วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม 2569

Login
Login

ปรับให้ทันโลกเปลี่ยนดัน ‘ไทย’ ให้ยังอยู่ในสายตาโลก

โลกกำลังเข้าสู่ยุคของการแข่งขันที่ไม่ใช่การแข่งแบบเดิม แต่แข่งขันกันที่เทคโนโลยี ความมั่นคงของซัปพลายเชน ความสามารถในการเป็นเจ้าของข้อมูล และการสร้างนวัตกรรมประเทศ สงครามการค้าได้ขยายตัวเป็นสงครามเทคโนโลยี

    ขณะที่ AI, เซมิคอนดักเตอร์, ดาต้าเซนเตอร์ และควอนตัมคอมพิวติ้ง กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจยุคใหม่ ประเทศมหาอำนาจต่างเร่งลงทุนมหาศาลเพื่อสร้างความได้เปรียบระยะยาว ในโลกเช่นนี้การแข่งขันไม่ได้เกิดขึ้นระหว่างบริษัทกับบริษัท แต่เป็นการแข่งขันระหว่าง “ระบบเศรษฐกิจ” ของแต่ละประเทศ
    ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ องค์กรธุรกิจของไทย ไม่ว่าจะเอสเอ็มอี บิ๊กคอร์ปกำลังเผชิญโจทย์เดียวกัน นั่นคือ การเลิกคิดว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ต้องมองว่าเป็นปัจจัยผลิตใหม่ไม่ต่างจากไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต หรือเงินทุน องค์กรที่ยังลงทุนแบบค่อยเป็นค่อยไป รอให้เทคโนโลยีมีราคาถูกลง หรือรอให้คู่แข่งพิสูจน์ความสำเร็จก่อน อาจกำลังเสียโอกาสสำคัญ เพราะโลกธุรกิจยุคใหม่ ชอบผู้ที่เรียนรู้เร็ว ปรับตัวเร็ว และตัดสินใจเร็ว มากกว่าบริษัทใหญ่ที่ยังคิดว่าตัวเองมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ยังหลงในแนวคิดแบบเดิม ลำพองคิดว่าตัวเองยังเป็นหนึ่งในปฐพี แต่จริงๆ แล้วโลกที่เปลี่ยนไปเร็วมาก จนโลกใบใหม่อาจไม่มีที่ให้บริษัทเหล่านี้อีกแล้วก็ได้

    อีกด้านหนึ่ง ประเทศไทยเองต้องทบทวนยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจใหม่เช่นกัน การดึงดูดลงทุนดาต้าเซนเตอร์หรือโรงงานชิปเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” หากไม่สามารถเชื่อมโยงการลงทุนเหล่านี้ไปสู่การพัฒนาผู้ประกอบการไทย การวิจัย การสร้างคน AI การต่อยอดสตาร์ตอัป หรือการพัฒนาเทคโนโลยีของคนไทย เราอาจเป็นเพียงฐานที่ตั้งของโครงสร้างพื้นฐานให้บริษัทต่างชาติ หรือ เป็นแค่ทางผ่านที่ปล่อยให้คนในประเทศหลงดีใจ หากมูลค่าเพิ่มส่วนใหญ่ไหลกลับไปยังเจ้าของเทคโนโลยี

    โจทย์ใหญ่ของไทย คือ การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจทั้งระบบให้พร้อมรับระเบียบโลกใหม่ ตั้งแต่การพัฒนาทักษะคนไทย การยกระดับการวิจัยและนวัตกรรม การสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง ไปจนถึงการปรับกฎระเบียบให้ทันกับเศรษฐกิจดิจิทัล หาก AI คือ กลไกที่ขาดไม่ได้ของเศรษฐกิจยุคใหม่ ดาต้าเซนเตอร์คือโรงงาน ควอนตัมคือเทคโนโลยีแห่งอนาคต และข้อมูลคือทรัพยากรสำคัญ ประเทศไทยก็ไม่อาจเดินเข้าสู่ยุคใหม่ด้วยวิธีคิดแบบเดิมได้อีกต่อไป เพราะในโลกที่ผันผวน ความสามารถในการ “ปรับตัว” จะมีค่ามากกว่าความสามารถในการ “รักษาสภาพเดิม” และนั่นจะเป็นตัวชี้วัดว่าไทยจะเป็นเพียงผู้ตาม หรือก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นที่มีบทบาทในเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ และยังอยู่ในสายตาของประชาคมโลก