'Longevity for All' จัดโดย OKMD รณรงค์ให้คนไทยทุกวัยตระหนักถึงการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ เน้นการปรับเปลี่ยน ทัศนคติและพฤติกรรม มากกว่าการพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ราคาแพง
KEY POINTS
- การเตรียมตัว Longevity ตั้งแต่วัยหนุ่มสาวเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือ Mindset เมื่อก้าวเข้าสู่วัยชราอาจเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและไม่ทันการณ์
- OKMD ผลักดัน Longevity ว่าการมีชีวิตที่ยืนยาวต้องมาพร้อมกับศักดิ์ศรี คุณภาพ และความสุขที่ยั่งยืน
- "Longevity For All" เรียนรู้ประสาทสัมผัสที่ 6 ผ่านนิทรรศการและภาพยนตร์ ช่วยให้เราหยุดคิดและตั้งคำถามกับชีวิตได้ เปิดสูตรใช้ชีวิตแบบ Longevity 'กินดี อยู่ดี นอนดี'
ประเทศไทยวางยุทธศาสตร์การเป็น "Medical Hub" เพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติในภาคบริการทางการแพทย์ที่เติบโตสวนทางกับภาคการผลิตที่ชะลอตัวลง หากมองลึกลงไปในเสถียรภาพภายในประเทศ การพึ่งพาเพียงระบบการแพทย์ (Medical Dependence) เพื่อรักษาโรคในวัยชรากลับกลายเป็นภาระงบประมาณภาครัฐที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
การขยับตัวครั้งสำคัญของสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ผ่านโครงการ "Longevity for All" จึงถือเป็นการจุดพลุการเปลี่ยนผ่านเชิงกระบวนทัศน์ จากการซ่อมแซมสุขภาพด้วยเทคโนโลยีราคาแพง สู่การสร้าง "องค์ความรู้เพื่อการดูแลตนเอง" ที่มั่นคงและยั่งยืนกว่า
ในงาน “Longevity for All Exhibition and Film Festival 2026” จัดโดย OKMD ร่วมกับ สมาคมสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง ระหว่างวันที่ 5-6 กันยายน 2569 ณ House Samyan ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ที่ถ่ายทอดเรื่องราววิถีแห่ง Longevity ผ่านนิทรรศการมีชีวิต โดยใช้สื่อสร้างสรรค์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงและการตั้งคำถามกับความหมายของชีวิต พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการ เรียนรู้ตลอดชีวิต และการวางแผนล่วงหน้าเพื่อลดภาระของรัฐบาลในสังคมสูงวัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
ความอ่อนเยาว์-Longevity สินทรัพย์ที่เติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ
หมอสมองเผย 5 กิจวัตรชะลอวัย ปกป้องสมองด้วยการดูแลทั้งร่างกาย
ลงทุน Longevity เพื่อการเกษียณ
ดร.อภิชาติ ประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (OKMD) กล่าวว่าแนวคิดเรื่อง "Longevity" ที่ OKMD พยายามผลักดัน ไม่ใช่เพียงเรื่องของวิทยาศาตร์การแพทย์ที่ทำให้คนอายุยืนยาวขึ้น แต่คือการปรับเปลี่ยนมุมมอง กรอบความคิดใหม่ว่าการมีชีวิตที่ยืนยาวนั้นต้องมาพร้อมกับศักดิ์ศรี คุณภาพ และความสุขที่ยั่งยืน ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์การปรับตัวสู่โลกยุคใหม่ที่ทุกคนต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้
“หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเรื่อง Longevity เป็นเรื่องของคนวัยเกษียณ แต่ในความเป็นจริง การเตรียมตัวตั้งแต่วัยหนุ่มสาวเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือ Mindset เมื่อก้าวเข้าสู่วัยชราไปแล้วอาจเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและไม่ทันการณ์ คนรุ่นใหม่มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ที่จะนำองค์ความรู้ไปปรับใช้กับพ่อแม่พี่น้องในครอบครัว เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีร่วมกัน”
การเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้ยังรวมถึง "การลงทุนเพื่อการเกษียณ" ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้เราก้าวสู่วัยสูงอายุได้อย่างพึ่งพาตัวเองได้
Longevity ที่ยั่งยืนเริ่มจากพฤติกรรมพื้นฐาน
ปัจจุบันทุกคนต่างเรียนรู้และเริ่มเข้าใจคำว่า “Longevity” แต่มักจะมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจ Anti-aging หรืออาหารเสริมราคาแพง การชะลอวัยเติบโตอย่างรวดเร็ว จนอาจหลงลืมไปว่า "สุขภาพใจ" คือ ยาอายุวัฒนะชั้นเลิศที่ไม่มีค่าใช้จ่าย
ดร.อภิชาติ กล่าวต่อว่าLongevity ที่ยั่งยืนเริ่มได้ที่การปรับพฤติกรรมพื้นฐานภายในบ้าน การลดความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ (Toxic) และการหันมาสื่อสารด้วยความเข้าใจ รวมถึงการใช้เวลากับครอบครัว การฟังกันมากขึ้น หรือการฝึกสมาธิตามหลักคิดที่เรียบง่าย เป็นปัจจัยที่ช่วยให้เกิดความสุขที่แท้จริง อีกทั้งการพยายามเข้าใจคนรอบข้างที่เห็นต่างยังเป็นกุญแจสำคัญสู่ ความสงบสุขในสังคม (Social Harmony) ซึ่งจะช่วยให้ประเทศขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่น
"Longevity ไม่จำเป็นที่ต้องเสียตังค์ เพียงคุณได้ใช้เวลากับลูกหลานมากขึ้น คุยกับภรรยามากขึ้น พาคนในบ้านไปเดินชมสวน ไปดูในสิ่งแวดล้อมที่มันเขียวสบายตา สบายใจ แค่นี้มันก็ทำให้เรามีความสุข และมี Longevity แล้ว โครงการ Longevity for All จึงไม่ใช่เรื่องของสูงวัย แต่ทุกคนมีส่วนร่วมได้ และการฝึกสมอง เปลี่ยนมุมมองก็ทำให้มีสุขภาพกาย ใจ และสติปัญญาที่ดี "
สมองสามารถพัฒนาได้เสมอ
ดร.อภิชาติ กล่าวอีกว่าความเชื่อที่ว่าสมองจะเสื่อมถอยตามอายุเป็นเพียงความเข้าใจคลาดเคลื่อน งานวิจัยยืนยันว่า "สมองสามารถพัฒนาได้เสมอ" แม้ในวัย 70 หรือ 80 ปี กุญแจสำคัญคือการไม่หยุดเรียนรู้และไม่แยกตัวออกจากสังคม เพราะการอยู่คนเดียวโดยไม่พูดจาเสวนาหรือขาดปฏิสัมพันธ์จะส่งผลให้สมอง "เหี่ยว" และเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว
สำหรับปัจจัยที่จะทำให้สมองยังคงความอ่อนเยาว์และทรงพลัง ได้แก่ การเข้าสังคม: การเสวนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้อื่นช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท ,การสร้างคุณค่า: การทำประโยชน์เพื่อสังคมช่วยให้รู้สึกว่าชีวิตมีความหมายและสร้างแรงจูงใจในการใช้ชีวิต ,การฝึกสมาธิ: การสร้างความสงบภายในช่วยลดความเครียดที่ทำลายเซลล์สมอง และการรับข้อมูลใหม่: การเปิดรับเทคโนโลยีหรือทักษะที่ไม่คุ้นเคยอยู่เสมอ
สัมผัสประสบการณ์จริง เข้าใจ Longevity
ดร.อภิชาติ กล่าวด้วยว่าOKMD ในฐานะหน่วยงานส่งเสริมการเรียนรู้ ได้ปฏิวัติรูปแบบการสื่อสารจากเดิมที่เน้นการนั่งฟังเสวนา มาเป็นการใช้สื่ออย่าง "ภาพยนตร์" และ "นิทรรศการ" (Exhibition) เพื่อดึงดูดคนทุกวัย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่รักการสัมผัสประสบการณ์จริง
การเรียนรู้รูปแบบนี้ไม่ได้พึ่งพาแค่ตาดูหรือหูฟัง (ประสาทสัมผัสทั้ง 5) แต่เป้าหมายคือการกระตุ้น "ประสาทสัมผัสที่ 6" นั่นคือการคิดวิเคราะห์ การระลึกถึงประสบการณ์เดิม และการเกิดความรู้สึกร่วมจากภายใน เช่น การลองปิดตาฟังเสียงน้ำไหลเพื่อสร้างสมาธิ การซึมซับแบบไม่รู้ตัวนี้ช่วยให้อัลไซเมอร์หรือความเสื่อมถอยของสมองถูกชะลอลงผ่านความเพลิดเพลิน เพื่อขยายผลให้ครอบคลุมทั้งประเทศ OKMD ได้เตรียมส่งต่อองค์ความรู้นี้ผ่านเครือข่ายอย่าง TK Park และ มิวเซียมสยาม เพื่อจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์และการเรียนรู้เข้ากับการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในทุกภูมิภาค
“เราต้องเลิกมองว่าผู้สูงอายุคือภาระ แต่ต้องมองเห็นศักยภาพ ในฐานะผู้มีกำลังซื้อ มีเงินเก็บ และมีประสบการณ์ล้ำค่า ผู้สูงวัยในปัจจุบันยังสามารถทำงาน ลงทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจได้มหาศาล หากพวกเขามีสุขภาพกายและใจที่พร้อม ที่สำคัญ Longevity ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่เรื่องของการพึ่งพาการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นปรับตัวขององคาพยพทั้งสังคม ตั้งแต่รัฐบาล ประชาชน ไปจนถึงหน่วยงานที่ต้องร่วมมือกันปรับ Mindset ให้เรากลายเป็นสังคมที่ "ดูแลตัวเองได้" และ "อยู่ร่วมกับความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นสุข"
3 หลักเตรียมตัว Longevity เพื่ออนาคต
ด้าน นายเปรมปพัทธ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสมาคมสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง กล่าวว่าทางสมาคมสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง มีการทำงานร่วมกับทาง OKMD ในการผลิตสื่อสร้างสรรค์ และขับเคลื่อน Longevity มาโดยตลอด โครงการ "Longevity For All" เป็นการย้ำเตือนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของผู้สูงอายุ แต่เป็นเรื่องของคนทุกวัย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้าสู่อาชีพฟรีแลนซ์ (Freelance) มากขึ้น ซึ่งมาพร้อมกับความเสี่ยงทางการเงินและสุขภาพที่ไร้สวัสดิการรองรับตายตัว
การเตรียมตัวจึงต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่ 1.การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning): สมองมนุษย์มหัศจรรย์กว่าที่คิด มี "Gold Statement" ยืนยันว่าสมองสามารถพัฒนาและสร้างเซลล์ใหม่ได้ไม่ว่าจะอายุ 70 หรือ 80 ปี ตราบใดที่เรายังคงใฝ่รู้และพัฒนาทักษะใหม่ๆ อยู่เสมอ
2.การวางแผนการเงินเชิงรุก: นอกจากการออมและการลงทุน การเข้าใจนวัตกรรมทางการเงินอย่าง "Reverse Mortgage" (สินเชื่อย้อนกลับ) ได้กลายเป็นความจำเป็นสำหรับสังคมที่คนโสดมากขึ้นและไม่มีลูกหลานดูแล เพื่อเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นรายได้เลี้ยงชีพในยามเกษียณ
3.สุขภาพองค์รวม (Holistic Health): การตรวจสุขภาพกายเป็นประจำควบคู่กับการดูแลสุขภาพจิต (Mental Health) ซึ่งเป็นจุดเปราะบางที่สุดของคนวัยทำงานในปัจจุบัน
การมีอายุยืนไม่ใช่เรื่องราคาแพง
นายเปรมปพัทธ กล่าวต่อว่าคนส่วนใหญ่มักมีภาพจำว่าการทำ Longevity คือการเข้าคอร์สชะลอวัยราคาแพง หรือการซื้ออาหารเสริมล้ำสมัย แต่หัวใจสำคัญของการมีชีวิตที่ยืนยาวนั้น "เริ่มต้นที่ 0 บาท" อย่าง ทุกคนที่มีความรักกับคนอื่นได้ การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คน และความกระตือรื้อร้นที่จะเรียนรู้อยู่เสมอ เป็นต้นทุนพื้นฐานที่ทุกคนมีอยู่กับตัว และเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์ใดๆ
“สมาคมสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลงเลือกใช้ "ภาพยนตร์" แทนการให้ข้อมูลตัวเลขแบบรายงานข่าว คำตอบอยู่ที่ความแตกต่างระหว่าง "ข้อมูล" และ "ความรู้สึก" ในโครงการดังกล่าว จึงใช้ภาพยนตร์เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราหยุดคิดและตั้งคำถามกับชีวิตได้ ผ่านประเด็นต่างๆ อาทิ ความสุข: ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจริงหรือเปล่า? ,ร่างกาย: เราดูแลร่างกายที่จะต้องอยู่กับเราไปอีก 70 ปีได้ดีพอหรือยัง? ,ความสัมพันธ์: เรารักคนใกล้ตัวเรามากพอหรือยัง? และวาระสุดท้าย: หากถึงวันสุดท้ายของชีวิต เราอยากทำอะไรทิ้งไว้?”
เมื่อได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์หรือนิทรรศการแล้ว ทุกคนสามารถต่อยอดความรู้ด้วยตนเองผ่าน "100 learning clips" บนแพลตฟอร์มการเรียนรู้ของ OKMD เพื่อเปลี่ยนความรู้สึกให้กลายเป็นการปฏิบัติจริง อย่างไรก็ตาม สูตรสำเร็จ 3 อย่าง “กินดี อยู่ดี นอนดี” เป็นสิ่งที่ผู้สูงอายุต้องเริ่มต้นดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ หากจัดสมดุลพื้นฐานเหล่านี้ได้ ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่งบนเส้นทางสู่การมีอายุยืนที่มีคุณภาพ
ใครที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจเพื่อการเปลี่ยนแปลง เตรียมพบกับกิจกรรม Roadshow ใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศในช่วงเดือน กันยายน - ตุลาคม นี้ ภายในงานจะมีกิจกรรมไฮไลท์อย่าง Boot Camp ที่เน้นเรื่องการบริหารจัดการ "สมอง" (The Brain) ซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของ Longevity โดยความร่วมมือของ OKMD, TK Park และ Museum Siam





