เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ประกาศผนึกกำลังร่วมกับ "Shop.BeDee"แพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัล ยกระดับระบบนิเวศการดูแลสุขภาพ (Healthcare Ecosystem) ในประเทศไทย มุ่งเปลี่ยนผ่านพฤติกรรมผู้บริโภคจากการรักษาโรคไปสู่การป้องกันและดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Care) พร้อมชูจุดเด่นการออกแบบประสบการณ์สุขภาพเฉพาะบุคคล (Personalized Care) ที่เชื่อมต่อแบบไร้รอยต่อจากออนไลน์สู่โรงพยาบาล ตอบโจทย์ผู้บริโภคครบทุกช่วงวัย
ข้อมูลจาก เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล สะท้อนแนวโน้มการป้องกันและดูแลสุขภาพเชิงรุก สุขภาพเฉพาะบุคคลที่เชื่อมต่อแบบไร้รอยต่อจากออนไลน์สู่โรงพยาบาล ซึ่งมียอดจำหน่ายแพ็กเกจ สุขภาพผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มีอัตราเติบโตมากกว่า 32% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ขณะที่จำนวนผู้ใช้บริการและจำนวนแพ็กเกจที่จำหน่ายผ่านช่องทางดิจิทัลเพิ่มขึ้นมากกว่า 45% สะท้อนว่าผู้บริโภคหันมาใช้เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนและตัดสินใจด้านสุขภาพมากขึ้นอย่างต่อเนื่องเทรนด์สุขภาพยุคใหม่เปลี่ยนสู่ เชิงรุก" และ "เฉพาะบุคคล" (One Size Does Not Fit AIl)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
ปลดล็อกศักยภาพเด็กออทิสติก สู่สังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง
ลดน้ำหนัก ลดไขมันพอกตับ เกี่ยวกันอย่างไร? สัญญาณเตือน 'เมตาบอลิก'
ดูแลสุขภาพให้เหมาะตามGen
วันนี้ (15 มิถุนายน 2569) ที่โรงพยาบาลพญาไท 3 เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ได้จัดงานแถลงข่าว “พญาไท-เปาโล x BeDee เปิดมุมมองอนาคต Healthcare ของไทย ขับเคลื่อน Personalized Care ผ่าน Digital Health Ecosystem”
“ศุภกร พะวันนา” ผู้อำนวยการสายการตลาด เครือ รพ.พญาไท-เปาโล เปิดเผยว่า ปัจจุบันพฤติกรรมของคนไทยมีความสนใจเรื่องการดูแลสุขภาพอย่างมาก และมองว่าสุขภาพเป็นการลงทุนระยะยาว เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ใช่เพียงการมาโรงพยาบาลเมื่อรักษาอาการเจ็บป่วย แต่มาโรงพยาบาลเพื่อดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล ซึ่งในแต่ละเจเนอเรชันมีความแตกต่างและความต้องการในการดูแลสุขภาพแตกต่างกันออกไป
“คนแต่ละเจนมีความสนใจในการดูแลสุขภาพแตกต่างกัน อย่าง Gen Z ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตและต้องการข้อมูลที่น่าเชื่อถือท่ามกลางโลกโซเชียล ขณะที่ Gen Y ไม่ได้ขาดความรู้เรื่องสุขภาพ แต่ขาดเวลาในการดูแลสุขภาพตัวเอง รวมถึงต้องดูแลทั้งลูก พ่อ-แม่ และงานในเวลาเดียวกัน ส่วน Gen X มีกำลังซื้อสูง แต่มักพบโรค NCDs จากการตรวจสุขภาพประจำปี และ Silver Age ก็ไม่ได้ต้องการแค่หมอที่รักษาโรคได้ แต่ต้องการ Partner ที่ช่วยให้ชีวิตหลัง 60 ยังมีคุณภาพ ดังนั้น Digital Platfor จึงไม่ใช่เรื่องของความสะดวก แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การดูแลสุขภาพเกิดขึ้นได้จริง”
โครงสร้างประชากรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ คน Gen X และ Silver Age มีกำลังซื้อสูง แต่มีปัญหาเรื่องสุขภาพมากขึ้น การดูแลจึงไม่ได้ต้องการเพียงแพทย์ที่รักษาโรคได้ แต่ต้องการตรวจสุขภาพแบบครบทุกเรื่องเป็นการดูแลแบบ Personalized Care ที่แม่นยำ สามารถประเมินความเสี่ยง ติดตาม สุขภาพ และวางแผนการดูแลได้อย่างตรงจุดในระยะยาว และถ้ามองทางการตลาด กลุ่มนี้จะเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ในตลาดสุขภาพ
Gen A ผู้บริโภคกลุ่มใหม่ของตลาดสุขภาพ
นอกจากนั้น เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ได้เปิดมุมมองของ “Gen A (Al)” ซึ่งไม่ถูกนิยามด้วยอายุ แต่เป็นกลุ่มคนที่ใช้ AI เป็นจุดเริ่มต้นในการ ค้นหาข้อมูลสุขภาพและประเมินอาการเบื้องต้น ความท้าทายสำคัญคือการทำให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่ถูกต้องและ น่าเชื่อถือเข้าถึงคนกลุ่มนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความร่วมมือกับ Shop.BeDee จะช่วยให้เราส่งมอบ Personalized Health Journey ที่เหมาะกับแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น เพราะเราเชื่อมั่นว่า One Size Does Not Fit AIl โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ
“วัชราภรณ์ เจริญธรรมวัชด์” ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการออกแบบและสร้างสรรค์ประสบการณ์บริหารความสัมพันธ์องค์กร และผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการออกแบบและสร้างสรรค์กลยุทธ์ การสื่อสารการตลาดดิจิตอล เครือ รพ.พญาไท-เปาโล กล่าวว่าผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพได้มากขึ้น ฉะนั้น การเปรียบเทียบประสบการณ์ของโรงพยาบาลจึงไม่ได้ประเมินจากประสบการณ์ของโรงพยาบาลกับโรงพยาบาลด้วยกันเอง แต่เปรียบเทียบกับประสบการณ์ที่ได้รับจากแพลตฟอร์มดิจิทัลในชีวิตประจำวัน ความสะดวก รวดเร็ว และความต่อเนื่องจึงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของ Healthcare Experience
ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล บริการไร้รอยต่อ
“ดิจิทัลคือประตูบานแรก ที่ผู้ป่วยใช้เริ่มค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบแพ็กเกจ หรือนัดหมายก่อนมาโรงพยาบาลเสมอ ทางเครือฯ จึงใช้แนวคิดเชื่อมต่อทุกจุดสัมผัสให้เป็นรูปแบบ Omnichannel ที่ไร้รอยต่อจากออนไลน์สู่ออฟไลน์"
โดยขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Experience) ใน 2 ส่วนหลักคือ
- Personalized Recommendation: แนะนำโปรแกรมสุขภาพและสิทธิประโยชน์ที่ตรงกับช่วงอายุและไลฟ์สไตล์
- Customized Communication: เลือกสรรคอนเทนต์และช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้รับบริการ รู้สึกถึงความใส่ใจเฉพาะบุคคลเสมือนโรงพยาบาลส่งมาดูแลโดยเฉพาะ
ทั้งนี้ ความร่วมมือกับ Shop.BeDee จะเข้ามาทำหน้าที่เป็น Gateway สำคัญ ที่ช่วยเชื่อมต่อการดูแลสุขภาพตั้งแต่การ ค้นหาข้อมูล การเลือกโปรแกรม การนัดหมาย การเข้ารับบริการ ไปจนถึงการติดตามผลสุขภาพให้เป็นประสบการณ์เดียวกันอย่างไร้รอยต่อ
Digital Front Door เลือกตามข้อมูลสุขภาพ
“ศิวดล มาตยากูร” Managing Director, BeDee Powered by BDMS กล่าวว่า Shop.BeDee ต้องการเป็นแพลตฟอร์มสุขภาพที่เข้าใจคนไทยมากที่สุด และช่วยให้ทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพที่เหมาะกับตนเองได้ง่ายขึ้น เรามองบทบาทของแพลตฟอร์มสุขภาพมากกว่าการเป็น Marketplace แต่เป็นส่วนหนึ่งของ Health Ecosystem ที่เชื่อมโยงบริการสุขภาพคุณภาพและเครือข่ายโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานไว้ในที่เดียว
"สำหรับบริการด้านสุขภาพ ความสะดวกต้องมาควบคู่กับความน่าเชื่อถือ ความร่วมมือกับ เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค และช่วยให้คนไทยสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมในทุกช่วงของชีวิต"
อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อโปรแกรมสุขภาพและบริการทางการแพทย์จาก เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ผ่าน Shop.BeDee ได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมข้อเสนอพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพในแต่ละช่วงวัย อาทิ โปรแกรมตรวจสุขภาพ Phyathai-Paolo x Shop.BeDee โปรแกรม All You Can Check แพ็กเกจตรวจสุขภาพเฉพาะทาง โปรแกรมคัดกรองโรคยอดนิยม และวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ
ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้าง Digital Health Ecosystem ที่เชื่อมโยงบริการทางการแพทย์ เทคโนโลยี และข้อมูลสุขภาพเข้าด้วยกัน เพื่อสนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงการดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพได้สะดวกยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับความต้องการของแต่ละบุคคลในทุกช่วงของชีวิต


