วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน 2569

Login
Login

เปิดแผนบริหารต้นทุน 'รพ.พระรามเก้า' ปรับเป้าเติบโต ไม่ผลักภาระให้คนไข้

เปิดแผนบริหารต้นทุน 'รพ.พระรามเก้า' ปรับเป้าเติบโต ไม่ผลักภาระให้คนไข้

สภาวะที่เศรษฐกิจโลกถูกรัดตัวด้วยวิกฤติซ้อนวิกฤติ ทั้งจากแรงกดดันของอัตราเงินเฟ้อ ราคาพลังงานที่พุ่งสูง และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง อุตสาหกรรมการแพทย์ระดับพรีเมียมซึ่งเคยถูกมองว่าเป็น “หลุมหลบภัย” ของนักลงทุน กลับต้องเผชิญบททดสอบความแข็งแกร่งและความอยู่รอดขององค์กร

ข้อมูลจาก SCB Economic Intelligence Center ระบุว่า ใน ปี 2026 รายได้ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนคาดว่ามีแนวโน้มขยายตัวลดลงเล็กน้อยที่ 3.1% YoY และมีมูลค่า 3.5 แสนล้านบาท จากกลุ่มผู้ป่วยชาวไทยที่ได้รับแรงกดดันจากเศรษฐกิจไทยที่ยังขยายตัวต่ำ ส่วนกลุ่มผู้ป่วยชาวต่างชาติยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่เติบโตใกล้เคียงเดิม ประกอบกับนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ในหลายประเทศที่หดตัวในปี 2025 มีโอกาสกลับเข้ามารับการรักษาเพิ่มขึ้น เช่น กัมพูชา คูเวต และจีน หากปัญหาในแต่ละกรณีคลี่คลายลง

ขณะนี้ภาคสาธารณสุขไทยกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ หลายโรงพยาบาลต้องเผชิญกับภาวะรายได้หดตัวถึง 10-15% ทว่าในส่วนของ “'รพ.พระรามเก้า'” กลับฉายภาพที่แตกต่างออกไป และวางตำแหน่งไว้ชัดเจนในการเป็นโรงพยาบาล “คุณภาพระดับบน ในราคาที่เข้าถึงได้” เพราะต่อให้ต้องปรับเป้าหมายการเติบโตจาก Double-digit มาอยู่ที่ Single-digit ตามสถานการณ์โลก แต่ยังคงรักษาศักยภาพในการเติบโตและความเชื่อมั่นไว้ในกลุ่มธุรกิจเฮลท์แคร์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

คนไทยป่วย ‘พาร์กินสัน’ พุ่ง 3 เท่า นอนละเมอ-ซึมเศร้า สัญญาณเตือนโรค

'ท่านอน' ลดปวดเมื่อย ลดนอนกรน ตะแคงข้างไหน ซ้าย หรือ ขวา ดีต่อใจ

ไตรมาสที่ 1 เติบโตเลขหลักเดียว

นพ.วิทยา วันเพ็ญ” รองกรรมการผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า  ธุรกิจเฮลท์แคร์หรือโรงพยาบาลได้รับผลกระทบจากวิกฤติต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด และจากการผ่านวิกฤติมาหลายครั้ง โรงพยาบาลพระรามเก้าได้มีการพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการทางการแพทย์ โดยยังคงยึดมั่นคุณภาพมาตรฐานทางการแพทย์ระดับสากล เป็นที่ยอมรับในระดับโลก เพื่อให้ผู้รับบริการทั้งไทยและต่างชาติได้รับการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด 

นพ.วิทยา กล่าวต่อว่า โรงพยาบาลต้องการให้คนไข้ผู้มารับบริการได้รับความคุ้มค่าที่สุด ซึ่งเป็นค่านิยมหลักของผู้ก่อตั้งที่ต้องการให้โรงพยาบาลเป็นทางเลือกคุณภาพสูงสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายโดยไม่ยอมเสียสละมาตรฐานชีวิต ดังนั้น แม้จะมีวิกฤติเกิดขึ้น โรงพยาบาลได้มีการบริหารต้นทุนแฝงด้านความปลอดภัย ทั้งในเรื่องของยาและบริการต่างๆ ที่มีการลงทุนในระบบซึ่งเทคโนโลยีทั่วไปทดแทนไม่ได้

“วิกฤติน้ำมันและเศรษฐกิจที่ผันผวนในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่ออัตราการเติบโตของโรงพยาบาลในไตรมาสที่ 1 เพียงเล็กน้อย ซึ่งโรงพยาบาลยังคงรักษาระดับการเติบโตเป็นบวกได้ที่เลขหลักเดียว (Single-digit growth) แม้จะต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้สองหลัก อีกทั้งช่วงนี้ถือเป็นหน้าโลว์ซีซัน และช่วงเดือนรอมฎอน ทำให้กลุ่มลูกค้าตะวันออกกลางมาใช้บริการน้อยอยู่แล้ว รวมถึงกัมพูชา คูเวต และจีน ที่อาจจะยังไม่ได้กลับมาใช้บริการ”

เปิดแผนบริหารต้นทุน 'รพ.พระรามเก้า' ปรับเป้าเติบโต ไม่ผลักภาระให้คนไข้

เจาะตลาดต่างชาติกลุ่ม Safe Zone

นพ.วิทยา กล่าวต่อไปว่า หัวใจหลักของความมั่นคงของ โรงพยาบาลพระรามเก้า คือสัดส่วนรายได้ที่สมดุลระหว่างผู้มาใช้บริการคนไทย 74% และต่างชาติ 26% โดยในกลุ่มต่างชาติจะเป็นกลุ่มตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกาตาร์, CLMV เน้น เมียนมา, ออสเตรเลีย และบังกลาเทศ และมีแผนจะรุกตลาดกลุ่มประเทศ Safe Zone อย่างออสเตรเลียและอินโดนีเซียมากขึ้น เพื่อเป็นฐานรองรับในกรณีที่ตะวันออกกลางเกิดภาวะอัมพาตทางการเดินทาง

โดยใช้กลยุทธ์ Testimonial Marketing ผ่านสื่อดิจิทัล เช่น กรณีคนไข้เปลี่ยนไตชาวบังกลาเทศรายแรก หรือการรีวิวจากคนไข้ผ่าตัดแปลงเพศชาวออสเตรเลีย ซึ่งสร้างความน่าเชื่อถือแบบปากต่อปาก (Word of Mouth) และกลยุทธ์ Community Engagement ผ่านกิจกรรมอย่าง “Homecoming Day” สำหรับคนไข้เปลี่ยนไต เพื่อรักษาความสัมพันธ์ระยะยาวและดึงคนไข้กลับมาตรวจติดตามผล (Retention) ซึ่งเปลี่ยนจากการขายบริการครั้งเดียวเป็นการสร้างระบบนิเวศการรักษาที่ยั่งยืน

“โรงพยาบาลพระรามเก้า มีการจัดทำแผนรับมือกับต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นโดยไม่ผลักภาระให้คนไข้ โดยขณะนี้ได้มีการทำ MOU กับผู้ผลิตยาและเวชภัณฑ์เพื่อล็อกสต็อกอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าคนไข้จะไม่ขาดแคลนยาสำคัญและต้นทุนจะไม่ผันผวน รวมถึงเพิ่มศักยภาพบุคลากรเดิมให้ทำหน้าที่ได้หลากหลาย โดยเฉพาะทักษะด้านดิจิทัลและภาษา เพื่อรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนคน และรักษาพันธสัญญาที่จะไม่มีนโยบายเลิกจ้าง”

อีกทั้ง ได้มีการลงทุนในต้นทุนแฝง เช่น ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ (Alarm System) ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นในคลังยา และระบบคอมพิวเตอร์ตรวจสอบการตีกันของยา (Drug Interaction Check) สิ่งเหล่านี้คือต้นทุนแฝงที่สร้างความปลอดภัยสูงสุด

เปิดแผนบริหารต้นทุน 'รพ.พระรามเก้า' ปรับเป้าเติบโต ไม่ผลักภาระให้คนไข้

มุ่งเป้าสู่ Super Tertiary Care-Medical Hub

คนไข้ในแต่ละประเทศ แต่ละกลุ่ม จะมารับบริการที่แตกต่างกัน เช่น กลุ่มลูกค้าคาซัคสถาน จะมารักษาโรคไตและผ่าตัดเปลี่ยนไต ซึ่งเป็นศักยภาพของโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ส่วนกลุ่มลูกค้าออสเตรเลีย จะเน้นมาใช้บริการผ่าตัดแปลงเพศและความงาม ซึ่งเมื่อคนไข้ได้รับผลการรักษาที่น่าพอใจในราคาที่เหมาะสมและมาตรฐานที่ดี ก็จะเกิดการบอกต่อ (Word of Mouth) ทำให้โรงพยาบาลเป็นที่รู้จักมากขึ้นฉะนั้น โรงพยาบาลพระรามเก้า ซึ่งมุ่งเน้นการรักษาโรคยากและซับซ้อน (Super Tertiary Care) โดยมีจุดแข็งที่เทคโนโลยีทดแทนไม่ได้

นพ.วิทยา กล่าวด้วยว่า โรงพยาบาลวางตัวเป็นโรงพยาบาลระดับบนที่มีมาตรฐานการรักษาสูง (Super Tertiary Care) แต่มีระดับราคาที่คุ้มค่า ซึ่งดึงดูดกลุ่มที่จ่ายเงินค่ารักษาด้วยตนเอง (Self-pay) พร้อมการยกระดับสู่ Super Tertiary Care ที่มุ่งเน้นการรักษาที่ยากและซับซ้อน เช่น การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ หรือการผ่าตัดแผลเล็ก เพื่อลดภาวะแทรกซ้อน พร้อมทั้งการสร้างความร่วมมือกับบริษัทประกัน มีการทำ MOU กับบริษัทประกันต่างชาติมากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไข้ไม่ต้องสำรองจ่าย ซึ่งช่วยให้คนต่างชาติรู้จักและตัดสินใจเลือกโรงพยาบาลได้ง่ายขึ้น

“เราไม่ใช่โรงพยาบาลที่มุ่งเน้นกำไรสูงสุด แต่เราจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับประชาชน และการรักษาความเชื่อมั่น (Trust) ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยที่ตรวจสอบได้ และการมอบความคุ้มค่า (Value) เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้โรงพยาบาลมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สุขภาพเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต ดังนั้น การเลือกโรงพยาบาลควรพิจารณาจากความเชื่อใจและมาตรฐานที่น่าเชื่อถือ”

เปิดแผนบริหารต้นทุน 'รพ.พระรามเก้า' ปรับเป้าเติบโต ไม่ผลักภาระให้คนไข้

รัฐหนุน Medical Hub ทางรอดเศรษฐกิจ

นพ.วิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า จากวิกฤติที่เกิดขึ้น อยากฝากให้ภาครัฐเน้นการทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อประกาศศักยภาพทางการแพทย์ของไทยให้ชาวต่างชาติได้รับรู้มากขึ้น รวมถึงการจัดงาน Roadshow ในต่างประเทศ และการจัดงาน Fair ภายในประเทศไทย เพื่อดึงดูดให้คนต่างชาติเข้ามาเห็นศักยภาพการรักษาในด้านต่างๆ รวมถึงสนับสนุนให้โรงพยาบาลจัดทำสื่อในรูปแบบคลิปวิดีโอ ถ่ายทอดประสบการณ์การรักษา (Testimonial) ของคนไข้ต่างชาติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ป่วยรายใหม่ที่กำลังตัดสินใจ

“ภาครัฐมีการสนับสนุนเพื่อส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) อยู่แล้ว เพียงแต่อาจจะมีข้อจำกัดบางประการ สิ่งที่ภาครัฐควรส่งเสริมในขณะนี้ คือการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ทั้งในเรื่องของวีซ่าและพาสปอร์ต สำหรับคนไข้ต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามารักษา รวมถึงการดูแลและอำนวยความสะดวกให้แก่ญาติที่ติดตามมาดูแลผู้ป่วยด้วย”

อย่างไรก็ตาม ภาครัฐควรมองว่า Medical Hub และการท่องเที่ยวเป็นกลไกสำคัญในการนำรายได้เข้าสู่ประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่ทางเลือกที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในภาวะปัจจุบันได้

เปิดแผนบริหารต้นทุน 'รพ.พระรามเก้า' ปรับเป้าเติบโต ไม่ผลักภาระให้คนไข้

เปิดแผนบริหารต้นทุน 'รพ.พระรามเก้า' ปรับเป้าเติบโต ไม่ผลักภาระให้คนไข้

เปิดแผนบริหารต้นทุน 'รพ.พระรามเก้า' ปรับเป้าเติบโต ไม่ผลักภาระให้คนไข้

เปิดแผนบริหารต้นทุน 'รพ.พระรามเก้า' ปรับเป้าเติบโต ไม่ผลักภาระให้คนไข้

เปิดแผนบริหารต้นทุน 'รพ.พระรามเก้า' ปรับเป้าเติบโต ไม่ผลักภาระให้คนไข้

เปิดแผนบริหารต้นทุน 'รพ.พระรามเก้า' ปรับเป้าเติบโต ไม่ผลักภาระให้คนไข้

เปิดแผนบริหารต้นทุน 'รพ.พระรามเก้า' ปรับเป้าเติบโต ไม่ผลักภาระให้คนไข้

เปิดแผนบริหารต้นทุน 'รพ.พระรามเก้า' ปรับเป้าเติบโต ไม่ผลักภาระให้คนไข้

เปิดแผนบริหารต้นทุน 'รพ.พระรามเก้า' ปรับเป้าเติบโต ไม่ผลักภาระให้คนไข้