“องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เสนอคำจำกัดความของโรคอ้วนไว้ว่า คือมีไขมันในร่างกายมากกว่า 25% ในผู้ชาย และมากกว่า 35% ในผู้หญิง” โดยอ้างอิงจากรายงานทางเทคนิคของ WHO ปี 1995 อันที่จริงแล้ว รายงานทางเทคนิคของ WHO ที่กล่าวถึงนั้น ไม่ได้ให้คำแนะนำใดๆ เกี่ยวกับเกณฑ์เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย (PBF) สำหรับการวินิจฉัยโรคอ้วน
อย่างไรก็ตาม รายงานทางเทคนิคขององค์การอนามัยโลกอ้างอิงถึงการศึกษาในประเทศสวีเดน ซึ่งพบว่า ค่า เฉลี่ยของไขมันในร่างกาย (โดยการชั่งน้ำหนักใต้น้ำ) อยู่ที่ 25% ในผู้ชาย และ 30% ในผู้หญิงอายุ 45 ถึง 49 ปี ซึ่ง รายงานขององค์การอนามัยโลกไม่ได้กำหนดเกณฑ์ใดๆ เกี่ยวกับปริมาณไขมันในร่างกาย (PBF) เพื่อใช้ในการนิยามโรคอ้วน
โดยสรุป การนำเสนอรายงานทางเทคนิคขององค์การอนามัยโลกผิดพลาดในเบื้องต้น ส่งผลให้เกิดการอ้างอิงผิดพลาดตามมาอีกมากมาย จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีเกณฑ์วัดปริมาณไขมันในร่างกายที่ได้รับการรับรองเพื่อใช้ในการกำหนดภาวะอ้วน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
‘CRA THINK SHARE 2026’ ปั้น'นวัตกรเยาวชน'ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมสุขภาพ
ชวนคนไทยวัดค่าความดัน ลดโรค ลดสูญเสียเศรษฐกิจ 1.6 ล้านล้านบาท
ค่าไขมันแต่ละค่า แสดงถึงอะไรได้บ้าง?
หมอเจด นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เปิดเผยผ่าน Facebook หมอเจด ว่าเคยไหม? ไปตรวจเลือดมาแล้วหมอบอกว่า “ไขมันสูงนะ” กลับมาดูใบแล็บ งงเลย LDL, HDL, TG, Cholesterol บางคนมี ApoB กับ Lp(a) อีก แล้วตกลงตัวไหนน่ากลัว ตัวไหนต้องลด? ใจเย็นก่อนครับ ไขมันแต่ละตัวไม่ได้บอกเรื่องเดียวกัน บางตัวขึ้นเพราะหวานกับแป้ง บางตัวเกี่ยวกับกรรมพันธุ์ วันนี้ผมจะพาดูค่าไขมันให้เข้าใจกันแบบง่าย ๆ จะได้รู้ว่าควรกังวลตรงไหนก่อนครับ
- Cholesterol รวม คือภาพรวม แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด
Cholesterol รวมคือไขมันรวม ๆ ในเลือด ถ้าสูงมากก็ต้องระวัง แต่ข้อเสียคือมันรวมทั้งตัวดีและตัวร้ายไว้ด้วยกัน บางคน Cholesterol รวมดูสูงเพราะ HDL สูงก็มี หรือบางคนรวมไม่สูงมาก แต่ LDL หรือ ApoB แอบสูง อันนี้ก็ยังเสี่ยงได้ โดยทั่วไป Cholesterol รวมต่ำกว่า 200 mg/dL มักถือว่าดี, 200–239 เริ่มก้ำกึ่ง, 240 ขึ้นไปถือว่าสูง
- LDL คือไขมันตัวร้ายที่ชอบไปพัวพันกับเส้นเลือด
LDL ให้คิดง่าย ๆ ว่าเป็นตัวขนไขมันที่ถ้ามีมากเกินไป จะเพิ่มโอกาสเกิดคราบพลัคในหลอดเลือด เสี่ยงเส้นเลือดตีบ หัวใจ และสโตรกได้ ค่า LDL ทั่วไปถ้าต่ำกว่า 100 mg/dL มักถือว่าดี แต่ถ้าคนมีโรคหัวใจ เบาหวาน ไตเสื่อม หรือความเสี่ยงสูง เป้าหมายอาจต้องต่ำกว่านั้น เช่นต่ำกว่า 70 หรือบางกลุ่มต่ำกว่า 55 ตามความเสี่ยงครับ แนวทาง ACC/AHA ปี 2026 พูดถึงเป้าหมาย LDL ต่ำกว่า 100 สำหรับบางกลุ่ม, ต่ำกว่า 70 ในกลุ่มเสี่ยงสูง และต่ำกว่า 55 ในคนที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจและเสี่ยงสูงมาก
- HDL คือไขมันดี แต่สูงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่ารอด
HDL คือไขมันดีที่ช่วยพาไขมันบางส่วนกลับไปจัดการที่ตับ ถ้าต่ำเกินไปจะสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจมากขึ้น โดยทั่วไปผู้ชายถ้าต่ำกว่า 40 mg/dL หรือผู้หญิงต่ำกว่า 50 mg/dL ถือว่าน่าระวัง ส่วน 60 ขึ้นไปมักถือว่าดี แต่เดี๋ยวก่อนนะ อย่าเอา HDL สูงมาเป็นใบอนุญาตกินของทอด เพราะถ้า LDL, TG, ApoB ยังสูง เส้นเลือดก็ยังไม่ปลอดภัยอยู่ดี
- TG หรือไตรกลีเซอไรด์ คือตัวที่ขึ้นไวจากหวาน แป้ง เหล้า
TG เป็นไขมันที่ขึ้นง่ายมากจากน้ำหวาน แป้งเยอะ น้ำตาล ฟรุกโตส แอลกอฮอล์ น้ำหนักเกิน ไขมันพอกตับ และเบาหวานคุมไม่ดี ค่านี้ต่ำกว่า 150 mg/dL มักถือว่าปกติ, 150–199 เริ่มสูง, 200–499 สูง, และถ้า 500 ขึ้นไปถือว่าสูงมาก ต้องระวังเรื่องตับอ่อนอักเสบด้วย ไม่ใช่แค่เส้นเลือดอย่างเดียว
- ApoB คือจำนวนรถบรรทุกไขมันตัวร้าย
LDL บอกปริมาณไขมันในรถ แต่ ApoB เหมือนบอก “จำนวนรถบรรทุกไขมันตัวร้าย” ถ้ารถเยอะ โอกาสไปชนผนังหลอดเลือดก็เยอะ ต่อให้ LDL ดูไม่ได้น่ากลัวมาก แต่ ApoB สูง ก็อาจเสี่ยงได้ โดยเฉพาะคนที่ TG สูง เบาหวาน อ้วนลงพุง หรือไขมันซับซ้อน แนวทาง ACC/AHA ระบุว่า ApoB มากกว่า 130 mg/dL ถือเป็นตัวเพิ่มความเสี่ยง และมักสอดคล้องกับ LDL ประมาณ 160 mg/dL ขึ้นไป
- Lp(a) คือไขมันสายพันธุกรรมที่หลายคนไม่เคยตรวจ
Lp(a) อ่านว่า “แอลพีเอ” เป็นไขมันที่เกี่ยวกับกรรมพันธุ์มากฃกินดี ออกกำลังกายดี ก็อาจยังสูงได้ ถ้าสูงจะเพิ่มความเสี่ยงเส้นเลือดตีบ หัวใจ และบางคนเกี่ยวกับลิ้นหัวใจตีบได้ด้วย ค่านี้ไม่ใช่ตรวจทุกปีแบบ TG แต่หลายแนวทางแนะนำให้ตรวจอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต โดยเฉพาะคนมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจเร็ว หรือ LDL ไม่สูงมากแต่เส้นเลือดมีปัญหา ค่า Lp(a) ประมาณ 50 mg/dL หรือ 125 nmol/L ขึ้นไป มักถือว่าเป็นตัวเพิ่มความเสี่ยง
แนวทางเริ่มต้นในการคุมไขมัน
• ลดน้ำหวาน ชาเย็น ชานม น้ำอัดลม และน้ำผลไม้หวาน ๆ เพราะตัวนี้ปั่นไตรกลีเซอไรด์ชัดมาก
• ลดของทอด เบเกอรี่ ครีม เนย มาการีน และเนื้อแปรรูป เพราะดันไขมันตัวร้ายและทำร้ายเส้นเลือดได้
• เพิ่มโปรตีนดี เช่น ไข่ ปลา ไก่ เต้าหู้ ถั่ว ช่วยให้อิ่มนาน และลดการกินจุกจิก
• เพิ่มไฟเบอร์จากผัก เห็ด ถั่ว ข้าวโอ๊ต และธัญพืชไม่ขัดสี ช่วยให้ไขมันกับน้ำตาลนิ่งขึ้น
• เลือกไขมันดี เช่น โอเมก้า-3 จากปลาทะเล ถั่ว อะโวคาโด และน้ำมันมะกอก แต่กินให้พอดี ไม่ใช่เห็นว่าไขมันดีแล้วจัดเต็ม
• ขยับตัวสม่ำเสมอ ลดพุง และตรวจติดตามค่าไขมันเป็นระยะ อย่าดูแค่ครั้งเดียวแล้วตกใจ
เอาง่าย ๆ ใบไขมันไม่ได้มีไว้ให้ตกใจเล่น แต่มันบอกว่าเส้นเลือดเราเสี่ยงจากอะไร ถ้า TG สูง อย่าเพิ่งโทษกรรมพันธุ์ทั้งที่ชาเย็นกับข้าวพิเศษยังมาเต็ม ถ้า LDL หรือ ApoB สูง ก็อย่าปลอบใจว่า “ยังไม่ปวดอะไร” เพราะเส้นเลือดตีบมันไม่ได้นัดเราก่อน ดูผลเลือดให้เป็น แล้วปรับให้ตรงจุด ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลย
อ้างอิง: หอสมุดแห่งชาติทางการแพทย์ , เพจ ‘หมอเจด’

