วันจันทร์ ที่ 5 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดัน AI ขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย อย.เปิดแพลตฟอร์มจับคู่ธุรกิจสู่เชิงพาณิชย์

ปัจจุบัน อย. เดินหน้าอนุมัติและผลักดันนวัตกรรมสุขภาพขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทยแล้วหลายร้อยรายการ โดยเน้นกลุ่ม AI ทางการแพทย์ หุ่นยนต์ช่วยดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยฟื้นฟู

KEY POINTS

  • บทบาทของ อย.ปรับตัวเชิงรุกออกไปจับมือทำงานร่วมกับนักวิจัยและผู้ประกอบการ ผลักดันนวัตกรรมและเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศให้เติบโตเทียบเท่านานาชาติ
  • หัวใจสำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่นระดับสากล (Global Trust) โดยเน้นขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังชาวต่างชาติและดึงดูดแหล่งทุนระดับโลก
  • อย.ในปัจจุบันไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การควบคุมกำกับดูแลเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการเป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้กับทุกภาคส่วนในระบบนิเวศทางสุขภาพ

การเปลี่ยนแปลงของเทรนด์สุขภาพทั่วโลกกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แนวทางการดูแลสุขภาพแบบการชะลอวัย (Longevity) และการส่งเสริมสุขภาวะ (Wellness) ถูกนำมาพัฒนาเป็นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพ ทั้งในรูปแบบยา อาหาร เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์ ซึ่งความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ของอุตสาหกรรมนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความแปลกใหม่ของผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานขององค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ความปลอดภัย และระบบกำกับดูแลที่เอื้อต่อการเติบโตทางธุรกิจ

เพื่อตอบรับโอกาสทางเศรษฐกิจ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงเตรียมจัดงาน ThaiFDA International Health, Wellness and Longevity Innovation Forum 2026 หรือ ThaiFDA WELLNEXT 2026 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 ต.ค. 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ภายใต้แนวคิดหลัก “From Thai Innovation to Global Trust” เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมสุขภาพ (Health Innovation Ecosystem) ที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิจัย นักลงทุน และผู้บริโภคเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

อย. จับมือ 'สยามไบโอไซเอนซ์–ดอยคำ' สร้างความมั่นคงทางยา เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทย

'อินโนบิก' เครือปตท. รีแบรนด์โฟกัสธุรกิจยา มุ่งเป้ากลุ่มโรคNCDs

แพลตฟอร์มจับคู่ธุรกิจดันนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่างาน THAI FDA Wellness 2026 จัดขึ้นเพื่อตอบโจทย์บทบาทของ อย. ในยุคปัจจุบันปรับตัวเชิงรุกออกไปจับมือทำงานร่วมกับนักวิจัยและผู้ประกอบการ เพื่อร่วมกันผลักดันนวัตกรรมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศให้เติบโตเทียบเท่านานาชาติ โดยประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมนิทรรศการและเลือกซื้อ ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพจากบูธผู้ประกอบการและหน่วยงานต่างๆ กว่า 100 บูธ เพื่อนำไปใช้ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน

ส่วนทางด้านนิสิตนักศึกษาก็จะได้เข้ามาศึกษานวัตกรรมและงานวิจัยใหม่ ๆ เพื่อมองหาแนวทางในการประกอบอาชีพในอนาคต ขณะที่นักวิจัยจะได้เข้ามาดูแนวโน้มผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปขึ้นทะเบียนและต่อยอดขายได้จริงในเชิงพาณิชย์ เพื่อไม่ให้งานวิจัยต้องอยู่บนหิ้ง สำหรับผู้ประกอบการจะได้นำผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานรับรองมาจัดแสดงโชว์เคสและจำหน่ายสินค้า และในส่วนของนักลงทุน ทาง อย. จะทำหน้าที่ช่วยจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อสร้างโอกาสทางการค้า โดยอาศัยความน่าเชื่อถือของการรับรองมาตรฐานจาก อย. ที่ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ

ดัน AI ขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย  อย.เปิดแพลตฟอร์มจับคู่ธุรกิจสู่เชิงพาณิชย์

ดันนวัตกรรม AI ขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย

ภญ.สุภัทรา ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน อย. ได้เดินหน้าอนุมัติและผลักดันนวัตกรรมสุขภาพขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทยแล้วหลายร้อยรายการ โดยเน้นกลุ่ม AI ทางการแพทย์ หุ่นยนต์ช่วยดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยฟื้นฟู รวมถึงอาหารนวัตกรรมอย่างอาหารจากพืช อาหารทางการแพทย์ ตลอดจนยาสมุนไพร เซลล์บำบัด และวัคซีน ซึ่งปัจจุบัน AI ทางการแพทย์ถือเป็นนวัตกรรมหลักที่กำลังเร่งผลักดัน

สำหรับนโยบายปี 2570 อย. ปรับบทบาทจากการเป็นเพียงผู้อนุมัติอนุญาต มาเป็นผู้สนับสนุนเศรษฐกิจ โดยเข้าร่วมมือกับนักวิจัยตั้งแต่เริ่มวิจัยเพื่อลดขั้นตอนอนุมัติให้รวดเร็วขึ้น พร้อมช่วยจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์สุขภาพของไทยขายได้จริงและได้รับการยอมรับในระดับสากล

ดัน AI ขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย  อย.เปิดแพลตฟอร์มจับคู่ธุรกิจสู่เชิงพาณิชย์

Wellness พาไทยก้าวข้ามดักรายได้ปานกลาง

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานกรรมการมูลนิธิสถาบันการสร้างชาติ ขึ้นกล่าวว่า บริบทด้านสุขภาพของโลกได้เปลี่ยนผ่านจากการรักษาพยาบาลเมื่อยามเจ็บป่วยไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมสูงในการก้าวขึ้นเป็นเมืองหลวงด้าน Wellness ของโลก

มูลนิธิสถาบันการสร้างชาติ ได้ผลักดันแนวคิด “สุขสภาวะ” หรือ Wellness ในประเทศไทยมานานกว่า 40 ปี ผ่านการศึกษาวิจัยและสร้างแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ ซึ่งชี้ให้เห็นว่ากลุ่มอุตสาหกรรม Wellness เป็นกลไกสำคัญที่จะนำพาประเทศไทยก้าวข้ามดักรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศรายได้สูง พร้อมทั้งลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ โดยที่ผ่านมา สถาบันการสร้างชาติได้ร่วมมือกับเครือข่ายนักวิจัยระดับโลกและสถาบันชั้นนำ เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยด้านการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Longevity) การจัดทำวารสารวิชาการ รวมถึงการสร้างดัชนีชี้วัดและการรับรองมาตรฐานองค์กร Wellness

“Golden Zone” ไทยติด 1 ใน 10 โลก

นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังได้นำเสนอแนวคิด “Golden Zone” ซึ่งอธิบายด้วยสมการ 3 ส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ การมีอายุที่ยืนยาว (Longevity) ร่วมกับการมีสุขภาพดีที่สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ไม่เป็นผู้ป่วยติดเตียง (Healthiness) และการมีความสุขในการดำรงชีวิต (Happiness) ซึ่งจากการประเมินและจัดอันดับดัชนีความพร้อมระดับสากล พบว่าประเทศไทยติด 1 ใน 10 ของโลกมาโดยตลอด

ดัน AI ขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย  อย.เปิดแพลตฟอร์มจับคู่ธุรกิจสู่เชิงพาณิชย์

ดึงทุนระดับโลกสร้าง Global Trust

ทั้งนี้การจัดงาน Well Next Summit 2026 ในรูปแบบสุมรุมภูมิปัญญา (Smorgasbord) เป็นกลยุทธ์สำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่เวทีสุขภาพระดับโลก โดยบูรณาการ 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ Exhibition Expo (จัดแสดงนวัตกรรมและสินค้า), Policy Conference (กำหนดทิศทางนโยบาย) และ Academic Research Conference (ประชุมวิชาการ) ซึ่งขยายขอบเขตจากมิติการแพทย์และเภสัชกรรม ไปสู่การเชื่อมโยงด้านการตลาดและเศรษฐศาสตร์ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ไทยสามารถทำการค้าและเจาะตลาดโลกได้จริง

“หัวใจสำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่นระดับสากล (Global Trust) โดยเน้นขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังชาวต่างชาติและดึงดูดแหล่งทุนระดับโลก เช่น Venture Capital, Angel Investors และสถาบันการเงินสากล เข้ามาร่วมลงทุน แม้มี อย. เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน แต่การวางตำแหน่งงานให้เป็นเวทีนานาชาติ จะช่วยยกระดับศักยภาพด้านสุขภาพของไทยให้กลายเป็นความได้เปรียบทางการแข่งขันในระดับโลกได้อย่างยั่งยืน”

เชื่อมผลิตภัณฑ์สู่งานบริการสุขภาพครบวงจร

ด้าน นพ.พิเชษฐ พืดขุนทด รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ปัจจุบัน อย. ได้จับมือร่วมกับกรมต่างๆ ในกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์สุขภาพไปสู่งานบริการที่ได้มาตรฐาน ทั้งในส่วนของโรงพยาบาลภาครัฐ เอกชน รวมถึงธุรกิจบริการสุขภาพ เช่น สปา และการนวดเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในความดูแลของ อย. มีความใกล้ชิดกับวิถีชีวิตของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย เครื่องสำอาง คอนแทคเลนส์ ยารักษาโรค อาหาร อาหารเสริม ไปจนถึงนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์และเทคโนโลยี AI ที่เข้ามามีบทบาทในอุปกรณ์ดูแลสุขภาพต่างๆ

ดันผลิตภัณฑ์สุขภาพไทยไปต่างประเทศ

อย. ตั้งเป้าที่จะเป็นศูนย์กลางในการผลักดันและชูนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพไทย ให้สามารถเติบโตและขยายตัวได้ทั้งในและต่างประเทศ ผ่านการสร้างแพลตฟอร์มในโลกความเป็นจริงเพื่อเป็นพื้นที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการ นักลงทุน นักวิจัย นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ให้ได้เข้ามาเรียนรู้และต่อยอดร่วมกัน สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณประโยชน์สูง เปลี่ยน “ขุมทรัพย์ในดิน สินในน้ำ” ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมที่มีมูลค่าสูง เปิดโอกาสให้นักลงทุนขยายขอบเขตการลงทุนไปยังตลาดต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน

“อย. ในปัจจุบันไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การควบคุมกำกับดูแลเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการเป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้กับทุกภาคส่วนในระบบนิเวศทางสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ นักวิจัย หรือนักเรียนนักศึกษา โดยการเปิดบ้าน อย. จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่มองเห็นโอกาสในอาชีพและธุรกิจ นวัตกรรมในอนาคต พร้อมทั้งช่วยให้ผู้ประกอบการที่ดำเนินงานอย่างถูกต้องสามารถนำสินค้าเข้าสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งการทำให้ถูกต้องถือเป็นทางรอดที่สำคัญที่สุด อันจะนำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพและมูลค่าการส่งออกของประเทศ”นพ.พิเชษฐ กล่าว

ดัน AI ขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย  อย.เปิดแพลตฟอร์มจับคู่ธุรกิจสู่เชิงพาณิชย์