“ภาวะเลือดออกหลังวัยหมดระดู” หมายถึง สตรีที่มีภาวะที่มีเลือดออกทางช่องคลอดหลังจากที่ไม่มีระดูติดต่อกันอย่างน้อย 12 เดือน โดยที่สตรีผู้นั้นอยู่ในควรอยู่ในช่วงวัยหมดระดู โดยเฉลี่ยคืออายุ 51 ปี (ช่วงปกติอยู่ที่อายุ 45 ถึง 55 ปี) และภาวะนี้ยังสามารถใช้รวมถึง สตรีอายุน้อยที่มีภาวะรังไข่หยุดทำงานก่อนวัยอันควร(premature ovarian failure) หรือ ภาวะหมดประจำเดือนก่อนวัยอันควร (premature menopause)
พ.ญ.ธนิยาภรณ์ เศรษฐิยานันท์ และรศ.พญ.ประภาพร สู่ประเสริฐ จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่าในสตรีที่รับประทานฮอร์โมนทดแทน (hormone replacement therapy) ความถี่และช่วงเวลาที่มีเลือดออกนั้น ขึ้นอยู่กับรูปแบบการให้ฮอร์โมน โดยถ้าได้รับฮอร์โมนทดแทนแบบ cyclical ( sequential regimen) ภาวะเลือดออกที่ผิดปกตินั้น หมายถึง สตรีที่มีเลือดออกไม่ตรงตามรอบหลังการให้โปรเจสติน(unscheduled bleeding) หรือมีเลือดออกตรงรอบ แต่มามาก หรือมานานผิดปกติ สำหรับการให้ฮอร์โมนทดแทนแบบ continuous combined regimen เลือดออกที่ผิดปกติจะหมายถึง การมีเลือดออกหลังได้รับฮอร์โมนทดแทนมากกว่า 6 เดือน หรือมีเลือดออกผิดปกติอีกหลังจากที่ระดูขาดหายไป
ทั้งนี้ภาวะเลือดออกหลังวัยหมดระดูดังที่กล่าวมาไม่ใช่ภาวะปกติ อาจเกิดจากสาเหตุที่อันตรายร้ายแรงได้อย่างเช่น มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ดังนั้น สตรีที่มีภาวะเลือดออกหลังจากหมดระดูไปแล้ว ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยและสืบค้นหาสาเหตุที่ถูกต้อง เพื่อการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
‘ติด CGM 21 วัน’ กินผักก่อนกินข้าว ชะลอดูดซึมน้ำตาลได้จริง
'โรคอ้วน' เสี่ยง 'สมองแก่ก่อนวัย' ดูแลสมอง ไม่ใช่เรื่องของคนแก่
แบบไหนเรียกว่าเลือดออกหลังหมดประจำเดือน?
ภาวะเลือดออกหลังวัยหมดระดู เป็นปัญหาที่พบบ่อยประมาณร้อยละ 5 ของผู้ป่วยทางนรีเวชทั้งหมดโดยที่ภาวะเลือดออกหลังวัยหมดระดูนี้ พบได้ประมาณ 4 ถึง 11 %ของสตรีที่อยู่ในวัยหมดระดู และ อุบัติการณ์จะลดลงตามจำนวนอายุที่วัยหมดระดูเพิ่มมากขึ้น
นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ (หมอเจด) รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เจ้าของเพจ หมอเจด อธิบายผ่านเพจ ว่าประจำเดือนหายไปเป็นปี อยู่ ๆ มีเลือดติดกางเกงในนิดเดียว หลายคนจะคิดว่า “คงไม่มีอะไร เดี๋ยวก็หยุด” แต่หลังหมดประจำเดือนแล้ว เลือดไม่ควรกลับมาอีก ไม่ว่าจะเป็นเลือดสด คราบชมพู คราบน้ำตาล หรือออกแค่ครั้งเดียวก็ควรตรวจ เพราะมันอาจเป็นแค่ช่องคลอดแห้งก็ได้ แต่ก็อาจเป็นสัญญาณแรกของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกเหมือนกัน
ถ้าประจำเดือนหยุดสนิทมาแล้วอย่างน้อย 12 เดือน แล้วมีเลือดออกอีก แบบนี้ถือว่าผิดปกติ ไม่ต้องรอให้ออกเยอะเหมือนประจำเดือน แค่เช็ดแล้วติดกระดาษ มีคราบสีน้ำตาล หรือมีเลือดหลังมีเพศสัมพันธ์ก็นับหมด บางคนบอกว่า “ออกครั้งเดียวเอง” แต่ปริมาณเลือดไม่ได้บอกว่าโรคเล็กหรือใหญ่ มะเร็งระยะแรกบางรายก็เริ่มจากเลือดเพียงเล็กน้อย
มีเลือดออกแล้วไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งทันที
ยังไม่ใช่ สาเหตุที่เจอบ่อยคือช่องคลอดหรือเยื่อบุโพรงมดลูกบางลงตามฮอร์โมน ติ่งเนื้อ แผลบริเวณปากมดลูก หรือผลจากฮอร์โมนและยาบางชนิด แต่ที่ผมไม่อยากให้เดาเอง เพราะมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกก็มาในอาการเดียวกัน จุดดีคือโรคนี้มักส่งสัญญาณตั้งแต่ระยะแรก ถ้ามาตรวจเร็ว โอกาสรักษาก็ดีกว่ารอจนมีอาการอื่นตามมา
ใครบ้างที่ต้องยิ่งระวัง
จะห่วงมากขึ้นถ้ามีน้ำหนักเกิน ไขมันหน้าท้องเยอะ เป็นเบาหวาน เคยมีประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ มี PCOS ไม่เคยตั้งครรภ์ หมดประจำเดือนช้า หรือเคยใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนอย่างเดียวทั้งที่ยังมีมดลูกอยู่ เพราะเยื่อบุโพรงมดลูกอาจถูกกระตุ้นนานเกินไปครับ แต่ถึงไม่มีปัจจัยเหล่านี้ ถ้ามีเลือดออกหลังหมดประจำเดือนก็ยังต้องตรวจอยู่ดี อย่าใช้คำว่า “เราไม่มีความเสี่ยง” มาปลอบตัวเอง
ไปหาหมอแล้วต้องตรวจอะไรบ้าง
หมอจะถามก่อนว่าเลือดออกกี่ครั้ง ออกมากแค่ไหน ใช้ฮอร์โมนหรือยาละลายลิ่มเลือดอยู่ไหม แล้วตรวจภายในเพื่อดูว่าเลือดมาจากช่องคลอด ปากมดลูก หรือในโพรงมดลูก การตรวจที่ใช้บ่อยคือ อัลตราซาวนด์ทางช่องคลอด เพื่อดูความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูก ติ่งเนื้อ หรือก้อนผิดปกติ ถ้าผลยังน่าสงสัย หรือเลือดยังออกซ้ำ หมออาจต้องเก็บตัวอย่างเยื่อบุโพรงมดลูกไปตรวจ เพราะอัลตราซาวนด์บอกได้ว่าเยื่อบุหนาหรือผิดรูป แต่บอกไม่ได้ชัดว่าเป็นมะเร็งหรือไม่
เยื่อบุโพรงมดลูกหนาเท่าไรถึงต้องห่วง
ในผู้หญิงหลังหมดประจำเดือนที่มีเลือดออก ถ้าเยื่อบุโพรงมดลูกหนากว่า 4 มิลลิเมตร หมอมักต้องหาสาเหตุต่อมากขึ้นครับ แต่ผมไม่อยากให้จำเลข 4 มิลลิเมตรแล้วสรุปเองว่า ต่ำกว่านี้ปลอดภัยแน่นอน เพราะถ้าเลือดยังออกซ้ำ อัลตราซาวนด์เห็นไม่ชัด หรือมีความเสี่ยงสูง ก็ยังต้องตรวจต่ออยู่ดี
ถ้าตรวจเจอมะเร็ง รักษายังไง?
ถ้ามะเร็งยังอยู่เฉพาะในมดลูก การรักษาหลักมักเป็นการผ่าตัดเอามดลูก รังไข่ และท่อนำไข่ออก พร้อมดูว่ามีการกระจายไปต่อมน้ำเหลืองหรือไม่ครับ บางคนผ่าตัดแล้วจบ แต่บางรายอาจต้องฉายแสง ให้ยาเคมีบำบัด ฮอร์โมน หรือยารักษาเฉพาะทางเพิ่ม ขึ้นอยู่กับระยะและชนิดของเซลล์
"สิ่งที่อยากให้จำคือ เลือดออกหลังหมดประจำเดือนเป็นอาการที่มักเตือนเราได้ค่อนข้างเร็ว อย่าปล่อยโอกาสนี้ผ่านไป"
เช็กอาการต้องไปโรงพยาบาลทันที
• เลือดออกมากจนผ้าอนามัยชุ่มเร็ว หรือมีลิ่มเลือดก้อนใหญ่
• หน้ามืด ใจสั่น ซีด เหนื่อย หรือเกือบเป็นลม
• ปวดท้องน้อยมาก มีไข้ หรือตกขาวมีกลิ่นผิดปกติ
• กินยาละลายลิ่มเลือดอยู่แล้วเลือดออกมาก แต่ห้ามหยุดยาเอง
วิธีลดความเสี่ยงมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
• คุมน้ำหนักและรอบเอว เพราะไขมันส่วนเกินทำให้ร่างกายมีเอสโตรเจนมากขึ้น
• คุมน้ำตาล ไม่ปล่อยให้เบาหวานและภาวะดื้อต่ออินซูลินค้างอยู่นาน
• ฮอร์โมนหลังหมดประจำเดือนต้องใช้ตามแผนของหมอ ไม่ซื้อกินหรือทาเอง
• ถ้ามีเลือดออกหลังหมดประจำเดือน ไปตรวจเลย ไม่ต้องรอรอบตรวจสุขภาพประจำปี
เลือดออกหลังหมดประจำเดือนไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งทุกคน แต่ไม่มีคำว่า “ออกนิดเดียวเลยไม่เป็นไร” ถ้าประจำเดือนหายไปเกิน 12 เดือนแล้วมีเลือดกลับมา แม้แค่ครั้งเดียว ไปตรวจให้รู้ว่าเลือดมาจากไหนดีกว่า ถ้าเป็นแค่ช่องคลอดแห้งหรือติ่งเนื้อก็รักษาได้ตรงจุด แต่ถ้าเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก การเจอเร็วมีผลกับการรักษามากจริง ๆ


