วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ซ่อมหัวใจไม่กี่นาที ฟื้นตัวใน 3 วัน เปลี่ยน ‘ลิ้นหัวใจ’ไม่ต้องผ่าตัด

เมื่อนาฬิกาชีวิตเดินเข้าสู่ช่วงวัย 70-80 ปี ความสุขที่เรียบง่ายที่สุดอย่างการได้วิ่งเล่นกับลูกหลานหรือการเดินไปหน้าปากซอยอาจกลายเป็นเรื่องไกลตัว เพียงเพราะคำว่า “เหนื่อย” ที่คนรอบข้างมักเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องปกติของวัยชรา แต่ในความเป็นจริง หลายกรณี คือ เสียงเตือนจากโรคลิ้นหัวใจที่กำลัง “ตีบ” หรือ “รั่ว” จนร่างกายรับไม่ไหว

ภาพจำเดิมๆ ของการรักษาหัวใจคือการ “ผ่าตัดใหญ่” ต้องเปิดหน้าอกและหยุดการเต้นของหัวใจ ซึ่งสร้างความหวาดกลัวจนผู้สูงอายุหลายท่านเลือกที่จะ “อดทนและรอวันหมดไฟ” ในวันนี้ ไทยก้าวเข้าสู่ยุคที่ “วันหมดอายุของหัวใจ” ถูกเขียนขึ้นใหม่ด้วยนวัตกรรมที่เปลี่ยนเรื่องใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้

ปัจจุบันของการรักษาโรคหัวใจทางกายภาพที่ไม่ต้องพึ่งพามีดผ่าตัดขนาดใหญ่ เทคโนโลยี TAVI (Transcatheter Aortic Valve Implantation) คือ “Game Changer” ที่แท้จริง แพทย์จะใช้สายสวนขนาดเพียง 5 มิลลิเมตร (ประมาณด้ามปากกา) สอดผ่านหลอดเลือดที่ขาหนีบเข้าไปจนถึงหัวใจ

“ลิ้นหัวใจ”ที่นำมาเปลี่ยนนั้นทำจาก “เนื้อเยื่อชีวภาพ” (Bioprosthetic Valve) ซึ่งมีข้อดีมหาศาลคือคนไข้ ไม่จำเป็นต้องกินยาละลายลิ่มเลือดตลอดชีวิต เหมือนการใส่ลิ้นหัวใจเหล็กในสมัยก่อน ข้อมูลจากสมาพันธ์วันหัวใจโลก (World Heart Federation) ระบุว่า โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นสาเหตุอันดับ 1 การเสียชีวิตทั่วโลก โดยในแต่ละปี มีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดมากถึง 20.5 ล้านคน และ 1 ใน 5 เป็นการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรที่สามารถป้องกันได้ จากระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) ปี 2568 ประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสมโรคหัวใจและหลอดเลือดมากถึง 2.6 แสนคน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในแต่ละปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

'โรคอ้วน' เสี่ยง 'สมองแก่ก่อนวัย' ดูแลสมอง ไม่ใช่เรื่องของคนแก่

เปลี่ยนลิ้นหัวใจไม่ต้องผ่าตัด

ผศ.นพ.ภาวิทย์ เพียรวิจิตร อาจารย์แพทย์สาขาวิชาโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่าปัจจุบันสังคมไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ซึ่งโรคหลักๆ ที่พบในคนไทย ได้แก่ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง และการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ โดยโรคเหล่านี้เป็นโรคที่ค่าใช้จ่ายสูงมาก แล้วคนไทยหลายๆ คนก็ไม่สามารถจะรับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาได้ทั้งหมด ทำให้โรงพยาบาลต้องดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคเหล่านี้ค่อนข้างมาก

“การซ่อมหัวใจแบบประเภทที่เรียกว่าเป็น Structural Heart Disease คือ ความผิดปกติของหัวใจทางกายภาพ ทางโครงสร้างของหัวใจ ทุกคนเคยได้ยินการทำบอลลูนหลอดเลือดหัวใจ อาจมีผู้หลักผู้ใหญ่หรือคนสำคัญในครอบครัวเราที่อาจจะเคยต้องมาซ่อมหลอดเลือด แต่โรคที่หลายๆ คนอาจจะไม่เคยได้ยิน นั่นคือเรื่องของโรคลิ้นหัวใจผิดปกติ”

ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อย ไม่จำกัดเพศและอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีโรคร่วมหลายชนิด หรือผู้ที่เคยผ่านการผ่าตัดหัวใจมาก่อน ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดเปิดหัวใจตามแนวทางมาตรฐานได้อีก เพราะมีความเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิตจากการผ่าตัด

ซ่อมหัวใจไม่กี่นาที ฟื้นตัวใน 3 วัน  เปลี่ยน ‘ลิ้นหัวใจ’ไม่ต้องผ่าตัด

นวัตกรรม TAVI ฟื้นตัวไวใน 3 วัน

ปัจจุบันวิวัฒนาการทางการแพทย์ได้พัฒนาเทคโนโลยีการรักษาโรคหัวใจผ่านสายสวน ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีโอกาสได้รับการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าอก ลดภาวะแทรกซ้อน ฟื้นตัวได้รวดเร็ว ลดการกลับเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลซ้ำ และมีโอกาสกลับไปใช้ชีวิต ดูแลครอบครัว หรือประกอบอาชีพได้ใกล้เคียงปกติอีกครั้ง

ผศ.นพ.ภาวิทย์ อธิบายต่อว่าหัวใจของคนเรามี 4 ลิ้นหัวใจ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมให้เลือดไหลทางเดียว ไม่ไหลย้อนกลับ ความผิดปกติหลักของลิ้นหัวใจจะมี 2 แบบ คือ ลิ้นหัวใจตีบ เปิดได้ไม่เต็มที่ เลือดไหลผ่านลำบาก กับลิ้นหัวใจรั่ว เลือดไหลย้อนกลับ โดยอาการของโรคลิ้นหัวใจตีบจะมีอาการเหนื่อยง่าย น้ำท่วมปอด เป็นลมหรือหมดสติ ซึ่งกลุ่มเสี่ยงจะพบมากในผู้สูงอายุ ประมาณ 70-75 ปีขึ้นไป หรือกลุ่มที่เกิดจากลิ้นหัวใจเสื่อมตามอายุ หรือมีความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดและโรคร่วมอื่น ๆ

“อดีตการรักษาโรคของลิ้นหัวใจต้องผ่าตัดเปิดหน้าอกและดมยาสลบ แต่ขณะนี้สามารถรักษาด้วย TAVI (Transcatheter Aortic Valve Implantation) สำหรับผู้ป่วยบางราย โดย ไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าอก ไม่ต้องดมยาสลบ และใส่สายสวนผ่านหลอดเลือดบริเวณขาหนีบ เพื่อนำลิ้นหัวใจเทียมไปเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติก (Aortic Valve) เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดใหญ่ เหมาะกับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อการผ่าตัด โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ไม่มีแผลผ่าตัดขนาดใหญ่ ผู้ป่วยสามารถรู้สึกตัวระหว่างทำหัตถการ ฟื้นตัวรวดเร็ว และกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ภายในประมาณ 3 วัน”

ซ่อมหัวใจไม่กี่นาที ฟื้นตัวใน 3 วัน  เปลี่ยน ‘ลิ้นหัวใจ’ไม่ต้องผ่าตัด

รักษาผู้ป่วย มากกว่า 650 ราย

นวัตกรรม TAVI เหมาะสำหรับผู้ป่วยลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบหรือรั่ว โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการผ่าตัดใหญ่ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผศ.นพ.ภาวิทย์ กล่าวต่อว่าลิ้นหัวใจที่ใช้เป็น ลิ้นหัวใจชีวภาพ (Bioprosthetic Valve) ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาละลายลิ่มเลือดตลอดชีวิต และอาการมักดีขึ้นอย่างชัดเจนหลังการรักษา การรักษาโรคลิ้นหัวใจผ่านสายสวนรูปแบบอื่น นอกจาก TAVI แล้ว โรงพยาบาลรามาธิบดียังสามารถรักษาลิ้นหัวใจ Mitral Valve และ Tricuspid Valve ที่มีภาวะรั่ว ด้วยเทคโนโลยีผ่านสายสวน โดยใช้อุปกรณ์ซ่อมแซมลิ้นหัวใจแทนการเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ช่วยลดความจำเป็นในการผ่าตัดเปิดหน้าอก

โรงพยาบาลรามาธิบดีให้การรักษาด้วย TAVI มานานกว่า 15 ปี และเป็นหนึ่งในศูนย์ที่มีความเชี่ยวชาญของประเทศไทย ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ และมีผลงานวิชาการได้รับการตีพิมพ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีสถิติการรักษาTAVI (Aortic Valve) มากกว่า 650 ราย, Mitral และ Tricuspid Valve Repair มากกว่า 270 ราย และผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจพิการแต่กำเนิด ประมาณ 70 ราย

ซ่อมหัวใจไม่กี่นาที ฟื้นตัวใน 3 วัน  เปลี่ยน ‘ลิ้นหัวใจ’ไม่ต้องผ่าตัด

ข้อจำกัด เทคโนโลยี TAVI ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

แม้เทคโนโลยี TAVI จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษา แต่ข้อจำกัดสำคัญคือ อุปกรณ์ยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง ประมาณ 600,000-1,500,000 บาทต่อราย ขึ้นอยู่กับชนิดของอุปกรณ์และความซับซ้อนของการรักษา

ผศ.นพ.ภาวิทย์ กล่าวต่อไปว่า มูลนิธิรามาธิบดีไม่ได้สนับสนุนค่ารักษา 100% ในทุกกรณี แต่จะพิจารณาตามความจำเป็นและฐานะทางเศรษฐกิจของผู้ป่วย โดยผู้ป่วยทุกคนจะได้รับการประเมินจากฝ่ายสังคมสงเคราะห์ของโรงพยาบาล หากสามารถรับภาระค่าใช้จ่ายได้ก็จะจ่ายเองทั้งหมด หากจ่ายได้บางส่วน มูลนิธิจะช่วยสนับสนุนตามความเหมาะสม แนวทางนี้ช่วยให้กองทุนสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างยั่งยืนและครอบคลุมผู้ป่วยจำนวนมากขึ้น

ซ่อมหัวใจไม่กี่นาที ฟื้นตัวใน 3 วัน  เปลี่ยน ‘ลิ้นหัวใจ’ไม่ต้องผ่าตัด

“ปีงบประมาณล่าสุด โรงพยาบาลรามาธิบดีรักษาผู้ป่วยด้วย TAVI เกือบ 100 ราย โดยมูลนิธิรามาธิบดีสนับสนุนค่าใช้จ่ายประมาณ 40 ราย ส่วนผู้ป่วยที่เหลือสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดหรือบางส่วน ช่วยยืดอายุและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้ ปัจจุบันเทคโนโลยีมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สามารถขยายการรักษามาสู่ผู้ป่วยอายุน้อยลง จากเดิมที่ใช้ในผู้ป่วยอายุมากกว่า 80 ปี ปัจจุบันสามารถรักษาผู้ป่วยอายุประมาณ 70-75 ปีได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉลี่ยแล้วหลังจากรักษาด้วยนวัตกรรมดังกล่าว จะมีชีวิตอยู่ได้ยาวนานขึ้นประมาณ 7-10 ปี และมีแนวโน้มใช้งานได้นานขึ้นตามการพัฒนาเทคโนโลยี”ผศ.นพ.ภาวิทย์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม โครงการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้โรคหัวใจ ต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ซึ่งการบริจาคให้มูลนิธิรามาธิบดี ไม่ใช่เพียงการเยียวยาเป็นรายกรณี แต่คือการลงทุนใน “ทุนมนุษย์” และ “โครงสร้างพื้นฐาน” เพื่อสร้างระบบสาธารณสุขไทยที่พึ่งพาตนเองได้

ซ่อมหัวใจไม่กี่นาที ฟื้นตัวใน 3 วัน  เปลี่ยน ‘ลิ้นหัวใจ’ไม่ต้องผ่าตัด

ซ่อมหัวใจไม่กี่นาที ฟื้นตัวใน 3 วัน  เปลี่ยน ‘ลิ้นหัวใจ’ไม่ต้องผ่าตัด

ซ่อมหัวใจไม่กี่นาที ฟื้นตัวใน 3 วัน  เปลี่ยน ‘ลิ้นหัวใจ’ไม่ต้องผ่าตัด

ซ่อมหัวใจไม่กี่นาที ฟื้นตัวใน 3 วัน  เปลี่ยน ‘ลิ้นหัวใจ’ไม่ต้องผ่าตัด

ซ่อมหัวใจไม่กี่นาที ฟื้นตัวใน 3 วัน  เปลี่ยน ‘ลิ้นหัวใจ’ไม่ต้องผ่าตัด

ซ่อมหัวใจไม่กี่นาที ฟื้นตัวใน 3 วัน  เปลี่ยน ‘ลิ้นหัวใจ’ไม่ต้องผ่าตัด

ซ่อมหัวใจไม่กี่นาที ฟื้นตัวใน 3 วัน  เปลี่ยน ‘ลิ้นหัวใจ’ไม่ต้องผ่าตัด

ซ่อมหัวใจไม่กี่นาที ฟื้นตัวใน 3 วัน  เปลี่ยน ‘ลิ้นหัวใจ’ไม่ต้องผ่าตัด