วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน 2569

Login
Login

ทาครีมแล้วแสบหน้า ร้อนหน้า เกิดจาก... ป้องกันอย่างไร?

ทาครีมแล้วแสบหน้า ร้อนหน้า เกิดจาก... ป้องกันอย่างไร?

อากาศแห้ง อุณหภูมิต่ำหรือสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เช่น ร้อน หนาว ลมแรง หรือมีฝุ่นละอองมาก หรือใครที่ไปเล่นน้ำสงกรานต์ เทศกาลวันไหล อาจส่งผลให้เกราะคุ้มกันผิวอ่อนแอลง และไวต่อการระคายเคืองจากครีมหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากขึ้น 

หลายคนอาจเคยเกิดอาการนี้…เมื่อซื้อสกินแคร์ใหม่ ๆ มาลองใช้ พอทาครีมแล้วแสบหน้า คันยิบ ๆ หรือบางรายอาจมีอาการผิวแดง หน้าร้อนเห่อที่เกิดเพียงชั่วครู่ ทำให้ลังเลว่าควรเลิกใช้ดีหรือไม่ แต่อีกใจก็เสียดายเงินที่เพิ่งจ่าย ซึ่งที่จริงแล้วอาการระคายเคืองสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายปัจจัย มากกว่าเรื่องของอาการแพ้ครีม

"ศิริราชบำรุงเวช" ชวนทุกคนไปสังเกตผิวตัวเองว่า ทาครีมแล้วแสบหน้าเป็นอาการที่เกิดจากปัจจัยอะไรได้บ้าง ? และคุณควรดูแลอาการระคายเคืองเหล่านี้อย่างไร ? เพื่อการแก้ปัญหาที่ตรงจุด และบางทีคุณอาจจะไม่ต้องรู้สึกเสียดายที่ต้องทิ้งสกินแคร์ตัวใหม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

'ศิริราชวิทยวิจัย' นวัตกรรมแพทย์ขั้นสูง แปลงงานวิจัย เพื่อสุขภาพของคนไทย

สิ่งที่สูงวัยควรรู้ 'กินคาร์ไบโฮเดรต'อย่างไร? ให้ไม่อ้วน ไม่เสี่ยงโรค

ทาครีมแสบหน้า เกิดจากการระคายเคืองผลิตภัณฑ์

เมื่อการทาครีมแล้วแสบคันหน้า ผิวเห่อร้อน หรือรู้สึกว่าผิวไวต่อแสง อาการเหล่านี้มักมีสาเหตุมาจากการใช้สกินแคร์ที่มีส่วนประกอบเข้มข้น และมีความสามารถในการลอกผิวหนังกำพร้าส่วนบน อย่างกรดวิตามินเอ เช่น Retinal กรดผลไม้อย่าง Vitamin C สารที่มีฤทธิ์ลอกผิว เช่น BHA, AHA ส่งผลให้ผิวรู้สึกระคายเคืองจนมีผื่นแดง โดยอาการมักเกิดเมื่อเราใช้สกินแคร์ตัวนั้นเป็นเวลานานหรือในปริมาณมาก

แล้วควรดูแลผิวที่ระคายเคืองอย่างไร ?

  • หยุดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองสักพัก
  • เพิ่มความแข็งแรงให้ผิวด้วยการเติมความชุ่มชื้นให้เพียงพอกับผิว

เมื่อต้องการใช้ Retinal หรือ AHA BHA ควรลดปริมาณในการใช้และลดความถี่ลง เช่น บีบครีมขนาดเท่าเมล็ดถั่ว อาทิตย์ละครั้ง และค่อย ๆ เพิ่มปริมาณหรือความถี่ขึ้นเมื่อผิวแข็งแรง

การทาครีมแล้วแสบหน้าเป็นอาการที่เกิดได้หลังใช้ครีมในทันทีหรือสามารถใช้เวลากว่าอาการจะแสดงได้เช่นกัน ดังนั้นจึงควรสังเกตอาการทุกครั้งที่เริ่มใช้สกินแคร์ใหม่ ๆ รวมไปถึงควรเริ่มใช้เพียงทีละอย่าง เพื่อให้แยกแยะได้ชัดเจนหากมีอาการระคายเคือง

ทาครีมแล้วแสบหน้าเพราะผิวแห้ง

ผู้ที่มีสภาพผิวแห้งและผิวอ่อนแอมักเกิดอาการทาครีมแล้วแสบหน้าได้ง่าย เนื่องจากผิวขาดความชุ่มชื้นทำให้เกราะป้องกันผิวบอบบางลงเช่นกัน เมื่อทาครีมหรือสกินแคร์ที่เป็นกลุ่มช่วยเติมความชุ่มชื้นลงไปก็อาจทำให้รู้สึกแสบร้อนได้ แต่จะเป็นอาการที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวและหายเองได้ภายในไม่กี่นาที

แล้วควรดูแลผิวแห้งที่ทำให้แสบคันได้อย่างไร ?

  • เลือกทามอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนช่วยปลอบประโลมผิว เช่น ว่านหางจระเข้ เซราไมด์ เป็นต้น
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวันและไม่ล้างหน้าด้วยน้ำร้อน
  • มาสก์หน้าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว เพื่อเสริมเกราะป้องกัน

เมื่อทาครีมแล้วแสบหน้าอาจไม่ใช่อาการแพ้หรือระคายเคืองไปทั้งหมด สภาพผิวแห้งหรือบอบบางก็มีผลต่ออาการแสบเช่นเดียวกัน เมื่อปรับสภาพผิวให้กลับมาชุ่มชื้นแข็งแรงได้แล้ว อาการแสบหลังทาครีมก็จะหายไปได้ไม่ยาก

เพราะอาการแพ้สัมผัสจากสกินแคร์

หากคุณเริ่มทาครีมแล้วเกิดอาการผื่นแดงเล็ก ๆ คล้ายผดบริเวณที่ทาสกินแคร์และอาจมีตุ่มน้ำใสหรือผิวลอก นี่อาจเป็นอาการแพ้สัมผัสจากเครื่องสำอาง โดยอาการนี้เกิดจากปฏิกิริยาภูมิแพ้ของร่างกายที่มีต่อสารประกอบในเครื่องสำอาง เช่น น้ำหอม สารกันเสียอย่างพาราเบน น้ำยาย้อมผม หรือสารก่อฟองในสบู่เหลว แชมพู ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองได้ง่าย โดยมักมีอาการเป็นระยะเวลานาน 2 สัปดาห์ ถึง 3 เดือน

แล้วควรดูแลผิวที่แพ้จากสกินแคร์อย่างไร ?

  • เมื่อทาครีมแล้วแสบหน้า ควรหยุดใช้เครื่องสำอางที่สงสัยว่าเป็นต้นเหตุในทันที
  • หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองอื่น ๆ เนื่องจากผิวที่มีอาการแพ้กำลังบอบบาง
  • มองหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวแพ้ง่าย
  • เข้าพบแพทย์เพื่อรับยาในการรักษา และไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง
  • เมื่อมองหาสกินแคร์ใหม่ ๆ ควรทดสอบอาการแพ้ก่อน

โดยวิธีป้องกันอาการแพ้สกินแคร์ในอนาคตคือ การนำผลิตภัณฑ์ที่สงสัยเข้าพบแพทย์เพื่อทดสอบภูมิแพ้ผิวหนัง และการปิดสารทดสอบบนผิวหนัง (Patch Test) เพื่อเรียนรู้ว่าผิวหนังแพ้สารประเภทใดบ้างและหลีกเลี่ยงสารเหล่านั้นได้ในอนาคต

วิธีดูแลรักษาและป้องกันอาการแสบผิว

1. ปกป้องผิวจากแสงแดด

แสงแดดเป็นอีกหนึ่งตัวการที่ทำให้ผิวมีอาการแสบ แดง หรือแสบร้อนได้จากรังสี UV เพราะฉะนั้นควรป้องกันผิวจากรังสี UVA และ UVB ที่จะก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว หากต้องอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน ๆ ด้วยการทาครีมกันแดด หรือใส่เสื้อผ้าให้มิดชิดหลีกเลี่ยงการโดนแดดให้ได้มากที่สุด

2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารระคายเคืองผิว

ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารระคายเคืองต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันให้ได้มากที่สุด หากรู้ว่าตัวเองมีผิวบอบบางแพ้ง่าย อย่างพวกเคมีภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น น้ำยาล้างจาน, ผงซักฟอก, น้ำยาทำความสะอาด เป็นต้น

3. บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นและแข็งแรงอยู่เสมอ

ผิวแห้งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวมีอาการแสบ แดง และคันได้ หากไม่หมั่นเติมความชุ่มชื้นให้ผิว อาจพบเจอกับปัญหาผิวที่แห้งจนเกิดการอักเสบ และเกิดปัญหาผิวต่าง ๆ ตามมาทีหลังได้

4. ทำความสะอาดผิวให้ถูกวิธี

การทำความสะอาดผิวถือเป็นขั้นตอนแรกในการดูแลผิวกาย หากพบว่าตนเองมีผิวบอบบาง ระคายเคืองง่าย ควรทำความสะอาดผิวอย่างระวังและไม่ทำร้ายผิวจนมากเกินไป ควรเลี่ยงการอาบน้ำร้อนจัดเพราะจะทำให้ผิวยิ่งแห้งกร้าน คัน ทำให้ปัญหาผิวที่มีรุนแรงขึ้น และควรเลือกใช้สบู่ที่มีค่า PH 4.7-5.5 เพื่อช่วยถนอนชั้นผิว และช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นใต้ผิวหนังอีกด้วย 

5. พบแพทย์ผิวหนัง

หากมีอาการคัน แสบแดง แสบร้อน ระคายเคืองต่อเนื่องกันเป็นเวลา 2-3 วัน พยายามบรรเทาอาการด้วยหลากหลายวิธีข้างต้นแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังโดยเร็ว

อ้างอิง: ศิริราชบำรุงเวชeucerin