วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน 2569

Login
Login

เตือนคนติดจอ! บำรุงราษฎร์ ยกระดับ 'คลินิกตาแห้ง'สู้เสี่ยงสูง 50%

ภัยเงียบคนติดจอ ‘บำรุงราษฎร์’ ยกระดับ ‘คลินิกตาแห้ง’ สู้ภัยเงียบยุคดิจิทัลเสี่ยงสูง 50% ชู IDRA และ Light-Based Therapy รักษาเจาะลึกเฉพาะบุคคล

KEY POINTS

  • ผู้ที่เป็นโรคตาแห้งเพิ่มขึ้น 61% ซึ่งสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้หน้าจอที่เพิ่มขึ้น และาประชากรทั่วโลกมากกว่า 50% ที่มีปัญหาดวงตา การมองเห็น ไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม
  • “โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์” ยกระดับ “คลินิกตาแห้ง” ชูแนวคิดการดูแลสุขภาพดวงตาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Care)
  • นำเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง IDRA มาใช้ในการวิเคราะห์ระบบน้ำตาแบบ 3 มิติเพื่อค้นหาต้นเหตุเชิงลึก พร้อมเทคโนโลยีการรักษาด้วยแสง Light-Based Therapy (IPL และ LLLT) ที่เข้ามาช่วยฟื้นฟูต่อมน้ำมันและลดการอักเสบ

ในยุคดิจิทัลกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน หลายคนอาจไม่รู้ตัวว่าการจ้องหน้าจอนานๆ กำลังส่งผลกระทบต่อสุขภาพดวงตาอย่างเงียบๆ โดยเฉพาะภาวะ “ตาแห้ง” ที่พบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สูงถึง 52.4% หรือเกินกว่าครึ่งหนึ่งของประชากร ซึ่งเกิดจากการพฤติกรรมการกะพริบตาที่ลดลงเกิน 50% ขณะใช้หน้าจอ นำไปสู่ปัญหาต่อมน้ำมันเปลือกตาทำงานผิดปกติ (MGD) ที่การหยอดน้ำตาเทียมทั่วไปอาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดอีกต่อไป

เพื่อรับมือกับภัยเงียบที่คุกคามคุณภาพชีวิตของคนยุคใหม่ “โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์” จึงได้ยกระดับ “คลินิกตาแห้ง” ชูแนวคิดการดูแลสุขภาพดวงตาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Care) นำเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง IDRA มาใช้ในการวิเคราะห์ระบบน้ำตาแบบ 3 มิติเพื่อค้นหาต้นเหตุเชิงลึก พร้อมผสานเทคโนโลยีการรักษาด้วยแสง Light-Based Therapy (IPL และ LLLT) ที่เข้ามาช่วยฟื้นฟูต่อมน้ำมันและลดการอักเสบอย่างตรงจุด เปลี่ยนความเข้าใจเดิมๆ เรื่องตาแห้ง พร้อมคืนสมดุลและความชุ่มชื้นให้ดวงตาอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

‘บำรุงราษฎร์’ ยกระดับศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ ตอบรับActive Lifestyle

'Longevity' ไม่ใช่ 'Luxury' คนรวย เริ่มต้นที่ 'กินดี อยู่ดี นอนดี'

1ใน 3 ของประชากรโลก พบเป็นโรคตาแห้ง

ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า จากสถิติทางการเเพทย์พบว่า “โรคตาแห้ง” เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย หรือราว 1 ใน 3 ของประชากรโลก โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 พบว่ามีผู้ที่เป็นโรคตาแห้งเพิ่มขึ้น 61% ซึ่งสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้หน้าจอที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ข้อมูลจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังพบว่ามีภาวะตาแห้งสูงถึง 52.4% สะท้อนให้เห็นว่าภาวะตาแห้งเป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพตา ที่ประชาชนควรให้ความสำคัญ เพราะมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จึงยกระดับการดูแลสุขภาพดวงตาให้ครอบคุมมากยิ่งขึ้น โดยผ่านคลินิกตาแห้งภายใต้ศูนย์จักษุ โดยเน้นการวินิจฉัยเชิงลึก เพื่อหาสาเหตุของปัญหา และมอบการรักษาเเบเฉพาะบุคคล และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลด้วยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง โดยทีมแพทย์เฉพาะทางหลากหลายสาขาและทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้ผลผลลัพธ์ของการรักษาดีขึ้นในระยะยาว และป้องกันปัญหาที่จจตามมาในอนาคต ตามมาตรฐานระดับสากล

ทั้งนี้ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้รับการยกย่องจาก Newsweek ให้เป็น “โรงพยาบาลเอกชนและคลินิกชั้นนำในเอเชีย ประจำปี 2569” ด้านการผ่าตัดรักษาภาวะสายตาผิดปกติ เป็นอันดับ 1 ในเอเชีย และด้านการผ่าตัดต้อกระจก เป็นอันดับ 3 ในเอเชีย ซึ่งครองอันดับ 1 ในประเทศไทยทั้งสองด้าน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ถือเป็นความภาคภูมิใจที่สะท้อนให้เห็นถึงความไม่หยุดนิ่งในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อส่งมอบประสบการณ์การรักษาพยาบาลชินเลิศ

เตือนคนติดจอ! บำรุงราษฎร์ ยกระดับ 'คลินิกตาแห้ง'สู้เสี่ยงสูง 50%

50% ผู้ป่วยมีปัญหาดวงตา ได้รับการรักษาไม่เหมาะสม

พญ.เมทินี ศิริมหาราช หัวหน้าศูนย์จักษุ และจักษุแพทย์เฉพาะทางโรคจอตาและน้ำวุ้นตา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ทุกวันนี้ภาวะตาแห้งมากขึ้นทุกวัน และพบได้ทุกเพศ ทุกวัย เกิดจากพฤติกรรม และสภาพแวดล้อม ด้วยฝุ่นละอองทั้งหลาย สถิติพบว่าประชากรทั่วโลกมากกว่า 50% เป็นผู้ป่วยที่มีปัญหาดวงตา ปัญหาการมองเห็น ไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม ส่วนหนึ่งก็เกิดจากการปล่อยปละละเลยของผู้ป่วย ทางศูนย์จักษุมีการรวบรวมแพทย์เฉพาะทางครบทุกสาขา ช่วยในการดูแลผู้ป่วยทุกโรคอย่างตรงจุด แพทย์มีการทำงานร่วมกัน และการเก็บสสถิติการผ่าตัดหลัก เช่น ผ่าตัดต้อกระจก ผ่าตัดกระจกตา เพื่อให้ได้มาตรฐาน ทางศูนย์จักษุพบว่าสถิติของประเทศไทยเห็นผลลัพธ์ที่ดีเกิน 95% ของความสำเร็จในกานผ่าตัดหลักๆ

เนื่องจากดวงตาเป็นหนึ่งในอวัยวะที่ต้องทำงานร่วมกับส่วนหนึ่งของร่างกาย หากกรณีคนไข้มีปัญหาสุขภาพ เช่น เบาหวาน ทางศูนย์จักษุจะมีการปรึกษาคุณหมอเฉพาะทางโรคเบาหวาน คุณหมอแผนกอื่นๆ บุคลากรทางการแพทย์ทำงานร่วมกัน และความพร้อมในเครื่องมือมีแพทย์ทันสมัยในการดูแลผู้ป่วย เน้นย้ำการตรวจวินิจฉัยอย่างตรงจุดแม่นยำเพื่อให้ความผิดพลาดน้อยที่สุด

เตือนคนติดจอ! บำรุงราษฎร์ ยกระดับ 'คลินิกตาแห้ง'สู้เสี่ยงสูง 50%

ปัจจัยเสี่ยงของโรคตาแห้ง

ขณะที่ ศ.พญ.งามจิตต์ เกษตรสุวรรณ หัวหน้าคลินิกตาแห้ง และจักษุแพทย์เฉพาะทางด้านกระจกตา การปลูกถ่ายกระจกตา และการผ่าตัดแก้ไขสายตา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ในปัจจุบันภาวะตาแห้งไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ในผู้ใหญ่ แต่ยังพบได้ในเด็กเล็กที่มีพฤติกรรมติดจอหรือการเลี้ยงดูด้วยจอมือถือ จากสถิติแค่เราใช้คอมพิวเตอร์ หรือมือถือติดต่อกัน 2 ชั่วโมง ก็สามารถทำให้เกิดโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (CVS) รวมไปถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่าง ฝุ่น PM 2.5 ในประเทศไทย ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะตาแห้ง

เตือนคนติดจอ! บำรุงราษฎร์ ยกระดับ 'คลินิกตาแห้ง'สู้เสี่ยงสูง 50%

ปัญหาภาวะตาแห้งเกิดจากน้ำตาน้อย?

นพ.ณัฐวุฒิ วะน้ำค้าง จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้างด้านเปลือกตา ท่อน้ำตา และเบ้าตา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อธิบายว่า ภาวะตาแห้งไม่ได้เกิดจากน้ำตาน้อยเท่านั้น แต่อาจเกิดจากการสร้างน้ำตาไม่เพียงพอ น้ำตาระเหยเร็ว หรือคุณภาพของน้ำตาผิดปกติ การวินิจฉัยจึงต้องประเมินทั้งระบบน้ำตา ผิวดวงตา เปลือกตา และการทำงานของต่อมน้ำมันร่วมกัน หนึ่งในสาเหตุสำคัญของภาวะตาแห้งคือ Meibomian Gland Dysfunction (MGD) ซึ่งเป็นความผิดปกติของต่อมน้ำมันบริเวณเปลือกตา ทำให้น้ำตาระเหยเร็วแม้ปริมาณน้ำตายังปกติ ซึ่งนอกจากการใช้หน้าจอนานแล้ว

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องยังรวมถึงการใส่คอนแทคเลนส์นาน การใช้เครื่องสำอางรอบดวงตา สภาพอากาศแห้ง แดดและลม การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ อายุที่เพิ่มขึ้น รวมถึงโรคเบาหวาน โรคภูมิคุ้มกัน เช่น โรคโจเกรน (Sjögren’s Disease) โรครูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) และพุ่มพวงหรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) ความผิดปกติของเปลือกตา การผ่าตัดดวงตา ตลอดจนการใช้ยาบางชนิดหรือยาหยอดตาเป็นเวลานาน

ปัจจัยร่วมอื่นคือ การมีเชื้อโรคขี้ขนตา เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะตาแห้ง และประชาชนทั่วไปพบได้ 54% ยิ่งมีอายุเกิน 60 ปี โอกาสเป็นภาวะตาแห้ง 70% หรืออายุเกิน 70 ปี โอกาสเจอภาวะตาแห้งถึง 95% ศูนย์จักษุแพทย์พยายามรณรงค์ให้คนไข้ทำความสะอาดเปลือกตา

เตือนคนติดจอ! บำรุงราษฎร์ ยกระดับ 'คลินิกตาแห้ง'สู้เสี่ยงสูง 50%

IDRA เจาะลึกระบบน้ำตา หา “ต้นเหตุ” ก่อนรักษา

นพ.ณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน เทคโนโลยี IDRA ช่วยวิเคราะห์ระบบน้ำตาได้หลายมิติ ทั้งคุณภาพชั้นน้ำมัน ภาพต่อมน้ำมันบริเวณเปลือกตา ความเสถียรของน้ำตา และรูปแบบการกะพริบตา โดยเป็นการตรวจแบบไม่สัมผัสกระจกตา ไม่ต้องหยอดยาชา และทราบผลได้ทันทีพร้อมภาพจำลอง 3 มิติ ช่วยให้แพทย์สามารถค้นหาสาเหตุและวางแผนการรักษาได้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย ค่ารักษาเริ่มต้นที่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละบุคคล

เตือนคนติดจอ! บำรุงราษฎร์ ยกระดับ 'คลินิกตาแห้ง'สู้เสี่ยงสูง 50%

Light-Based Therapy รักษาตรงต้นเหตุ

ศ.พญ.งามจิตต์ กล่าวว่า ผู้ที่มีอาการตาแห้งไม่มาก สามารถเริ่มจากการปรับพฤติกรรม เช่น พักสายตาและฝึกกะพริบตาให้สมบูรณ์ หากพบว่าปัญหาเกิดจาก MGD การรักษาจะมุ่งฟื้นฟูต่อมน้ำมัน ตั้งแต่การประคบอุ่น การนวดและทำความสะอาดเปลือกตา (Eyelid Spa Treatment) ไปจนถึงการรักษาด้วยแสง (Light-Based Therapy) โดย Low-Level Light Therapy (LLLT) ช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมน้ำมันบริเวณเปลือกตาในระดับเซลล์ ส่วน Intense Pulsed Light (IPL) ช่วยลดการอักเสบและการอุดตันของต่อมน้ำมันบริเวณเปลือกตา สำหรับผู้ป่วยตาแห้งรุนแรงบางราย แพทย์อาจพิจารณาการรักษาขั้นสูงตามข้อบ่งชี้ เช่น Autologous Serum Eye Drops หรือ Platelet-Rich Plasma (PRP) เพื่อช่วยส่งเสริมการซ่อมแซมและฟื้นฟูเนื้อเยื่อ

ศ.พญ.งามจิตต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาวะตาแห้งมีความซับซ้อนและเกิดได้จากหลายปัจจัย การดูแลแบบ Personalized Care ที่มุ่งเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง จึงมุ่งค้นหาสาเหตุและประเมินความรุนแรง ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์เฉพาะทางและทีมสหสาขาวิชาชีพ รวมถึงการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย โดยเป้าหมายสำคัญที่ไม่ใช่เพียงบรรเทาอาการ แต่คือการฟื้นฟูสมดุลของผิวดวงตา ลดผลกระทบต่อการมองเห็น และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

เตือนคนติดจอ! บำรุงราษฎร์ ยกระดับ 'คลินิกตาแห้ง'สู้เสี่ยงสูง 50%

เตือนคนติดจอ! บำรุงราษฎร์ ยกระดับ 'คลินิกตาแห้ง'สู้เสี่ยงสูง 50%