วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม 2569

Login
Login

'ดื่มน้ำเปล่า' ปริมาณเท่าใด? ถึงจะไม่เสี่ยง 'ไตวาย ไตอักเสบ'

หลายๆ คน มักจะเคยได้ยินความเชื่อเกี่ยวกับการดื่มน้ำเปล่ามามากมาย ซึ่งการดื่มน้ำเปล่ามีประโยชน์ แต่ในบางคนอาจได้ยินความเชื่อว่า หาก “ดื่มน้ำมากๆ” แล้วทำให้ “ไตวาย” ขณะที่ “ดื่มน้ำน้อย” เสี่ยง “ไตอักเสบ” แล้วการดื่มน้ำเกี่ยวกับโรคไต ได้อย่างไร? วันนี้ “กรุงเทพธุรกิจ” รวบรวมข้อคิดเห็นจากแพทย์โรคไต มาไขข้อข้องใจว่า ดื่มน้ำมาก ดื่มน้ำน้อย ส่งผลต่อไตในรูปแบบใด

“น้ำ” เป็นส่วนประกอบสำคัญของร่างกาย โดยน้ำเป็นองค์ประกอบประมาณ 60% ของน้ำหนักตัว ทำหน้าที่สำคัญต่ออวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย เป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบไหลเวียนเลือด และช่วยในการขับเคลื่อนนำส่งของเสียไปขับออกที่ไต ดังนั้น เมื่อมีการขาดน้ำจึงทำให้รบกวนการทำหน้าที่เหล่านี้ การขาดน้ำในปริมาณเล็กน้อยอาจทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย แต่หากขาดน้ำรุนแรงอาจทำให้การทำงานของไตลดลง และรบกวนการทำงานตามปกติของอวัยวะอื่น ๆ

เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบส่วนใหญ่ของของเหลวในร่างกาย และน้ำมีประโยชน์ต่อร่างกายหลาย ๆ อย่าง เช่น

  • เป็นส่วนประกอบของเลือดซึ่งช่วยในการขนส่งออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงร่างกายเป็นไปอย่างเป็นปกติ
  • ทำให้อุณหภูมิของร่างกายเป็นปกติ
  • ลดอาการท้องผูก ช่วยในการเคลื่อนไหวของสำไส้
  • ป้องกันการเกิดนิ่ว
  • ทำให้ร่างกายสามารถขับของเสียออกทางเหงื่อและทางไตได้ตามปกติ
  • ช่วยหล่อลื่นกระดูกข้อต่อ และไขข้อต่าง ๆ

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าน้ำมีความจำเป็นต่อร่างกายของเราเป็นอย่างมาก หากร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำจึงอาจส่งผลต่อสุขภาพได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

'ช่วงเวลาดื่มน้ำ' ที่ร่างกายต้องการ ดูแลสุขภาพ ปลุกสมอง ลดโรค

'ภัยในใจ'วิกฤตที่ป้องกันได้ สร้าง 'Safe Haven'แก่เด็ก

ดื่มน้ำมีผลต่อไต ขับของเสียออกจากร่างกาย

พญ. บงกช สุรัติชัยกุล อายุรแพทย์โรคไต โรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ อธิบายว่า ไตต้องกรองเลือดมากถึง 140-170  ลิตรต่อวัน และผลิตปัสสาวะเพื่อขับของเสียต่าง ๆ ทิ้งเป็นปริมาณ 1-2  ลิตร ต่อวัน น้ำจึงเป็นองค์ประกอบช่วยให้ไตสามารถขับของเสียออกจากร่างกายได้ตามปกติ นอกจากนี้น้ำยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบไหลเวียนโลหิตเพื่อช่วยนำออกซิเจนและสารอาหารต่าง ๆ ไปเลี้ยงไตได้อย่างเพียงพอ 

การดื่มน้ำอย่างเพียงพอจะลดการเกิดนิ่วในไต เพราะการขาดน้ำจะทำให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นมากขึ้นซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงในการตกตะกอน เกิดเป็นนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้

นอกจากนี้การดื่มน้ำยังช่วยลดการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะได้ เพราะการดื่มน้ำอย่างเพียงพอและเหมาะสมจะช่วยให้ผลิตปัสสาวะอย่างเพียงพอซึ่งการปัสสาวะอย่างเพียงพอจะช่วยลดการสะสมเชื้อโรคในทางเดินปัสสาวะที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อ

เช็กปริมาณการดื่มน้ำ ในแต่ละวัน

โดยปริมาณน้ำดื่มที่เหมาะสมต่อวันในแต่ละบุคคลมีความแตกต่างตามอายุ สภาพอากาศ การออกกำลังกาย การตั้งครรภ์ การให้นม หรือเจ็บป่วย โดยในบุคคลที่ออกกำลังกายหนักและบุคคลที่อยู่ในสภาพอากาศร้อนชื้นมีความต้องการน้ำมากกว่าบุคคลที่ไม่ได้ออกกำลังกายหรือสภาพอากาศเย็น แต่โดยเฉลี่ยมักไม่ต่ำกว่า 8 แก้ว ต่อวัน ซึ่งแต่ละบุคคลควรปรับตามปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น หรืออาจสังเกตได้จากสีปัสสาวะ หากปัสสาวะเริ่มมีสีเหลืองเข้มอาจเกิดจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอ 

ในผู้ป่วยที่การทำงานของไตลดลงในระดับหนึ่งความสามารถในการขับน้ำของไตจะลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยโรคไตระยะท้ายหรือผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาทางไต อาจต้องมีการจำกัดการดื่มน้ำอย่างเคร่งครัด

'ดื่มน้ำเปล่า' ปริมาณเท่าใด? ถึงจะไม่เสี่ยง 'ไตวาย ไตอักเสบ'

ดื่มน้ำเยอะไป ส่งผลเสียต่อร่างกาย-ไตพัง

การดื่มน้ำที่มากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน เพราะหากดื่มมากเกินไป กว่าความสามารถของไตจะขับน้ำออกได้ทัน ก็จะทำให้สมดุลเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติไป (electrolyte imbalance) โดยมักจะพบภาวะที่มีโซเดียมในเลือดต่ำ (hyponatremia) อาจทำให้มีอาการผิดปกติของระบบประสาท กล้ามเนื้อ ปากซีดมือซีด หรืออาจมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลียจากการที่ไตทำงานมากเกินไป และการหลั่งฮอร์โมนจากไตที่ผิดปกติ ซึ่งภาวะที่มีการดื่มน้ำเยอะเกินไปนี้อาจเกิดผลเสียต่อร่างกาย  เช่น

  • ในนักวิ่งมาราธอนหรือไตรกีฬาที่ดื่มน้ำมากเกินไป เช่น มากกว่า 6-10 ลิตรด้วยความรวดเร็วอาจทำให้เกิดความผิดปกติของสมดุลเกลือแร่ในร่างกายได้และพบมีอาการชักหมดสติได้
  • ผู้ป่วยโรคไตบางระยะที่ไม่สามารถขับปัสสาวะไม่เพียงพอ การที่ไม่จำกัดการดื่มน้ำ หรือดื่มน้ำมากเกินไป จะทำให่เกิดเกลือแร่ในเลือดผิดปกติ และ บวมหายใจหอบเหนื่อย ดังนั้นผู้ป่วยโรคไตจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อการแนะนำการดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม

คนไทยหลายคน ยังมีความเชื่อที่ผิด ๆ ว่า การดื่มน้ำมาก ๆ  ทำให้ไตวาย เพราะความจริงแล้ว น้ำจะช่วยเจือจางสารพิษที่ไปสู่ไต  และการที่เรามีปัสสาวะออกดี ไม่ได้แปลว่า ไตของเราต้องทำงานหนักขึ้น แต่แสดงถึงการขับของเสียที่มีประสิทธิภาพ ลองเปรียบเทียบกับการล้างภาชนะหรือทำความสะอาดบ้าน อยากให้สะอาดก็ต้องใช้น้ำมากๆ ยิ่งคนที่ไตเสื่อมสภาพ ยิ่งต้องดื่มน้ำให้มาก เพื่อกำจัดของเสียที่คั่งในร่างกาย

คนไข้ไตวายระยะสุดท้าย..ควรดื่มน้ำน้อยๆ

นพ.พัฒนา เต็งอำนวย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต ศูนย์ไตเทียม โรงพยาบาลพญาไท 2  อธิบายในเรื่องนี้ว่า คนไข้ไตวายในระยะสุดท้าย บางรายอาจมีปัญหา น้ำคั่งหรือท่วมปวดได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่ต้องได้รับการล้างไตต่อเนื่องเพื่อประทังชีพ คนไข้เหล่านี้ มักจะไม่มีปัสสาวะเลย ดังนั้น หากดื่มน้ำมากไปก็จะทำให้เกิดภาวะน้ำคั่งในร่างกายได้ ซึ่งตามมาด้วยภาวะเกลือแร่เจือจางหรือน้ำท่วมปอด

แพทย์จึงแนะนำให้คนไข้เหล่านี้ดื่มน้ำน้อย ๆ แต่ไม่ได้แปลว่า การดื่มน้ำน้อย ๆ นั้น มีผลดีต่อสุขภาพแต่ประการใดและยิ่งเป็นอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเทศที่มีอากาศร้อน เช่น ประเทศไทย

ดื่มน้ำน้อย เสี่ยง "ไตอักเสบ" จริงหรือ?

รศ. นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ สาขาวิชาโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล  กล่าวว่ากรวยไตอักเสบ เกิดได้จากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นการอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส รวมไปถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การดื่มน้ำน้อย ส่วนไตอักเสบที่เกิดจากโรคภูมิคุ้มกันหรือจากการแพ้ยา ถ้ารักษาไม่ถูกต้องอาจส่งผลให้การกรองของเสียเพื่อขับปัสสาวะผิดปกติซึ่งอาจทำให้เกิดไตวายได้

อาการไตอักเสบ

  • มีไข้สูง
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • หนาวสั่น
  • ปวดบริเวณสีข้างอย่างเฉียบพลัน
  • ปัสสาวะบ่อย หรือเจ็บแสบขณะปัสสาวะ

วิธีป้องกันไตอักเสบ

  • ดื่มน้ำ อย่างน้อย 6-8 แก้ว/วัน
  • ไม่กลั้นปัสสาวะ
  • หลังมีเพศสัมพันธ์ ควรปัสสาวะก่อนเข้านอน
  • ไม่ย่ำน้ำ และระวังไม่ให้เกิดบาดแผลที่เป็นทางเข้าของเชื้อโรค
  • หลีกเลี่ยงการกินยาแก้ปวด และยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น ไอบูโพรเฟน

"ดื่มน้ำที่ถูกต้อง" ป้องกันโรค

ปริมาณน้ำที่เหมาะสมในแต่ละวันจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยเฉลี่ย 8 แก้วต่อวัน หรือ 1.5 – 2 ลิตรต่อวัน

น้ำในปริมาณที่แนะนำควรแบ่งดื่มให้ครอบคลุมตลอดทั้งวัน น้ำที่ควรดื่มควรเป็นน้ำสะอาด อุณหภูมิปกติไม่ร้อนหรือเย็นจัด แต่ถ้าเป็นน้ำอุ่นควรอุ่น ๆ เล็กน้อย และดื่มในตอนเช้าเพื่อให้การขับถ่ายดีขึ้น การดื่มน้ำไม่ควรดื่มในปริมาณมาก ๆ พร้อม ๆ กันในครั้งเดียวเพราะอาจทำให้สมดุลเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติได้

เราสามารถสังเกตสีของปัสสาวะได้ว่าการดื่มน้ำเพียงพอหรือไม่ โดยสีของปัสสาวะควรใส ไม่ขุ่น หรือมีสีเหลืองเล็กน้อย หากปัสสาวะสีเข้มหรือขุ่นแสดงว่าร่างกายอาจกำลังอยู่ในภาวะขาดน้ำ จึงควรดื่มน้ำเพิ่มขึ้น และหากร่างกายอยู่ในภาวะที่ต้องการน้ำมากขึ้น เช่น ในสภาพอากาศร้อน การออกกำลังกาย อาเจียน ท้องเสีย เป็นไข้ สามารถเพิ่มการดื่มน้ำให้มากกว่าปกติได้

อ้างอิง:โรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ ,Rama Channel ,โรงพยาบาลพญาไท 2