Policy for Society and Governance Foundation: PPGG) เป็นหนึ่งในหน่วยงานภาคประชาสังคมที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการให้จัดประชุมย่อย (Affiliated IMF–World Bank Annual Meetings Event)
ประกาศความพร้อมจัดเวทีเสวนาคู่ขนานระดับภูมิภาค “Regional Civil Society Forum 2026: Advancing Inclusion, Resilience, and Sustainable Development” ในวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.30 น. ณ อาคารโรงพยาบาลเมดพาร์ค เพื่อทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมมิติภาคประชาสังคมและสุขภาวะเข้ากับวาระหลักของเวที IMF–World Bank ควบคู่กับการประกาศศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ของไทย
สมถวิล ปธานวนิช กรรมการ บริษัท ทีพีพี เฮลท์แคร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งและที่ปรึกษาโรงพยาบาลเมดพาร์ค เปิดเผยว่า แม้เวที IMF–World Bank จะเป็นศูนย์รวมการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจระดับมหภาคและการขับเคลื่อนเสถียรภาพการเงินของโลก แต่การเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาวจำเป็นต้องเดินหน้าควบคู่ไปกับประเด็นสุขภาวะ สิ่งแวดล้อม และสังคมสูงวัย
เมดพาร์คซึ่งตั้งอยู่ติดกับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จึงร่วมกับ ดร.บัณฑิต นิจถาวร ประธานมูลนิธินโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล จัดเวทีคู่ขนานแห่งนี้ขึ้น เพื่อต่อยอดพลังเครือข่ายประชาสังคมที่ผ่านการบ่มเพาะหลักธรรมาภิบาลมากว่า 20 รุ่น ให้มีพื้นที่สะท้อนข้อเสนอเชิงนโยบายสู่เวทีระดับนานาชาติอย่างแท้จริง
ชูฐานแพทย์ Medical Support Hub ขับเคลื่อนไทยสู่ฮับสุขภาพสากล
ที่ปรึกษาโรงพยาบาลเมดพาร์ค ชี้ให้เห็นถึงมิติเชิงยุทธศาสตร์สำคัญว่า การประชุมระดับโลกครั้งนี้ถือเป็น “หน้าต่างแห่งโอกาสครั้งประวัติศาสตร์” ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) และศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสุขภาวะ (Health & Wellness Hub) ของประเทศไทยให้ปรากฏชัดต่อสายตาผู้นำระดับสูง ผู้แทนภาครัฐ และนักธุรกิจระดับโลก
การเดินทางมาเยือนของผู้นำนานาชาติจะทำให้ได้สัมผัสด้วยตาตนเองถึงความพร้อมของระบบสาธารณสุขไทย ทั้งการบริการทางการแพทย์ ความพร้อมด้านบุคลากร ล่ามหลากหลายภาษา และโครงสร้างพื้นฐานระดับพรีเมียม ซึ่งเป็นตัวเร่งสร้างชื่อเสียง ดึงดูดการลงทุน และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมสุขภาพไทย
นอกจากมิติทางวิชาการแล้ว โรงพยาบาลเมดพาร์คยังทำหน้าที่สำคัญในฐานะ ฐานสนับสนุนทางการแพทย์หลัก (Medical Support Hub) ตลอดช่วงสัปดาห์การประชุม โดยจัดเตรียมทีมแพทย์เฉพาะทาง รถพยาบาลฉุกเฉิน และระบบส่งต่อผู้ป่วยขั้นสูง เพื่อรองรับการดูแลสุขภาพและภาวะฉุกเฉินของผู้นำและคณะทำงานจากทั่วโลก
“เวทีเสวนาในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ในการอวดโฉมศักยภาพระบบบริการสุขภาพของไทย ทั้งในแง่เทคโนโลยีทางการแพทย์ ความพร้อมของห้องพัก เครื่องมือแพทย์ และความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคซับซ้อน เช่น โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ซึ่งช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นอย่างเป็นรูปธรรมว่าระบบสาธารณสุขไทยมีมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุดระดับสากล” สมถวิล กล่าว
4 วาระยุทธศาสตร์ ปรับโครงสร้างรับมือความท้าทายโลก
สำหรับเวทีสัมมนา Regional Civil Society Forum 2026 จะเปิดเวทีด้วยการบรรยายพิเศษหัวข้อ “The Pivot: การยกระดับบทบาทภาคประชาสังคมสู่การเป็นหุ้นส่วนการปฏิรูปเชิงระบบควบคู่กับรัฐและเอกชน” โดย ดร.บัณฑิต นิจถาวร พร้อมด้วยปาฐกถาพิเศษจาก ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงพลังงาน ที่จะมาร่วมชี้ทางรอดในการผสานพลัง 3 ประสาน (รัฐ–เอกชน–ประชาสังคม) เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปโครงสร้างประเทศท่ามกลางแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์โลก ผ่าน 4 วาระยุทธศาสตร์
- ยุทธศาสตร์ ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจเปราะบาง สู่ความยืดหยุ่นเชิงระบบ (Asia's Resilience Challenge)
หยิบยกประเด็นเศรษฐกิจมหภาคที่สอดรับกับข้อห่วงใยในเวทีหลักของ IMF–World Bank มาวิเคราะห์เจาะลึกเพื่อหาทางเปลี่ยนผ่านจากระบบเศรษฐกิจเปราะบางไปสู่ความยืดหยุ่นเชิงระบบ ท่ามกลางวิกฤติซ้อนวิกฤติ หนี้สาธารณะ และความผันผวนของตลาดเงิน โดยมี Manu Bhaskaran จาก Centennial Asia Advisors, Dr. Hoe Ee Khor อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ AMRO สิงคโปร์, รศ.ดร.จุฑาทิพย์ จงวนิชย์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ดร.ยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมเสวนา
- พลังคนรุ่นใหม่และประชาสังคม เครื่องจักรขับเคลื่อนการเติบโต (Civil Society and Youth)
มุ่งดึงพลังคนรุ่นใหม่และภาคประชาสังคมเป็นตัวเร่งนวัตกรรมเชิงโครงสร้างผ่านโมเดลวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) เครือข่ายเทคโนโลยี และงานอาสาสมัครเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ นำโดย Jesus P. Estanislao จาก Institute for Solidarity in Asia ฟิลิปปินส์ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้นำนวัตกรรมสังคมไทย ได้แก่ เอด้า จิรไพศาลกุล จากแพลตฟอร์มเทใจ, กนกวรรณ โชว์ศรี จากมูลนิธิยุวพัฒน์ และ อภิชาติ หวังลี จากมูลนิธิทองพูน หวังลี
- กอบกู้วิกฤติโลกเดือด เทคโนโลยีผสานชุมชนปกป้องสิ่งแวดล้อม (Environmental Protection)
ตีโจทย์วิกฤตสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางอาหาร และภัยพิบัติธรรมชาติ ผ่านกรอบแนวคิดชุมชนเป็นศูนย์กลางผสานเทคโนโลยีขั้นสูง โดยมี Richard Woods จาก Charles Sturt University ออสเตรเลีย ร่วมบรรยายออนไลน์ถ่ายทอดบทเรียนการจัดการไฟป่าและการอนุรักษ์ พร้อมด้วย Dr. Wyn Ellis จาก SEARECC, Dr. Leo Horn-Phathanothai จาก JUTI, พิพิธ เอนกนิธิ จากธนาคารกสิกรไทย และ ศ.ดร.สิริลักษณา คอมันตร์ รองประธานศูนย์บริการวิชาการไทย-ออสเตรเลีย
- พลิกวิกฤติสังคมสูงวัย จุดพลัง “เศรษฐกิจอายุยืน” (Longevity Economy)
ปรับมุมมองเชิงโครงสร้างด้วยการเปลี่ยนความท้าทายของสังคมสูงวัยจากภาระทางการคลังและงบประมาณสาธารณสุข ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตตัวใหม่ สอดรับกับแนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่มให้อุตสาหกรรมสุขภาพไทย ร่วมวิเคราะห์แนวนโยบายโดย ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒน์ (สศช.), ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO), ธนศักดิ์ หุ่นตระกูล จาก MIT Hacking Medicine และ ผศ.นพ.จิรยศ จินตนดิลก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ โรงพยาบาลเมดพาร์ค
ปิดท้าย ด้วย นพ. ทวีศักดิ์ โชติวัฒนพงษ์ หัวหน้าฝ่ายศัลยศาสตร์ทรวงอกและหัวใจ โรงพยาบาล MedPark นำเสนอ นวัตกรรมสุขภาพเพื่อเอเชียที่มีสุขภาวะดีขึ้นและครอบคลุมทั่วถึงยิ่งขึ้น ผ่านแนวคิด“Stronger Together for a Brighter Asia” เน้นเสาหลัก 4 ด้าน: People (ผู้คน), Partnership (การเป็นพันธมิตร), Solutions (แนวทางแก้ไขปัญหา) และ A Brighter Asia (เอเชียที่สดใส) เพื่อเปลี่ยนจากการเจรจาพูดคุยไปสู่การลงมือปฏิบัติจริง (From Dialogue to Action for a More Inclusive Asia)
เวทีสัมมนา Regional Civil Society Forum 2026 เปิดให้ผู้แทนองค์กรไม่แสวงหากำไร คณาจารย์ นิสิตนักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนล่วงหน้าราว 200 – 300 คน เข้าร่วมรับฟังโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมถ่ายทอดสดตลอดวันผ่านทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เพื่อร่วมกระจายองค์ความรู้และขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายสู่สาธารณะในวงกว้าง
"การจัดเวทีคู่ขนานครั้งนี้ไม่เพียงช่วยสะท้อนเสียงของภูมิภาคอาเซียนในมิติสังคมและสิ่งแวดล้อมไปยังเวที IMF –World Bank เท่านั้น แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญในการตอกย้ำความเชื่อมั่นของนานาชาติต่อมาตรฐานสาธารณสุขและระบบการแพทย์ไทยในฐานะเมดิคัลฮับระดับโลกอย่างแท้จริง"





