โรงพยาบาลเลิดสิน เปิด “ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์การกีฬา” (Center of Excellence in Sports Medicine) ต้นแบบศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาภาครัฐแบบครบวงจรแห่งแรกของไทย เปิด Roadmap 5 ปี ( 2569-2573) ตั้งเป้าคว้ามาตรฐานสากล FIFA Medical Centre of Excellence ภายในปี 2575 ชูโมเดล One-Stop Service ผสาน Premium Clinic รองรับทุกสิทธิรักษา และ iClaim รองรับนักกีฬาอาชีพ และผู้ที่ออกกำลังกายสาย Extreme ผู้เตรียมลงแข่งขัน HYROX พร้อมทำวิจัยเอ็นไขว้หน้า (ACL) สร้างมาตรฐานรักษาขยายผลทั่วประเทศ ขับเคลื่อน Medical Hub และ Health Economy ของไทย
จากเทรนด์การดูแลสุขภาพและการเล่นกีฬาของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะความนิยมในกีฬาท้าทายและกีฬาสาย Extreme เช่น วิ่งมาราธอน วิ่งเทรล ปีนเขา รวมถึงการแข่งขันฟิตเนสระดับโลกอย่าง HYROX (ไฮร็อก) ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง ได้ส่งผลให้สถิติการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
'เลิดสิน'ตั้งเป้า TOP 3 รพ.รัฐเฉพาะทาง นำหุ่นยนต์ Modular ผ่าตัดสำเร็จ 19 ราย
คนรุ่นใหม่ 'เล่นกีฬาหนัก- วิ่งมาราธอน-HYROX' บาดเจ็บพุ่ง 20-30%
แห่งแรก Sports Medicine Hub ภาครัฐ
ในขณะที่หน่วยงานภาครัฐยังไม่มีศูนย์บริการเฉพาะทางด้าน“เวชศาสตร์การกีฬา”แบบ One-Stop Service ครบวงจร ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การวินิจฉัย การรักษา/ผ่าตัด การฟื้นฟู ไปจนถึงการเสริมสมรรถภาพและการส่งกลับคืนสู่สนามการแข่งขันอย่างปลอดภัย (Return to Sport) โรงพยาบาลเลิดสิน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านระบบกระดูกและข้อ มองเห็นโอกาสที่จะพัฒนาศูนย์บริการเฉพาะทางแบบ One-Stop Service ครบวงจร จึงได้เปิด “ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์การกีฬา” (Center of Excellence in Sports Medicine)ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว
เพื่อพัฒนาให้เป็นต้นแบบศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาภาครัฐที่ให้บริการอย่างครบวงจรแห่งแรกของไทยมีทีมสหสาขาดูแลแบบ One-Stop Service พร้อมยกระดับสู่การเป็น Sports Medicine Hub ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ เชื่อมโยงกับเครือข่ายด้านกีฬาอย่างเป็นระบบ สนับสนุนการขับเคลื่อน Medical Hub ตลอดจน Health Economy ของประเทศ
โดยบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM โดยเปิดตัวเมื่อวันที่ 24 ก.ค.โดยมี พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์, มงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ นพ.อดิศักดิ์ งามขจรวิวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน ร่วมผลักดันการจัดตั้งศูนย์ฯในครั้งนี้
เปิดคลินิกนำร่องสัปดาห์ละ 1 วัน
พัฒนา กล่าวว่า การดำเนินงานของโรงพยาบาลเลิดสิน จะต้องเชื่อมโยงกับนโยบายต่างๆ ของกระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์โดยเฉพาะความเป็นเลิศด้านการแพทย์เวชศาสตร์การกีฬา โดยบูรณาการร่วมกับความร่วมมือกับกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา พัฒนาให้เป็นต้นแบบศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาภาครัฐ ที่ให้บริการอย่างครบวงจร ยกระดับความเป็น Sports Medical Hub ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ เชื่อมโยงกับเครือข่ายด้านกีฬาอย่างเป็นระบบ
นพ.ปริยุทธิ์ เจียรพัฒนาคม ผู้อำนวยการสถาบันออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลเลิดสิน ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ”ว่า ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์การกีฬา จะเปิดให้บริการคลินิกนำร่องสัปดาห์ละ 1 วัน โดยให้บริการเบ็ดเสร็จในจุดเดียว (One-Stop Sports Medicine Service) ทั้งการประเมิน & วินิจฉัยเฉพาะทาง รักษา/ผ่าตัดโดยทีมเฉพาะทาง สหสาขาวิชาชีพ หมอออร์โธปิดิกส์ หมอเวชศาสตร์ฟื้นฟู นักกายภาพ นักสรีรวิทยา นักจิตวิทยา อยู่ในทีมเดียวกัน รวมทั้งฟื้นฟูสมรรถภาพ เสริมสมรรถภาพ & Testing Return to Sport สู่สนามปลอดภัย
การให้บริการระยะเบื้องต้น จะเริ่มด้วยการลดอาการปวด บวม เตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัด ระยะฟื้นฟูหลังผ่าตัด (Rehabilitation) ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อด้วยเครื่องมือและ Machine เฉพาะทาง ระยะทดสอบสมรรถภาพ (Performance Testing) ทดสอบความพร้อมขั้นสูงก่อนกลับไปเล่นกีฬาตามเลเวลเดิม โดยมีอุปกรณ์วัดกำลังกล้ามเนื้อ เครื่องมือทดสอบการวิ่ง การกระโดด เพื่อประเมินความพร้อมก่อนอนุญาตให้ผู้ป่วยหรือนักกีฬากลับไปแข่งขัน (Return to Sport)
ประชาชนและนักกีฬาสามารถใช้ สิทธิพื้นฐาน เช่น สิทธิ 30 บาทรักษาทุกโรค, สิทธิประกันสังคม หรือสิทธิข้าราชการ เพื่อครอบคลุมค่ารักษาหลักได้ ช่วยลดภาระทางการเงินได้ และสามารถเลือกระบบบริการพรีเมียม สะดวกรวดเร็ว ส่วนระบบ ประกันสุขภาพเอกชน (iClaim) อยู่ระหว่างการศึกษาข้อกฎหมายและสัญญา คาดว่าจะพร้อมเปิดใช้งานเต็มรูปแบบภายใน 1 ปี เพื่อให้ผู้ใช้ประกันสุขภาพเอกชนรับการรักษาได้ทันทีโดยไม่ต้องสำรองจ่าย
MOU กรมพลศึกษาดูแลนักกีฬาไทย
โดยวันศุกร์ที่ 14 ส.ค. จะมีการหารือกับ กรมพลศึกษา เพื่อทำความร่วมมือ (MOU) ใช้ประโยชน์จากศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาของกรมพลศึกษา ดูแลกลุ่มเยาวชนและการส่งเสริมป้องกัน ตลอดจนมีแผนจะขยายความร่วมมือไปยัง การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในระยะต่อไป
“เชื่อว่าศูนย์แห่งนี้เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและศักยภาพของนักกีฬาและประชาชนไทยให้กลับไปออกกำลังกายและเล่นกีฬาได้อย่างปลอดภัย และยังสร้างโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เป็น ศูนย์กลางการแพทย์ระดับนานาชาติ สร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้เข้าประเทศ ดึงดูดนักกีฬาและผู้รับบริการจากทั่วโลกยกระดับการแพทย์การกีฬาสู่ระดับสากลได้อีกด้วย”
วิจัยเอ็นไขว้หน้าสร้างมาตรฐานรักษา
นอกจากนี้ศูนย์ฯ จะทำวิจัยเชิงประจักษ์ Sports Medicine Registry โดย นพ.สุนิคม ศุภอักษร นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ แพทย์อนุสาขาเวชศาสตร์การกีฬา จะเก็บข้อมูลผู้ป่วยบาดเจ็บ เอ็นไขว้หน้าเข่าฉีกขาด (ACL Injury) และหมอนรองข้อเข่าฉีกขาด ซึ่งเป็นอาการบาดเจ็บยอดฮิตทั้งในนักกีฬาและคนทั่วไปที่ทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวัน นำมาทำวิจัยเพื่อสร้าง “Protocol การดูแลรักษาที่เป็น Standard Care” นำร่องใช้ที่โรงพยาบาลเลิดสิน ก่อนจะขยายผลส่งต่อให้โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ นำไปใช้เป็นแนวทางมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศได้รับบริการรักษาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาที่มีคุณภาพเท่าเทียมกัน
ในระยะแรกจะเน้นดูแลนักกีฬาไทยและประชาชนทั่วไป แต่ในระยะยาว โรงพยาบาลเลิดสินมีเป้าหมายยกระดับการให้บริการ ASC (Ambulatory Surgical Center) และการดูแลรักษาระดับ Professional เพื่อดึงดูดนักกีฬาอาชีพระดับสากลและคนไข้ต่างชาติให้เข้ามาใช้บริการในประเทศไทย โดยมีเลิดสินเป็น Hub สำคัญ
Extreme-HYROX มีแค่‘ใจ’ไม่พอ ต้องประเมินร่างกาย 'ก่อนลงแข่ง’
สำหรับประชาชนทั่วไป สายออกกำลังกายหนัก หรือผู้ที่เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาประเภทใช้พลังงานสูงอย่าง HYROX หรือการวิ่งมาราธอน นพ.สุนิคม ได้ให้คำแนะนำและเตือนถึงความสำคัญของการประเมินร่างกายก่อนการเล่นกีฬา
“HYROX เป็นกีฬาไม่ได้อาศัยความอึดของร่างกายอย่างเดียว แต่อาศัยทุกๆ ส่วน ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ระบบหัวใจ และระบบหายใจ ถ้าคนที่มีสุขภาพปกติทั่วไป อายุยังน้อย ไม่ค่อยมีความเสี่ยง ยกเว้นบางจังหวะที่อาจเกิดอุบัติเหตุ แต่ถ้าคนที่ไม่รู้ว่ามีโรคประจำตัว หรือมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว คิดว่าก่อนที่จะไปเล่นควรจะต้องได้รับการประเมินก่อนว่ามีโอกาสบาดเจ็บหรือมีปัญหาอะไรหรือไม่”
นพ.สุนิคม ระบุว่า สิ่งแรกที่ต้องประเมินคือ “หัวใจ กล้ามเนื้อ และข้อต่อ” หากปกติต้องการขยายระยะทาง เช่น จากวิ่ง 5 กิโลเมตร เพิ่มเป็น 21 หรือ 42 กิโลเมตร หากไม่ค่อยๆ เทรน กล้ามเนื้อจะไม่รองรับและเกิดการบาดเจ็บสะสมได้
“คนที่เล่น HYROX ต้องฝึกร่างกาย เพราะมีใจอย่างเดียวอาจจะไม่พอ อายุอาจไม่ได้เป็นเกณฑ์ ปัจจุบันคนอายุเยอะแต่ร่างกายฟิตก็มี เพียงแต่ถ้าอยากจะเริ่มเล่นต้องค่อยๆ เทรนให้มันหนักขึ้นเรื่อยๆ เป็นสเต็ป ไม่ใช่เทรนมาน้อยแต่ลงหนัก จะบาดเจ็บง่าย พอบอดี้แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ อาการบาดเจ็บก็จะน้อยลง”


